@taya5856545688011:

🫀🥰 Taya ❤️✨
🫀🥰 Taya ❤️✨
Open In TikTok:
Region: EG
Monday 24 February 2025 18:36:18 GMT
58558
1961
16
515

Music

Download

Comments

barq___1_12
ﭕنہٰٰ۪۪ﹻٰﭑز ڪہٰٰ۪۪ﹻٰھہ ہٰ :
كوني قويه واستمري في صلابتك وأنهى الف شخص عند كبريائك
2025-02-25 19:40:34
0
omarkhaled445
Omeer Saad :
هقابله يوماتي واسقيه من نفس الكاس 💔
2025-02-26 00:01:59
1
sofyanhassn
Sofyan Hassn :
الفراق صعب اوي 🖤
2025-02-25 19:34:19
1
moh77753
⚔️..القيصر..⚔️ :
الكرامه نقطة انتهي عندها الف صديق والف حبيب 👌
2025-02-25 23:12:57
0
moatazmoataz4139
moatazmoataz4139محمد جابر :
جميييله🌹👍
2025-02-25 09:40:49
0
hussien.mobark8
Hussien Mobark❤️🦅 :
👍👍👍👍
2025-02-26 00:01:53
0
sosomohsen255
Aťħäř Møħšěñ🌸 :
💔💔💔
2025-02-25 23:51:54
0
dyau3qv6daz1
الرحيق المختوم95401 :
🥺🥺🥺🥺🥺🥺
2025-02-25 16:43:56
0
mazikamazika90
mazika :
😢💔
2025-02-25 16:31:32
0
user7529091745952
𝐑𝐨𝐨ᵐᵃ :
💔💔💔
2025-02-25 14:30:44
0
onar_8
عمر الجن :
😳😳😳
2025-02-25 02:42:14
0
taya5856545688011
🫀🥰 Taya ❤️✨ :
💔💔💔
2025-02-25 00:37:40
0
taya5856545688011
🫀🥰 Taya ❤️✨ :
👌👌👌
2025-02-24 21:05:26
0
yuosefhamad23
يوسف حماد✨️ :
❣️🥺
2025-02-24 19:24:59
0
podcastsama
المستبدة :
bloc Habibi 😁
2025-02-26 10:56:50
1
To see more videos from user @taya5856545688011, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสั่งการให้ตรวจสอบ และสืบสวนจับกุมบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยมีพฤติกรรมก่ออาชญากรรม ลักลอบทำงาน ประกอบธุรกิจโยฝ่าฝืนกฎหมาย หรือตั้งกลุ่มก่อความเดือดร้อนรำคาญ เป็นภัยต่อประชาชน ตลอดจนเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวสัญชาติไทยที่ถูกคนต่างด้าวแย่งอาชีพโดยการจัดตั้งบริษัทนอมินี อำพรางการทำธุรกิจซึ่งคนต่างด้าวลงทุนได้รับผลประโยชน์ และหลบเลี่ยงการเสียภาษี โดยมีการช่วยเหลือของคนไทยบางกลุ่ม สำนักงานบัญชี ชี้ช่องช่วยเหลือในลักษณธนอมินี รัฐได้รับความเสียหาย ประชานได้รับความเดือดร้อนถูกแย่งรายได้จากธุรกิจที่คนต่างด้าวทำกิจการแข่งขัน ต่อ...... ต่อ.....ตำรวจภูธรภาค 8 โดย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและเพื่อเป็นการปฎิบัติตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 8 ทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เป็นกลุ่มชาวต่างชาติมาประกอบธุรกิจในไทยโดยผิดกฎหมาย โยได้ทำการสนธิกำลังตรวจค้นในพื้นที่ 7 จังหวัดตอนบน  รวม 29 เป้าหมาย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 23 ราย โดยคดีสำคัญ คือ การจับกุม บุคคลสัญชาติจีน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ได้รประกอบธุริกจในลักษณะอำพรางให้บุคคลอื่นถือแทนลักษณะคล้ายนอมินี  โดยประกอบธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม, โรงเรียนนานาชาติ, โรงแรม, ธุรกิจรถเช่า, คอนโดมิเนียม และโครงการบ้านจัดสรร (วิลล่าหรู) รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท และทำการตรวจยึดเงินสดจำนวน 4,108,000 บาท เพื่อทำการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจค้นสำนักงานบัญชีที่ให้การช่วยเหลือ โดยสนับสนุนและจัดทำเอกสารอำพรางธุรกิจของบุคคลต่างด้าว สำหรับการจับกุมคนจีน ดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้เข้าตรวจสอบคาเฟ่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งนำสิงโตมาให้ลูกค้าถ่ายรูป