@ezcastingtalleres: Nuestra alumna de Ez Talleres Ivanna @ivannadj2021 fue parte del comercial de Plaza Vea! 🌟 ¿Quieres ser el próximo? ¡Atento a nuestras redes sociales! Próximos inicios en julio. 🎭 Informes al 930 622 248. . . . #eztalleres #ezcasting #ActuaciónProfesional #NiñosActores #CastingInfantil #TalentosEmergentes #EZTalleres #CreciendoEnElArte #ÉxitoInfantil #PlazaVeaComercial #ActuaciónDeCalidad #FormaciónActoral

ezcastingtalleres
ezcastingtalleres
Open In TikTok:
Region: PE
Tuesday 20 June 2023 02:27:44 GMT
14324
115
3
15

Music

Download

Comments

teshy048
bonita :
informes para incribir a mis hijos porfabor
2026-04-07 19:29:21
0
clau_dic84
clau_dic84 :
😊
2026-01-15 21:52:46
0
jackelineguev
Jackeline Guevara Va :
😁😁😁
2026-04-28 23:06:22
0
To see more videos from user @ezcastingtalleres, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

หลายคนเข้าใจว่า การเจรจาที่ดีคือการพาอีกฝ่ายพูดว่า “ใช่” ให้ได้มากที่สุด ยิ่งตอบใช่หลายครั้ง ยิ่งเหมือนเข้าใกล้การตกลง แต่ในมุมจิตวิทยาการเจรจา เรื่องนี้อาจไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะเวลาที่อีกฝ่ายรู้สึกว่ากำลังถูกต้อน ถูกนำทาง หรือถูกบังคับให้ต้องเห็นด้วย ทั้งที่ในใจยังไม่พร้อมตัดสินใจ Chris Voss อดีตนักเจรจาตัวประกัน FBI อธิบายไว้ในหนังสือ Never Split the Difference ว่า คำว่า “ใช่” ไม่ได้มีความหมายเดียวเสมอไป บางครั้งมันคือ “ใช่ปลอม” ที่อีกฝ่ายพูดเพื่อให้บทสนทนาจบเร็วขึ้น บางครั้งเป็นแค่ “ใช่ เข้าใจ” แต่ไม่ได้มีความตั้งใจจะทำอะไรต่อ และมีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่เป็น “ใช่” แบบผูกพันจริง ๆ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจหรือการลงมือทำ นี่คือเหตุผลที่การขายแบบพยายามไล่คำถามให้ลูกค้าตอบว่าใช่ อาจทำให้คนรู้สึกอึดอัดมากกว่ารู้สึกไว้ใจ เช่น “คุณอยากดื่มน้ำสะอาดไหม” “คุณอยากให้น้ำปลอดภัยไหม” คำถามเหล่านี้ดูเหมือนไม่ผิด แต่ถ้าใช้เพื่อบีบให้คนต้องซื้อ สมองของผู้ฟังจะเริ่มตั้งการ์ดทันที เพราะเขารู้สึกว่าสิทธิในการเลือกกำลังถูกลดลง ในทางกลับกัน คำว่า “ไม่” กลับมีพลังมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเมื่อคนได้พูดว่า “ไม่” เขาจะรู้สึกว่าตัวเองยังควบคุมสถานการณ์ได้ ยังมีสิทธิเลือก และยังไม่ถูกบังคับ นี่เป็นจุดสำคัญของการสื่อสารกับลูกค้าแบบไม่กดดัน ถ้าเราถามคำถามที่เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้ เช่น “เรื่องนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากโฟกัสตอนนี้ใช่ไหมครับ” อีกฝ่ายมักจะรู้สึกปลอดภัยขึ้น และพร้อมอธิบายความจริงมากขึ้น อีกเทคนิคหนึ่งที่สำคัญมากในจิตวิทยาการเจรจา คือการทำให้อีกฝ่ายพูดว่า “That’s Right” ไม่ใช่ “You’re Right” เพราะสองคำนี้ต่างกันมาก “You’re Right” มักแปลว่า “คุณพูดถูกแล้ว พอเถอะ” เป็นคำตอบเพื่อจบบทสนทนา แต่ “That’s Right” แปลว่าอีกฝ่ายรู้สึกว่าเราเข้าใจโลกของเขาจริง ๆ เข้าใจทั้งเหตุผล ความกังวล และความรู้สึกที่อยู่ข้างใน วิธีไปให้ถึงจุดนั้นไม่ใช่การเถียง ไม่ใช่การสอน และไม่ใช่การรีบปิดการขาย แต่คือการฟังอย่างลึก แล้วสรุปสิ่งที่อีกฝ่ายพูดกลับไปด้วยภาษาของเราเอง ทั้งข้อเท็จจริงและอารมณ์ เช่น “ดูเหมือนว่าคุณไม่ได้ปฏิเสธสินค้า แต่คุณไม่อยากตัดสินใจในสถานการณ์ที่รู้สึกเหมือนถูกเร่ง” ถ้าเขารู้สึกว่าใช่จริง ๆ เขาจะไม่ได้แค่ยอมรับคำพูดเรา แต่จะเริ่มเปิดใจให้บทสนทนาเดินต่อ สุดท้าย การเจรจาที่ดีไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายแพ้ทางคำพูด