@poetic.rizzz: My dear, every time your eyes cry like the sea. I will be the sand that waits for you on the shore to dry your tears. #fy #fyp #fypシ #her #him #Love #viral #lines #lover #xoxo #words #poetry #flattery #romance #romantic #poeticrizz #viralvideos #poeticrizzz #connection #pickuplines

Poetic Rizzz
Poetic Rizzz
Open In TikTok:
Region: US
Sunday 18 February 2024 05:30:00 GMT
2630
225
5
15

Music

Download

Comments

moon_knigth5
🗡️MOON_KNIGHT🌙/ムーンナイト/月光骑士 :
my dear, everytime your eyes cry like the sea I will be on the sand that waits for your tears to dry
2026-06-02 12:44:36
0
j.cyruszx
cyrus :
@jelly_pink777
2025-11-16 15:19:59
1
derekdown790
Derek :
@🧿Artem♒
2024-02-19 01:16:04
2
henrygd93
Henrygd :
@leeknow674
2026-04-20 05:59:03
0
To see more videos from user @poetic.rizzz, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

เครื่องบินขับไล่ไร้คนขับ Boeing QF-16 (Full-Scale Aerial Target : FSAT) พัฒนาโดยบริษัท Boeing จากเครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon ที่ปลดประจำการแล้ว โดยโครงการนี้ดำเนินการตามความต้องการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) เพื่อใช้เป็น เป้าบินสมรรถนะสูง สำหรับการทดสอบอาวุธและการฝึกกำลังพล แทนการใช้เครื่องบินขับไล่ที่ยังประจำการอยู่ . QF-16 ยังคงรักษาสมรรถนะของ F-16 ไว้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความเร็วสูงสุดประมาณ 2 เท่าของความเร็วเสียง (Mach 2) เพดานบินราว 50,000 ฟุต และสามารถทำการบินด้วยแรงดึงสูงถึง 9G ได้เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่จริง ทำให้สามารถจำลองการเคลื่อนที่และการหลบหลีกของอากาศยานข้าศึกได้อย่างสมจริง . จุดเด่นของ QF-16 คือสามารถปฏิบัติการได้ทั้ง แบบมีนักบิน และ แบบไร้คนขับ โดยเมื่อปฏิบัติภารกิจไร้คนขับ เครื่องจะถูกควบคุมจากสถานีภาคพื้นผ่านระบบควบคุมระยะไกล พร้อมระบบนำร่องอัตโนมัติที่สามารถทำการบิน วิ่งขึ้น และลงจอดได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถปฏิบัติภารกิจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ . ภารกิจหลักของ Boeing QF-16 คือการเป็นเป้าบินสำหรับทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถีและระบบป้องกันภัยทางอากาศ เช่น ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ และการประเมินประสิทธิภาพของระบบเรดาร์และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังใช้ฝึกนักบินขับไล่ให้สามารถรับมือกับเป้าหมายที่มีสมรรถนะใกล้เคียงเครื่องบินรบจริง แม้ QF-16 จะเป็นอากาศยานไร้คนขับ แต่ก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตนเองบางชนิด เช่น Chaff และ Flare รวมถึงอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare Pods) เพื่อจำลองภัยคุกคามและสถานการณ์การรบที่สมจริงยิ่งขึ้นในระหว่างการทดสอบ ในบางภารกิจ QF-16 จะถูกนำกลับมาใช้งานซ้ำหากไม่ถูกทำลาย แต่ในการทดสอบอาวุธจริง เครื่องบินอาจถูกยิงตกโดยเจตนา เพื่อประเมินประสิทธิภาพของขีปนาวุธและระบบอาวุธรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการ . โครงการ QF-16 เริ่มต้นในปี 2010 เมื่อ Boeing ได้รับสัญญาจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ให้ดัดแปลงเครื่องบิน F-16 ที่ปลดประจำการเป็นอากาศยานไร้คนขับ ต่อมาได้ทำการบินครั้งแรกแบบไร้คนขับสำเร็จในปี 2013 และเริ่มเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี 2016 เพื่อทดแทนเครื่องบินเป้าบิน QF-4 Phantom II ที่ใช้งานมานานหลายทศวรรษ . ปัจจุบัน Boeing QF-16 ถือเป็นหนึ่งในอากาศยานเป้าบินที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในโลก เนื่องจากสามารถจำลองขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริง ทั้งในด้านความเร็ว ความคล่องตัว และสมรรถนะการบิน จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและทดสอบระบบอาวุธของกองทัพอากาศสหรัฐฯ รวมถึงช่วยเพิ่มความพร้อมรบของนักบินและระบบป้องกันภัยทางอากาศในอนาคต - โบอิ้ง คิวเอฟ-16 (Boeing QF-16) พัฒนาโดยโบอิ้ง ดีเฟนส สเปซ แอนด์ ซีเคียวริตี มีพื้นฐานมาจากเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16เอ/บี ไฟทิง ฟอลคอน และบางลำดัดแปลงมาจากรุ่นเอฟ-16ซี ตัวอากาศยานเป็นเป้าบินสมรรถนะสูงแบบไร้คนขับ โดยปกติไม่มีลูกเรือแต่สามารถบินแบบมีนักบินได้ในบางภารกิจ มีความยาว 15.03 เมตร ความกว้างปีก 9.96 เมตร ความสูง 5.09 เมตร น้ำหนักเปล่าประมาณ 8,570 กิโลกรัม และมีน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 19,200 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนพร้อมสันดาปท้ายแบบแพรตต์ แอนด์ วิทนีย์ เอฟ100-พับบลิว-200 หรือเจนเนอรัล อิเล็กทริก เอฟ110-จีอี-100 ให้แรงขับสูงสุดประมาณ 23,830 ถึง 28,000 ปอนด์ พร้อมทำความเร็วสูงสุดมากกว่ามัค 2 หรือประมาณ 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีพิสัยบินสูงสุดประมาณ 4,200 กิโลเมตรเมื่อใช้ถังเชื้อเพลิงเสริม รัศมีปฏิบัติการรบมาตรฐานประมาณ 550 กิโลเมตร เพดานบินมากกว่า 50,000 ฟุต หรือประมาณ 15,240 เมตร อัตราการไต่ระดับประมาณ 254 เมตรต่อวินาที และรองรับค่าแรงจีได้ถึงบวก 9 จี ระบบควบคุมสั่งการจากสถานีภาคพื้นพร้อมระบบบินอัตโนมัติและระบบส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงรองรับการติดตั้งแชฟฟ์ แฟลร์ และอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นเป้าบินทดสอบขีปนาวุธ ฝึกนักบิน และประเมินประสิทธิภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นภารกิจหลัก
เครื่องบินขับไล่ไร้คนขับ Boeing QF-16 (Full-Scale Aerial Target : FSAT) พัฒนาโดยบริษัท Boeing จากเครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon ที่ปลดประจำการแล้ว โดยโครงการนี้ดำเนินการตามความต้องการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) เพื่อใช้เป็น เป้าบินสมรรถนะสูง สำหรับการทดสอบอาวุธและการฝึกกำลังพล แทนการใช้เครื่องบินขับไล่ที่ยังประจำการอยู่ . QF-16 ยังคงรักษาสมรรถนะของ F-16 ไว้เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นความเร็วสูงสุดประมาณ 2 เท่าของความเร็วเสียง (Mach 2) เพดานบินราว 50,000 ฟุต และสามารถทำการบินด้วยแรงดึงสูงถึง 9G ได้เช่นเดียวกับเครื่องบินขับไล่จริง ทำให้สามารถจำลองการเคลื่อนที่และการหลบหลีกของอากาศยานข้าศึกได้อย่างสมจริง . จุดเด่นของ QF-16 คือสามารถปฏิบัติการได้ทั้ง แบบมีนักบิน และ แบบไร้คนขับ โดยเมื่อปฏิบัติภารกิจไร้คนขับ เครื่องจะถูกควบคุมจากสถานีภาคพื้นผ่านระบบควบคุมระยะไกล พร้อมระบบนำร่องอัตโนมัติที่สามารถทำการบิน วิ่งขึ้น และลงจอดได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังสามารถปฏิบัติภารกิจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ . ภารกิจหลักของ Boeing QF-16 คือการเป็นเป้าบินสำหรับทดสอบอาวุธปล่อยนำวิถีและระบบป้องกันภัยทางอากาศ เช่น ขีปนาวุธอากาศสู่อากาศ ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ และการประเมินประสิทธิภาพของระบบเรดาร์และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ยังใช้ฝึกนักบินขับไล่ให้สามารถรับมือกับเป้าหมายที่มีสมรรถนะใกล้เคียงเครื่องบินรบจริง แม้ QF-16 จะเป็นอากาศยานไร้คนขับ แต่ก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตนเองบางชนิด เช่น Chaff และ Flare รวมถึงอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare Pods) เพื่อจำลองภัยคุกคามและสถานการณ์การรบที่สมจริงยิ่งขึ้นในระหว่างการทดสอบ ในบางภารกิจ QF-16 จะถูกนำกลับมาใช้งานซ้ำหากไม่ถูกทำลาย แต่ในการทดสอบอาวุธจริง เครื่องบินอาจถูกยิงตกโดยเจตนา เพื่อประเมินประสิทธิภาพของขีปนาวุธและระบบอาวุธรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของโครงการ . โครงการ QF-16 เริ่มต้นในปี 2010 เมื่อ Boeing ได้รับสัญญาจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ ให้ดัดแปลงเครื่องบิน F-16 ที่ปลดประจำการเป็นอากาศยานไร้คนขับ ต่อมาได้ทำการบินครั้งแรกแบบไร้คนขับสำเร็จในปี 2013 และเริ่มเข้าประจำการอย่างเป็นทางการในปี 2016 เพื่อทดแทนเครื่องบินเป้าบิน QF-4 Phantom II ที่ใช้งานมานานหลายทศวรรษ . ปัจจุบัน Boeing QF-16 ถือเป็นหนึ่งในอากาศยานเป้าบินที่มีสมรรถนะสูงที่สุดในโลก เนื่องจากสามารถจำลองขีดความสามารถของเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริง ทั้งในด้านความเร็ว ความคล่องตัว และสมรรถนะการบิน จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและทดสอบระบบอาวุธของกองทัพอากาศสหรัฐฯ รวมถึงช่วยเพิ่มความพร้อมรบของนักบินและระบบป้องกันภัยทางอากาศในอนาคต - โบอิ้ง คิวเอฟ-16 (Boeing QF-16) พัฒนาโดยโบอิ้ง ดีเฟนส สเปซ แอนด์ ซีเคียวริตี มีพื้นฐานมาจากเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16เอ/บี ไฟทิง ฟอลคอน และบางลำดัดแปลงมาจากรุ่นเอฟ-16ซี ตัวอากาศยานเป็นเป้าบินสมรรถนะสูงแบบไร้คนขับ โดยปกติไม่มีลูกเรือแต่สามารถบินแบบมีนักบินได้ในบางภารกิจ มีความยาว 15.03 เมตร ความกว้างปีก 9.96 เมตร ความสูง 5.09 เมตร น้ำหนักเปล่าประมาณ 8,570 กิโลกรัม และมีน้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด 19,200 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนพร้อมสันดาปท้ายแบบแพรตต์ แอนด์ วิทนีย์ เอฟ100-พับบลิว-200 หรือเจนเนอรัล อิเล็กทริก เอฟ110-จีอี-100 ให้แรงขับสูงสุดประมาณ 23,830 ถึง 28,000 ปอนด์ พร้อมทำความเร็วสูงสุดมากกว่ามัค 2 หรือประมาณ 2,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีพิสัยบินสูงสุดประมาณ 4,200 กิโลเมตรเมื่อใช้ถังเชื้อเพลิงเสริม รัศมีปฏิบัติการรบมาตรฐานประมาณ 550 กิโลเมตร เพดานบินมากกว่า 50,000 ฟุต หรือประมาณ 15,240 เมตร อัตราการไต่ระดับประมาณ 254 เมตรต่อวินาที และรองรับค่าแรงจีได้ถึงบวก 9 จี ระบบควบคุมสั่งการจากสถานีภาคพื้นพร้อมระบบบินอัตโนมัติและระบบส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ รวมถึงรองรับการติดตั้งแชฟฟ์ แฟลร์ และอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นเป้าบินทดสอบขีปนาวุธ ฝึกนักบิน และประเมินประสิทธิภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศเป็นภารกิจหลัก

About