และมีการจ้างงานคนต่างชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้สอบสวนขยายผลจนทราบว่า คาเฟ่ดังกล่าวเป็นของคนจีนที่เข้ามาอยู่ภูเก็ตหลายปีแล้ว และพบว่ามีการทำธุรกิจหลายอย่างโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี   จึงวางแผนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อทราบเครือข่ายสนับสนุนช่วยเหลือคนต่างด้าวประกอบธุรกิจฝ่าฝืนกฎหมาย และประกอบธุรกิจในลักษณะอำพราง โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือออกหน้าแทน  เป็นธุรกิจคนต่างด้าวเป็นเจ้าของร่วมกันลงทุน จัดทำเอกสารอำพรางโดยไม่ปรากฎการลงทุนร่วมของบุคคลสัญชาติไทยหรือบุคคลไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และมีการขอศาลออกหมายจับ ในฐานความผิด เป็นคนต่างด้าว ร่วมกันประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขัน ในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว ตามพระราชัญญัติ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 8 (3) (ตามบัญชี 3 ลำดับ 19) และมาตรา 37 และประกอบ ป.อาญาต่อ....ขณะเดียวกันตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นำ 9 หมายค้น ออกปฏิบัติการ 14 เป้าหมาย ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่าง ๆ เช่น ขายส่งดอกไม้ ต้นไม้ วิศวกรรม ร้านอาหาร แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านเทคนิค ประกอบธุรกิจปลูกพืช การผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ ภัตตาคาร ร้านอาหาร การรับเลี้ยงเด็ก ให้เช่ารถ และ ธุรกิจที่เกี่ยวกับกัญชา สามารถจับกุมคนไทยเครือข่ายนอมินี “นาย บ.” เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นในบริษัทชาวต่างชาติ มากถึง 13 บริษัท ซึ่งสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสถานรับเลี้ยงเด็กในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และสอบสวนขยายผล จนทราบว่า “นาย บ.” ได้ถือหุ้นแทนชาวต่างชาติในหลายบริษัท รวมมากถึง 13 บริษัท นอกจากนั้นยังได้มีการจับกุมชาวออสเตรเลีย 1 ราย และชาวเมียนมาอีก 6 ราย นำตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8 กล่าวด้วยว่า การตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาเปิดธุรกิจโดยใช้คนไทยบังหน้านั้นทางตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเข้มงวด และต่อเนื่อง จะไม่ทำแบบไฟไหม้ฟางแน่นอน ซึ่งในการจับกุมแต่ละครั้งจะสั่งขยายผลต่อเนื่องทุกพื้นที่ พร้อมสั่งการตรวจสอบกลุ่มคนไทยที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือบริษัทนอมินี จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจคนไทยและระบบเศรษฐกิจ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้นอมินีนั้นมีหลายชาติ ทั้งรัสเซีย จีน ออสเตรเลีย แอฟริกา และจากการตรวจสอบเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบว่ามีสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายกว่า 200 แห่ง ที่รับหน้าที่ในการจดทะเบียนบริษัทให้กับคนต่างชาติประกอบธุรกิจ ดังนั้นการดำเนินการตรวจสอบจับกุมไม่เฉพาะคนต่างชาติเท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยที่ให้การสนับสนุนด้วย#tiktoknews #เทรนด์วันนี้ #tiktokviral #ข่าว #ภูเก็ต
