@yuosef__80: #عتابا_مواويل #نواف #عزيز #اذكروا #تبارك_الرحمٰن #❤️ #اللهم_صلي_على_نبينا_محمد #تصويري📸 #صلوا_على_رسول_الله #fyp #flypシ

الشـ,ـيـ,ـخᬼ👑⍣ غلہٰيٰصہٰ⍣⃟🦅
الشـ,ـيـ,ـخᬼ👑⍣ غلہٰيٰصہٰ⍣⃟🦅
Open In TikTok:
Region: GR
Monday 02 December 2024 15:37:28 GMT
24973
1616
20
288

Music

Download

Comments

karim.kassouri
Karim kassouri :
💞💞💞
2024-12-02 21:35:25
1
.91159155
امير المخزومي 911 :
🥰🥰🥰
2024-12-02 15:44:43
1
alok.kjh
ساحرة العيون🌹🤍🌹 :
🥀🥀🥀
2025-02-15 19:48:10
0
user248236137579
حمودي ،💫💫⭐ :
💚
2025-02-15 18:05:23
0
user8181466756132
اسامة الادلبي :
🥰🥰🥰
2025-02-14 16:43:35
0
.hard17
أحمد hard :
🥺🥺💔💔💔
2025-01-30 10:06:20
0
asdlb06
حـᬼ🚬⑅⃝ـᬼسـون :
💔🥺
2025-01-24 16:42:25
0
To see more videos from user @yuosef__80, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

