@marvingermo: How to become #rich? #workhard every single day and #save what you #earn. #finance101 #LearnOnTikTok #tiktokskwela #adulting #Money #hardwork #Invest

Stock Smarts
Stock Smarts
Open In TikTok:
Region: PH
Tuesday 25 May 2021 03:03:45 GMT
133728
3223
34
95

Music

Download

Comments

jtr0
Victorio Ilario Lorenzo :
if hard work always win. why do farmers stay poor?
2021-05-28 08:01:58
22
millihc
L :
what was your job when you were still an employee?
2021-05-25 17:44:55
3
mowgii_
kael :
how many hrs were u sleeping..
2021-05-25 23:52:48
4
user7831801209530
San Pendro :
tambay sa labas millionario sa virtual😂
2021-05-28 14:50:06
3
chickenlover163
JUS.MIYO :
mahilig to mang hype 😅 sa sobrang galing magsalita tsaka sa sobrang daldal madadala ka tlaga 😅
2021-05-28 08:28:15
4
shook2go
@Tg88 :
power yan upline
2021-05-28 18:23:37
0
rajeed55
Joe Black :
recruitment na naman yan
2021-05-28 14:29:39
0
raventwinkle
🌈twinkle🌈 :
I highly disagree. hardwork doesn't mean you'll be successful someday. why farmers are still poor? construction workers?
2021-05-28 13:19:15
5
kobeeebry24
kobeeebry24 :
Solid sir marvin. I am 21 yrs old, i have business and investment. You inspire me a lot
2021-05-25 06:16:26
5
_1sr4_04_
gab0 :
16 hours a day? WEAK.
2021-05-28 10:47:08
0
clarajames40
Claire McDonagh :
I’m excited about this platform because it is real and it pays Mr Tyronfox is the onec that put me into trading in TikTok @bitcoin__trade
2021-05-25 21:03:33
2
eddiesolooo
Eddie Solo :
@brigetteanuguid
2021-05-25 06:16:16
1
userabc1017
Userabc1017 :
@itskeyyyt
2021-05-28 12:46:35
1
makeupbybern
makeupbybern :
@rochelligab
2021-05-28 18:23:44
1
user2884882211949
user2884882211949 :
@maerxs
2021-07-25 08:23:31
0
jejerrya
JEJERRYA宗明 :
ddami rin po ako kilalang motivational speaker. ibabagsak ka rin sa networking😅
2021-05-28 20:15:16
0
ferdznear
ferdznear2020 :
weeeh
2021-05-28 20:08:10
0
jdmllsgo
Jade Mullasgo :
@lnlrvn
2021-05-28 16:18:22
0
happy_kart88
Vibie're on the Loop :
work hard? or work smart? 🤔🤔
2021-08-17 16:09:22
0
jorgettetricia
🪭madonna-wh×Իℯ♭ℯℓ👠 :
Very well explained
2021-05-28 15:47:32
0
jastmarketing
jast marketing :
@gailhgsjs
2021-05-28 13:39:50
0
raventwinkle
🌈twinkle🌈 :
as you see, when independently living, you provide everything, expenses, bills, monthly dues and low salary
2021-05-28 13:23:05
0
raventwinkle
🌈twinkle🌈 :
d rison I c y pipol r pur is bcoz no support from der own family. but f u do hve support from ur family, den u're lucky enough to be successful
2021-05-28 13:21:31
0
dummy_grant
🤠🤠🤠silent_G🏝🏝🏝 :
No. work-life balance does.
2021-05-28 10:06:36
0
guessmyname.30
guessmyname.30 :
i cant agree.
2021-05-28 09:57:10
0
To see more videos from user @marvingermo, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

จอมพลเรือ เชสเตอร์ วิลเลียม นิมิตซ์ (Chester William Nimitz) เป็นหนึ่งในผู้นำทางทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา โดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองเรือแปซิฟิกสหรัฐ (CinCPac) และผู้บัญชาการสูงสุดของเขตมหาสมุทรแปซิฟิก (CinCPOA) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเขาเป็นผู้ควบคุมกองกำลังทางบก ทางเรือ และทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตรทั้งหมดในสมรภูมิแปซิฟิก นำพาไปสู่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์เหนือจักรวรรดิญี่ปุ่น และยังเป็นนายทหารเรืออเมริกันคนสุดท้ายที่ได้รับการเลื่อนยศสูงสุดเป็นพลเรือเอกประจำกองเรือ (Fleet Admiral) หรือระดับห้าดาวเส้นทางชีวิตของนิมิตซ์เริ่มต้นจากการเป็นลูกหลานผู้อพยพชาวเยอรมัน โดยเกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 ที่เมืองเฟรเดอริกส์เบิร์ก รัฐเท็กซัส เขาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายทหารเรือสหรัฐฯ (United States Naval Academy) ในช่วงปี ค.ศ. 1901-1905 และสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนอันดับที่ 7 ของรุ่น ในช่วงแรกของการรับราชการ นิมิตซ์ได้สั่งสมประสบการณ์อย่างมากในกองเรือดำน้ำและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับเรือดำน้ำ กองทัพเรือส่งเขาไปศึกษาดูงานด้านวิศวกรรมนี้ถึงประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1913 เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาเทคโนโลยีของสหรัฐฯ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านวิศวกรรมและเสนาธิการของผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำแอตแลนติก จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาเกิดขึ้นเมื่อนิมิตซ์ตระหนักว่า พรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมเครื่องจักร แต่คือความสามารถอันยอดเยี่ยมในด้านการบริหารจัดการและจิตวิทยาคนเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นและเกิดการโจมตีที่อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ นิมิตซ์ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ตลอดสมรภูมิอันดุเดือด เขาได้วางแผนยุทธศาสตร์และสั่งการในยุทธการสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยุทธการทะเลปะการัง ยุทธการมิดเวย์อันเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม การรณรงค์หมู่เกาะโซโลมอน ยุทธนาวีทะเลฟิลิปปินส์ ยุทธการที่อ่าวเลย์เต รวมถึงการยึดเกาะอิโวะจิมะและโอกินาวา ความสำเร็จในการประสานงานและการตัดสินใจที่เฉียบแหลมของเขา ทำให้เขาได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในการลงนามเอกสารยอมจำนนอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น บนเรือรบหลวง ยูเอสเอส มิสซูรี (USS Missouri) ในอ่าวโตเกียว เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นการปิดฉากสงครามโลกครั้งที่สองอย่างสมบูรณ์หลังจากสงครามสิ้นสุดลง นิมิตซ์ยังคงอุทิศตนให้แก่กองทัพโดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือสูงสุด (Chief of Naval Operations) เนื่องจากเขาครองยศพลเรือเอกระดับห้าดาว ทำให้เขาไม่มีวันเกษียณอายุราชการตามกฎหมายและยังคงสถานะพร้อมปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้ย้ายไปพำนักอยู่ที่อ่าวซานฟรานซิสโก และมักจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนทหารที่บาดเจ็บในโรงพยาบาลทหารเรือเป็นประจำ จนกระทั่งเขาประสบภาวะเส้นเลือดในสมองแตกและมีอาการปอดบวมแทรกซ้อน ก่อนจะถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่บ้านพักบนเกาะเยอร์บา บูเอนา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 ด้วยวัย 80 ปี ร่างของเขาถูกฝังอย่างสมเกียรติที่สุสานแห่งชาติโกลเดนเกต เคียงข้างกับภรรยาและเหล่านายพลเรือคู่ใจร่วมรบในอดีต มรดกและความกล้าหาญของเขาได้รับการจารึกไว้ผ่านการตั้งชื่อสถานที่ โรงเรียน และเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้นนิมิตซ์ (Nimitz-class) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา #creatorsearchinsights #History #ww2 #อย่าปิดการมองเห็น #ฟีดดดシ