แต่คือการทำให้เขารู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดความจริงออกมา คำว่า “ไม่” จึงไม่ใช่จุดจบเสมอไป แต่อาจเป็นประตูแรกของความไว้วางใจ ส่วน “That’s Right” คือสัญญาณว่าเราไม่ได้แค่ฟังเสียงของเขา แต่เข้าใจมุมมองของเขาจริง ๆ และนั่นคือจุดที่การเจรจามีโอกาสเดินหน้าอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด #จิตวิทยาการเจรจา #เทคนิคการเจรจา #การสื่อสารกับลูกค้า #การขายแบบไม่กดดัน #chrisvoss  @พี่พอล ที่เป็นหมอแหละ
หลายคนเข้าใจว่า การเจรจาที่ดีคือการพาอีกฝ่ายพูดว่า “ใช่” ให้ได้มากที่สุด ยิ่งตอบใช่หลายครั้ง ยิ่งเหมือนเข้าใกล้การตกลง แต่ในมุมจิตวิทยาการเจรจา เรื่องนี้อาจไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะเวลาที่อีกฝ่ายรู้สึกว่ากำลังถูกต้อน ถูกนำทาง หรือถูกบังคับให้ต้องเห็นด้วย ทั้งที่ในใจยังไม่พร้อมตัดสินใจ Chris Voss อดีตนักเจรจาตัวประกัน FBI อธิบายไว้ในหนังสือ Never Split the Difference ว่า คำว่า “ใช่” ไม่ได้มีความหมายเดียวเสมอไป บางครั้งมันคือ “ใช่ปลอม” ที่อีกฝ่ายพูดเพื่อให้บทสนทนาจบเร็วขึ้น บางครั้งเป็นแค่ “ใช่ เข้าใจ” แต่ไม่ได้มีความตั้งใจจะทำอะไรต่อ และมีเพียงบางครั้งเท่านั้นที่เป็น “ใช่” แบบผูกพันจริง ๆ ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจหรือการลงมือทำ นี่คือเหตุผลที่การขายแบบพยายามไล่คำถามให้ลูกค้าตอบว่าใช่ อาจทำให้คนรู้สึกอึดอัดมากกว่ารู้สึกไว้ใจ เช่น “คุณอยากดื่มน้ำสะอาดไหม” “คุณอยากให้น้ำปลอดภัยไหม” คำถามเหล่านี้ดูเหมือนไม่ผิด แต่ถ้าใช้เพื่อบีบให้คนต้องซื้อ สมองของผู้ฟังจะเริ่มตั้งการ์ดทันที เพราะเขารู้สึกว่าสิทธิในการเลือกกำลังถูกลดลง ในทางกลับกัน คำว่า “ไม่” กลับมีพลังมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะเมื่อคนได้พูดว่า “ไม่” เขาจะรู้สึกว่าตัวเองยังควบคุมสถานการณ์ได้ ยังมีสิทธิเลือก และยังไม่ถูกบังคับ นี่เป็นจุดสำคัญของการสื่อสารกับลูกค้าแบบไม่กดดัน ถ้าเราถามคำถามที่เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้ เช่น “เรื่องนี้ยังไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากโฟกัสตอนนี้ใช่ไหมครับ” อีกฝ่ายมักจะรู้สึกปลอดภัยขึ้น และพร้อมอธิบายความจริงมากขึ้น อีกเทคนิคหนึ่งที่สำคัญมากในจิตวิทยาการเจรจา คือการทำให้อีกฝ่ายพูดว่า “That’s Right” ไม่ใช่ “You’re Right” เพราะสองคำนี้ต่างกันมาก “You’re Right” มักแปลว่า “คุณพูดถูกแล้ว พอเถอะ” เป็นคำตอบเพื่อจบบทสนทนา แต่ “That’s Right” แปลว่าอีกฝ่ายรู้สึกว่าเราเข้าใจโลกของเขาจริง ๆ เข้าใจทั้งเหตุผล ความกังวล และความรู้สึกที่อยู่ข้างใน วิธีไปให้ถึงจุดนั้นไม่ใช่การเถียง ไม่ใช่การสอน และไม่ใช่การรีบปิดการขาย แต่คือการฟังอย่างลึก แล้วสรุปสิ่งที่อีกฝ่ายพูดกลับไปด้วยภาษาของเราเอง ทั้งข้อเท็จจริงและอารมณ์ เช่น “ดูเหมือนว่าคุณไม่ได้ปฏิเสธสินค้า แต่คุณไม่อยากตัดสินใจในสถานการณ์ที่รู้สึกเหมือนถูกเร่ง” ถ้าเขารู้สึกว่าใช่จริง ๆ เขาจะไม่ได้แค่ยอมรับคำพูดเรา แต่จะเริ่มเปิดใจให้บทสนทนาเดินต่อ สุดท้าย การเจรจาที่ดีไม่ใช่การทำให้อีกฝ่ายแพ้ทางคำพูด แต่คือการทำให้เขารู้สึกปลอดภัยพอที่จะพูดความจริงออกมา คำว่า “ไม่” จึงไม่ใช่จุดจบเสมอไป แต่อาจเป็นประตูแรกของความไว้วางใจ ส่วน “That’s Right” คือสัญญาณว่าเราไม่ได้แค่ฟังเสียงของเขา แต่เข้าใจมุมมองของเขาจริง ๆ และนั่นคือจุดที่การเจรจามีโอกาสเดินหน้าอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด #จิตวิทยาการเจรจา #เทคนิคการเจรจา #การสื่อสารกับลูกค้า #การขายแบบไม่กดดัน #chrisvoss @พี่พอล ที่เป็นหมอแหละ

About