🔥 จากตรุณ..สู่พลววิปัสสนา 🌾🪷🪷🪷🌾 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น. 🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๑ นามรูปปริจเฉทญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้นของนามธรรมและรูปธรรม ที่แยกขาดจากกัน ทีละอารมณ์ กับทางมโนทวาร ขณะที่เป็นวิปัสสนาญาณ อิริยาบถของมโนทวาร หรือ อาการที่มืดสนิททางมโนทวาร จะปิดบัง ท่วมทับ อิริยาบถทางปัญจทวาร ขณะที่มโนทวารวิถีจิต เกิดดับสืบต่อกัน อย่างแนบสนิท กับทางปัญจทวาร ทางปัญจทวารนั้น สั้นนิดเดียว ปรากฏนิดเดียว ส่วนทางมโนทวาร ปรากฏเต็ม ปรากฏชัดให้รู้ว่า เป็นแค่รูปชนิดหนึ่งเท่านั้น และรูปธรรมชนิดนั้น แยกขาด จากนามธรรม เป็นนามรูปปริจเฉทญาณ! ขณะที่ญาณกำลังประจักษ์แจ้ง ขณะนั้น เห็นเป็นรูป ได้ยินเป็นรูป ธาตุรู้ ได้แก่ จิตเห็น จิตได้ยิน ที่ญาณกำลังประจักษ์ ผ่านทางปัญจทวาร จะปรากฏแค่นิดเดียว รูปสี รูปเสียง หรือรูปหยาบ ทั้ง ๗ จึงปรากฏแค่นิดเดียว เพราะสืบต่อกันสนิทมาก ที่ปรากฏชัดสืบต่อให้รู้ว่า เป็นแค่รูปชนิดหนึ่ง เหมือนกันทั้งหมด เพราะเหตุว่า รูปชนิดนั้น เป็นรูปเทียม!! เป็นรูปเกิดขึ้นจากจิตคิด!! แล้วรู้ชัดว่า รูปชนิดนั้น สืบต่อมาจากทวารไหน  🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๒ ปัจจยปริคคหญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้นของนามธรรมและรูปธรรม โดยความเป็นปัจจัย ต่างๆ เช่น ประจักษ์แจ้ง รูปสี รูปเสียง หรือรูปหยาบ ทั้ง ๗ ประจักษ์แจ้ง สุขเวทนา ทุกขเวทนา ตลอดถึง..นามนึกคิด จากนั้นไป ประจักษ์แจ้ง การเกิดดับเสมอกัน..ของสภาพธรรม ทุกประเภท ตามลำดับ จากเดิม..ญาณประจักษ์แจ้ง รูปธรรม มีเสียง เป็นต้น จากเดิม..ญาณประจักษ์แจ้ง นามธรรม อื่นๆ มีสุขเวทนา เป็นต้น ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ที่ผ่านปัญจทวารวิถีจิต จะปรากฏเสมอกัน!! กับมโนทวารวิถีจิต วาระแรก วาระเดียว ขณะนั้น ไม่มีการตรึก..ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ ลักษณะการเกิดดับ จะเกิดดับ สืบต่อ ณ สถานที่เดียวกัน จะไม่ปรากฏเกิดขึ้น เหมือนกับ จิตเห็น จิตได้ยิน หรือ จิตที่กำลังรู้..รูปหยาบ อย่างหนึ่ง..อย่างใด เหมือนเช่นกับวิปัสสนาญาณทั่วไป แต่ทุกรูป ทุกนาม ไม่มีเว้น จะเป็นรูปชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ เกิดดับสืบต่อ เสมอกันไป ไม่ขาดสาย จึงข้ามพ้นความสงสัย ในกาล ทั้ง ๓ ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน เป็นจูฬโสดาบันบุคคล ผู้มีคติแน่นอน  🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๓ สมมสนญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไป..ของนามธรรมและรูปธรรม สืบต่อกันอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจุบันสันตติ เป็นการประจักษ์แจ้ง การประชุมรวมกันของอายตน ธาตุ ขันธ์.. โดยความเป็นกลาป!! เป็นกลาป..เฉพาะทางมโนทวาร เท่านั้น เพราะเหตุว่า ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง ซึ่งมีรูปกลาปฟ้าแลบ เป็นอารมณ์ ยังไม่ถึงการปรากฏ กับตรุณวิปัสสนา ทั้งๆ ที่ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง สัมปยุตด้วยญาณ แล้วก็ตาม จึงกล่าวว่า..ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริงมี แต่ยังไม่ปรากฏ กับสัมมสนญาณ ก่อนนั้น สภาพธรรมทุกประเภท เสมอกัน..