@anhdung83.86: Phải không :)))

AnhDung83.86
AnhDung83.86
Open In TikTok:
Region: KH
Tuesday 05 September 2023 05:06:01 GMT
239
27
3
0

Music

Download

Comments

baokhangnhung28
Nhung Khang Nhung 35N :
Trước đây chưa từng có hả 😳
2023-09-05 14:12:51
0
To see more videos from user @anhdung83.86, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

เอาจริง ๆ แล้ว ความเคร่งขรึมมันไม่ได้มาเพราะทุกคนอยากดูเท่ (ถึงบางคนจะอยากก็ตามเถอะ) แต่มันมีที่มาที่ไปอยู่ อย่างแรกเลยคือ “มารยาท” โดยเฉพาะในคอนเสิร์ตคลาสสิก การนั่งนิ่ง ๆ คือการให้เกียรติศิลปิน ลองนึกภาพนักไวโอลินกำลังเล่นท่อนพีค แล้วมีคนข้างหลังตะโกน “โหพี่โคตรเดือด!” …บรรยากาศพังทันที ดังนั้นความนิ่งเลยช่วยรักษาโมเมนต์ไว้ อีกเหตุผลคือ เพลงบางแนวมันซับซ้อนจริง ไม่ใช่ฟังเอามันอย่างเดียว แต่ฟังเอา “รายละเอียด” ด้วย อย่างแจ๊สที่ชอบโซโล่ยาว ๆ หรือดนตรีทดลองที่บางทีเหมือนเสียงหลอดไฟกำลังจะขาด ถ้าไม่ตั้งใจฟังดี ๆ คือหลุดเลย คนเลยนิ่งเพื่อโฟกัส เหมือนดูหนังที่ต้องคิดตาม ถ้ามัวแต่คุยก็ไม่รู้เรื่อง แต่ที่ตลกหน่อยคือ บางคนก็เคร่งเพราะ “กลัวดูไม่โปร” คือแบบ…ไม่รู้ว่าควรอินยังไง เลยเลือกนิ่งไว้ก่อน ปลอดภัยสุด ทำหน้าแบบ “อืม…interesting” ทั้งที่ในใจอาจคิดว่า “นี่มันเสียงอะไรนะ?” อันนี้เรียกว่าเคร่งเพื่อเอาตัวรอดทางสังคมล้วน ๆ แล้วก็มีอีกแบบ คืออินจริงแต่แสดงออกน้อย คนบางคนเวลาอินจะนิ่งไปเลย เหมือนจมเข้าไปในเพลง ไม่ได้แปลว่าไม่สนุกนะ แต่อยู่ในโหมด internal มากกว่า external พวกนี้ถ้าไปโยกแรง ๆ อาจจะเสียสมาธิแทน แต่พูดกันตรง ๆ นะ มันไม่ได้มีกฎข้อไหนบอกว่าฟังเพลงต้องทำหน้าเครียด ดนตรีมันมีหลายโลกมาก ไปคอนเสิร์ตร็อกแล้วนั่งนิ่งนี่แหละแปลก หรือไปผับแจ๊สแล้วโยกแบบ EDM อันนั้นก็อาจจะโดนมองนิดนึง สุดท้ายมันคือการอ่านบรรยากาศมากกว่า สรุปง่าย ๆ คือ การทำตัวเคร่งขรึมเวลาฟังเพลงมันมีหลายเหตุผล ทั้งเรื่องมารยาท ความตั้งใจฟัง ความกลัวโป๊ะ และสไตล์ส่วนตัว แต่ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าคุณอยากโยกก็โยก อยากนิ่งก็นิ่ง แค่ไม่ไปรบกวนคนอื่นก็พอ เพราะสุดท้ายแล้ว จุดประสงค์ของการฟังเพลงมันไม่ใช่การทำหน้าให้ดูฉลาด…แต่มันคือการ “รู้สึก” อะไรบางอย่างกับเสียงที่เราได้ยินต่างหาก จะยิ้ม จะหลับตา จะพยักหน้าหลุดจังหวะนิดหน่อย ก็ไม่ผิดกติกาชีวิตแต่อย่างใด