จอมพลเรือ เชสเตอร์ วิลเลียม นิมิตซ์ (Chester William Nimitz) เป็นหนึ่งในผู้นำทางทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา โดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของกองเรือแปซิฟิกสหรัฐ (CinCPac) และผู้บัญชาการสูงสุดของเขตมหาสมุทรแปซิฟิก (CinCPOA) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งเขาเป็นผู้ควบคุมกองกำลังทางบก ทางเรือ และทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตรทั้งหมดในสมรภูมิแปซิฟิก นำพาไปสู่ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์เหนือจักรวรรดิญี่ปุ่น และยังเป็นนายทหารเรืออเมริกันคนสุดท้ายที่ได้รับการเลื่อนยศสูงสุดเป็นพลเรือเอกประจำกองเรือ (Fleet Admiral) หรือระดับห้าดาวเส้นทางชีวิตของนิมิตซ์เริ่มต้นจากการเป็นลูกหลานผู้อพยพชาวเยอรมัน โดยเกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1885 ที่เมืองเฟรเดอริกส์เบิร์ก รัฐเท็กซัส เขาเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนนายทหารเรือสหรัฐฯ (United States Naval Academy) ในช่วงปี ค.ศ. 1901-1905 และสำเร็จการศึกษาด้วยคะแนนอันดับที่ 7 ของรุ่น ในช่วงแรกของการรับราชการ นิมิตซ์ได้สั่งสมประสบการณ์อย่างมากในกองเรือดำน้ำและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับเรือดำน้ำ กองทัพเรือส่งเขาไปศึกษาดูงานด้านวิศวกรรมนี้ถึงประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1913 เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาเทคโนโลยีของสหรัฐฯ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาก็ได้รับหน้าที่เป็นผู้ช่วยด้านวิศวกรรมและเสนาธิการของผู้บัญชาการกองเรือดำน้ำแอตแลนติก จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาเกิดขึ้นเมื่อนิมิตซ์ตระหนักว่า พรสวรรค์ที่แท้จริงของเขาไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมเครื่องจักร แต่คือความสามารถอันยอดเยี่ยมในด้านการบริหารจัดการและจิตวิทยาคนเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นและเกิดการโจมตีที่อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์ นิมิตซ์ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการกองเรือแปซิฟิกในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด ตลอดสมรภูมิอันดุเดือด เขาได้วางแผนยุทธศาสตร์และสั่งการในยุทธการสำคัญมากมาย ไม่ว่าจะเป็นยุทธการทะเลปะการัง ยุทธการมิดเวย์อันเป็นจุดเปลี่ยนของสงคราม การรณรงค์หมู่เกาะโซโลมอน ยุทธนาวีทะเลฟิลิปปินส์ ยุทธการที่อ่าวเลย์เต รวมถึงการยึดเกาะอิโวะจิมะและโอกินาวา ความสำเร็จในการประสานงานและการตัดสินใจที่เฉียบแหลมของเขา ทำให้เขาได้รับเกียรติเป็นตัวแทนของสหรัฐอเมริกาในการลงนามเอกสารยอมจำนนอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่น บนเรือรบหลวง ยูเอสเอส มิสซูรี (USS Missouri) ในอ่าวโตเกียว เมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1945 ซึ่งเป็นการปิดฉากสงครามโลกครั้งที่สองอย่างสมบูรณ์หลังจากสงครามสิ้นสุดลง นิมิตซ์ยังคงอุทิศตนให้แก่กองทัพโดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือสูงสุด (Chief of Naval Operations) เนื่องจากเขาครองยศพลเรือเอกระดับห้าดาว ทำให้เขาไม่มีวันเกษียณอายุราชการตามกฎหมายและยังคงสถานะพร้อมปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ ในช่วงบั้นปลายชีวิต เขาได้ย้ายไปพำนักอยู่ที่อ่าวซานฟรานซิสโก และมักจะเดินทางไปเยี่ยมเยียนทหารที่บาดเจ็บในโรงพยาบาลทหารเรือเป็นประจำ จนกระทั่งเขาประสบภาวะเส้นเลือดในสมองแตกและมีอาการปอดบวมแทรกซ้อน ก่อนจะถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่บ้านพักบนเกาะเยอร์บา บูเอนา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1966 ด้วยวัย 80 ปี ร่างของเขาถูกฝังอย่างสมเกียรติที่สุสานแห่งชาติโกลเดนเกต เคียงข้างกับภรรยาและเหล่านายพลเรือคู่ใจร่วมรบในอดีต มรดกและความกล้าหาญของเขาได้รับการจารึกไว้ผ่านการตั้งชื่อสถานที่ โรงเรียน และเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ชั้นนิมิตซ์ (Nimitz-class) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในเวลาต่อมา #creatorsearchinsights #History #ww2 #อย่าปิดการมองเห็น #ฟีดดดシ

About