โดยตีรณปริญญา ทันทีที่คลาย ความฝักใฝ่ ต่อรูปหนึ่งนามใด จึงน้อมไปเพื่อประจักษ์ การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไป เป็นกลาป!! เป็นปัจจุบันสันตติ สมมสนญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดดับสืบต่อ อย่างรวดเร็ว เร็วมาก!! กับมโนทวารวิถีจิต วาระแรก วาระเดียว เมื่อภวังค์คั่นแล้ว มโนทวารวิถีจิต วาระถัดไป  จึงเกิดขึ้นตรึก..ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ วิปัสสนาญาณ ที่ ๑, ๒, ๓ ยังเป็นตรุณวิปัสสนา! เมื่อเทียบกับ พลววิปัสสนา! ยังมีการตรึก..ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า จินตาญาณ!!  🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๔ อุทยัพพยญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไป เกิดดับสืบต่อ อย่างเด่นชัด ต่อลักษณะของนามธรรมและรูปธรรม เป็นปัจจุบันสันตติ! จะเห็นถึงการขาดตอน ระหว่าง ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง! กับมโนทวารวิถีจิต วาระแรก! ที่รับอารมณ์นั้นต่อ เป็นการประจักษ์แจ้ง การประชุมรวมกันของอายตนะ ธาตุ ขันธ์.. โดยความเป็นกลาป เสมือนฟ้าแลบ! ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง! มีรูปกลาปฟ้าแลบ! เป็นอารมณ์ปัจจุบันสันตติ! เมื่อปัญจทวารวิถีจิต ดับแล้ว ภวังค์คั่นแล้ว มโนทวารวิถีจิต เกิดขึ้นรับ..รู้อารมณ์นั้นต่อ หรือ แปลอารมณ์นั้นต่อ โดยมีรูปสี รูปเสียง หรือรูปหยาบทั้ง ๗ อย่างหนึ่งอย่างใด เป็นอารมณ์ปัจจุบันสันตติ แล้วไม่มีการตรึกสืบต่อ หรือแทรกคั่น เช่นกับ ตรุณวิปัสสนา หรือวิปัสสนาข้างต้น เพราะเหตุว่า อุทยัพพยญาณ เป็นพลววิปัสสนา! มีอารมณ์เป็นปัจจุบันสันตติ ปราศจากการตรึก! ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ จากพระไตรปิฏก
🔥 จากตรุณ..สู่พลววิปัสสนา 🌾🪷🪷🪷🌾 ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น. 🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๑ นามรูปปริจเฉทญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้นของนามธรรมและรูปธรรม ที่แยกขาดจากกัน ทีละอารมณ์ กับทางมโนทวาร ขณะที่เป็นวิปัสสนาญาณ อิริยาบถของมโนทวาร หรือ อาการที่มืดสนิททางมโนทวาร จะปิดบัง ท่วมทับ อิริยาบถทางปัญจทวาร ขณะที่มโนทวารวิถีจิต เกิดดับสืบต่อกัน อย่างแนบสนิท กับทางปัญจทวาร ทางปัญจทวารนั้น สั้นนิดเดียว ปรากฏนิดเดียว ส่วนทางมโนทวาร ปรากฏเต็ม ปรากฏชัดให้รู้ว่า เป็นแค่รูปชนิดหนึ่งเท่านั้น และรูปธรรมชนิดนั้น แยกขาด จากนามธรรม เป็นนามรูปปริจเฉทญาณ! ขณะที่ญาณกำลังประจักษ์แจ้ง ขณะนั้น เห็นเป็นรูป ได้ยินเป็นรูป ธาตุรู้ ได้แก่ จิตเห็น จิตได้ยิน ที่ญาณกำลังประจักษ์ ผ่านทางปัญจทวาร จะปรากฏแค่นิดเดียว รูปสี รูปเสียง หรือรูปหยาบ ทั้ง ๗ จึงปรากฏแค่นิดเดียว เพราะสืบต่อกันสนิทมาก ที่ปรากฏชัดสืบต่อให้รู้ว่า เป็นแค่รูปชนิดหนึ่ง เหมือนกันทั้งหมด เพราะเหตุว่า รูปชนิดนั้น เป็นรูปเทียม!! เป็นรูปเกิดขึ้นจากจิตคิด!! แล้วรู้ชัดว่า รูปชนิดนั้น สืบต่อมาจากทวารไหน 🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๒ ปัจจยปริคคหญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้นของนามธรรมและรูปธรรม โดยความเป็นปัจจัย ต่างๆ เช่น ประจักษ์แจ้ง รูปสี รูปเสียง หรือรูปหยาบ ทั้ง ๗ ประจักษ์แจ้ง สุขเวทนา ทุกขเวทนา ตลอดถึง..นามนึกคิด จากนั้นไป ประจักษ์แจ้ง การเกิดดับเสมอกัน..ของสภาพธรรม ทุกประเภท ตามลำดับ จากเดิม..ญาณประจักษ์แจ้ง รูปธรรม มีเสียง เป็นต้น จากเดิม..ญาณประจักษ์แจ้ง นามธรรม อื่นๆ มีสุขเวทนา เป็นต้น ทั้งรูปธรรมและนามธรรม ที่ผ่านปัญจทวารวิถีจิต จะปรากฏเสมอกัน!! กับมโนทวารวิถีจิต วาระแรก วาระเดียว ขณะนั้น ไม่มีการตรึก..ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ ลักษณะการเกิดดับ จะเกิดดับ สืบต่อ ณ สถานที่เดียวกัน จะไม่ปรากฏเกิดขึ้น เหมือนกับ จิตเห็น จิตได้ยิน หรือ จิตที่กำลังรู้..รูปหยาบ อย่างหนึ่ง..อย่างใด เหมือนเช่นกับวิปัสสนาญาณทั่วไป แต่ทุกรูป ทุกนาม ไม่มีเว้น จะเป็นรูปชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะเฉพาะ เกิดดับสืบต่อ เสมอกันไป ไม่ขาดสาย จึงข้ามพ้นความสงสัย ในกาล ทั้ง ๓ ก้าวลงสู่สัมมัตตนิยาม ก้าวลงสู่สัปปุริสภูมิ ล่วงภูมิปุถุชน เป็นจูฬโสดาบันบุคคล ผู้มีคติแน่นอน 🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๓ สมมสนญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไป..ของนามธรรมและรูปธรรม สืบต่อกันอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจุบันสันตติ เป็นการประจักษ์แจ้ง การประชุมรวมกันของอายตน ธาตุ ขันธ์.. โดยความเป็นกลาป!! เป็นกลาป..เฉพาะทางมโนทวาร เท่านั้น เพราะเหตุว่า ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง ซึ่งมีรูปกลาปฟ้าแลบ เป็นอารมณ์ ยังไม่ถึงการปรากฏ กับตรุณวิปัสสนา ทั้งๆ ที่ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง สัมปยุตด้วยญาณ แล้วก็ตาม จึงกล่าวว่า..ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริงมี แต่ยังไม่ปรากฏ กับสัมมสนญาณ ก่อนนั้น สภาพธรรมทุกประเภท เสมอกัน..โดยตีรณปริญญา ทันทีที่คลาย ความฝักใฝ่ ต่อรูปหนึ่งนามใด จึงน้อมไปเพื่อประจักษ์ การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไป เป็นกลาป!! เป็นปัจจุบันสันตติ สมมสนญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดดับสืบต่อ อย่างรวดเร็ว เร็วมาก!! กับมโนทวารวิถีจิต วาระแรก วาระเดียว เมื่อภวังค์คั่นแล้ว มโนทวารวิถีจิต วาระถัดไป จึงเกิดขึ้นตรึก..ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ วิปัสสนาญาณ ที่ ๑, ๒, ๓ ยังเป็นตรุณวิปัสสนา! เมื่อเทียบกับ พลววิปัสสนา! ยังมีการตรึก..ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ จึงมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า จินตาญาณ!! 🌾🪷🌾 วิปัสสนาญาณ ที่ ๔ อุทยัพพยญาณ ประจักษ์แจ้ง การเกิดขึ้น การตั้งอยู่ การดับไป เกิดดับสืบต่อ อย่างเด่นชัด ต่อลักษณะของนามธรรมและรูปธรรม เป็นปัจจุบันสันตติ! จะเห็นถึงการขาดตอน ระหว่าง ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง! กับมโนทวารวิถีจิต วาระแรก! ที่รับอารมณ์นั้นต่อ เป็นการประจักษ์แจ้ง การประชุมรวมกันของอายตนะ ธาตุ ขันธ์.. โดยความเป็นกลาป เสมือนฟ้าแลบ! ปัญจทวารวิถีจิต ตัวจริง! มีรูปกลาปฟ้าแลบ! เป็นอารมณ์ปัจจุบันสันตติ! เมื่อปัญจทวารวิถีจิต ดับแล้ว ภวังค์คั่นแล้ว มโนทวารวิถีจิต เกิดขึ้นรับ..รู้อารมณ์นั้นต่อ หรือ แปลอารมณ์นั้นต่อ โดยมีรูปสี รูปเสียง หรือรูปหยาบทั้ง ๗ อย่างหนึ่งอย่างใด เป็นอารมณ์ปัจจุบันสันตติ แล้วไม่มีการตรึกสืบต่อ หรือแทรกคั่น เช่นกับ ตรุณวิปัสสนา หรือวิปัสสนาข้างต้น เพราะเหตุว่า อุทยัพพยญาณ เป็นพลววิปัสสนา! มีอารมณ์เป็นปัจจุบันสันตติ ปราศจากการตรึก! ถึงนามธรรมและรูปธรรม ที่กำลังประจักษ์ จากพระไตรปิฏก "ไม่มี แล้วมี" หมายความว่า ตรงปัญจทวารวิถีจิต(๑๗) ไม่มีเสียง แล้วมีเสียง ตรงมโนทวารวิถีจิต(๑๐) ขณะที่ไม่มีเสียง ขณะนั้น อายตน ธาตุ ขันธ์.. ประชุมรวมกันเป็นกลาป! ขณะที่เป็นกลาป! ขณะนั้นฟ้าแลบ.!! 🌾🪷🌾 มุ่งอรรถ มุ่งประโยชน์ มุ่งธรรม.

About