เอาจริง ๆ แล้ว ความเคร่งขรึมมันไม่ได้มาเพราะทุกคนอยากดูเท่ (ถึงบางคนจะอยากก็ตามเถอะ) แต่มันมีที่มาที่ไปอยู่ อย่างแรกเลยคือ “มารยาท” โดยเฉพาะในคอนเสิร์ตคลาสสิก การนั่งนิ่ง ๆ คือการให้เกียรติศิลปิน ลองนึกภาพนักไวโอลินกำลังเล่นท่อนพีค แล้วมีคนข้างหลังตะโกน “โหพี่โคตรเดือด!” …บรรยากาศพังทันที ดังนั้นความนิ่งเลยช่วยรักษาโมเมนต์ไว้ อีกเหตุผลคือ เพลงบางแนวมันซับซ้อนจริง ไม่ใช่ฟังเอามันอย่างเดียว แต่ฟังเอา “รายละเอียด” ด้วย อย่างแจ๊สที่ชอบโซโล่ยาว ๆ หรือดนตรีทดลองที่บางทีเหมือนเสียงหลอดไฟกำลังจะขาด ถ้าไม่ตั้งใจฟังดี ๆ คือหลุดเลย คนเลยนิ่งเพื่อโฟกัส เหมือนดูหนังที่ต้องคิดตาม ถ้ามัวแต่คุยก็ไม่รู้เรื่อง แต่ที่ตลกหน่อยคือ บางคนก็เคร่งเพราะ “กลัวดูไม่โปร” คือแบบ…ไม่รู้ว่าควรอินยังไง เลยเลือกนิ่งไว้ก่อน ปลอดภัยสุด ทำหน้าแบบ “อืม…interesting” ทั้งที่ในใจอาจคิดว่า “นี่มันเสียงอะไรนะ?” อันนี้เรียกว่าเคร่งเพื่อเอาตัวรอดทางสังคมล้วน ๆ แล้วก็มีอีกแบบ คืออินจริงแต่แสดงออกน้อย คนบางคนเวลาอินจะนิ่งไปเลย เหมือนจมเข้าไปในเพลง ไม่ได้แปลว่าไม่สนุกนะ แต่อยู่ในโหมด internal มากกว่า external พวกนี้ถ้าไปโยกแรง ๆ อาจจะเสียสมาธิแทน แต่พูดกันตรง ๆ นะ มันไม่ได้มีกฎข้อไหนบอกว่าฟังเพลงต้องทำหน้าเครียด ดนตรีมันมีหลายโลกมาก ไปคอนเสิร์ตร็อกแล้วนั่งนิ่งนี่แหละแปลก หรือไปผับแจ๊สแล้วโยกแบบ EDM อันนั้นก็อาจจะโดนมองนิดนึง สุดท้ายมันคือการอ่านบรรยากาศมากกว่า สรุปง่าย ๆ คือ การทำตัวเคร่งขรึมเวลาฟังเพลงมันมีหลายเหตุผล ทั้งเรื่องมารยาท ความตั้งใจฟัง ความกลัวโป๊ะ และสไตล์ส่วนตัว แต่ไม่ใช่กฎตายตัว ถ้าคุณอยากโยกก็โยก อยากนิ่งก็นิ่ง แค่ไม่ไปรบกวนคนอื่นก็พอ เพราะสุดท้ายแล้ว จุดประสงค์ของการฟังเพลงมันไม่ใช่การทำหน้าให้ดูฉลาด…แต่มันคือการ “รู้สึก” อะไรบางอย่างกับเสียงที่เราได้ยินต่างหาก จะยิ้ม จะหลับตา จะพยักหน้าหลุดจังหวะนิดหน่อย ก็ไม่ผิดกติกาชีวิตแต่อย่างใด

About