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสั่งการให้ตรวจสอบ และสืบสวนจับกุมบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยมีพฤติกรรมก่ออาชญากรรม ลักลอบทำงาน ประกอบธุรกิจโยฝ่าฝืนกฎหมาย หรือตั้งกลุ่มก่อความเดือดร้อนรำคาญ เป็นภัยต่อประชาชน ตลอดจนเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวสัญชาติไทยที่ถูกคนต่างด้าวแย่งอาชีพโดยการจัดตั้งบริษัทนอมินี อำพรางการทำธุรกิจซึ่งคนต่างด้าวลงทุนได้รับผลประโยชน์ และหลบเลี่ยงการเสียภาษี โดยมีการช่วยเหลือของคนไทยบางกลุ่ม สำนักงานบัญชี ชี้ช่องช่วยเหลือในลักษณธนอมินี รัฐได้รับความเสียหาย ประชานได้รับความเดือดร้อนถูกแย่งรายได้จากธุรกิจที่คนต่างด้าวทำกิจการแข่งขัน ต่อ...... ต่อ.....ตำรวจภูธรภาค 8 โดย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและเพื่อเป็นการปฎิบัติตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ของตำรวจภูธรภาค 8 ทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เป็นกลุ่มชาวต่างชาติมาประกอบธุรกิจในไทยโดยผิดกฎหมาย โยได้ทำการสนธิกำลังตรวจค้นในพื้นที่ 7 จังหวัดตอนบน รวม 29 เป้าหมาย ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 23 ราย โดยคดีสำคัญ คือ การจับกุม บุคคลสัญชาติจีน ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่ได้รประกอบธุริกจในลักษณะอำพรางให้บุคคลอื่นถือแทนลักษณะคล้ายนอมินี โดยประกอบธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม, โรงเรียนนานาชาติ, โรงแรม, ธุรกิจรถเช่า, คอนโดมิเนียม และโครงการบ้านจัดสรร (วิลล่าหรู) รวมมูลค่าการลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท และทำการตรวจยึดเงินสดจำนวน 4,108,000 บาท เพื่อทำการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังได้ทำการตรวจค้นสำนักงานบัญชีที่ให้การช่วยเหลือ โดยสนับสนุนและจัดทำเอกสารอำพรางธุรกิจของบุคคลต่างด้าว สำหรับการจับกุมคนจีน ดังกล่าว สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 8 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้เข้าตรวจสอบคาเฟ่แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ซึ่งนำสิงโตมาให้ลูกค้าถ่ายรูป และมีการจ้างงานคนต่างชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้สอบสวนขยายผลจนทราบว่า คาเฟ่ดังกล่าวเป็นของคนจีนที่เข้ามาอยู่ภูเก็ตหลายปีแล้ว และพบว่ามีการทำธุรกิจหลายอย่างโดยใช้คนไทยเป็นนอมินี จึงวางแผนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อทราบเครือข่ายสนับสนุนช่วยเหลือคนต่างด้าวประกอบธุรกิจฝ่าฝืนกฎหมาย และประกอบธุรกิจในลักษณะอำพราง โดยใช้คนไทยถือหุ้นแทนหรือออกหน้าแทน เป็นธุรกิจคนต่างด้าวเป็นเจ้าของร่วมกันลงทุน จัดทำเอกสารอำพรางโดยไม่ปรากฎการลงทุนร่วมของบุคคลสัญชาติไทยหรือบุคคลไทยไม่ได้ประโยชน์ จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และมีการขอศาลออกหมายจับ ในฐานความผิด เป็นคนต่างด้าว ร่วมกันประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขัน ในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว ตามพระราชัญญัติ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 8 (3) (ตามบัญชี 3 ลำดับ 19) และมาตรา 37 และประกอบ ป.อาญาต่อ....ขณะเดียวกันตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นำ 9 หมายค้น ออกปฏิบัติการ 14 เป้าหมาย ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจต่าง ๆ เช่น ขายส่งดอกไม้ ต้นไม้ วิศวกรรม ร้านอาหาร แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านเทคนิค ประกอบธุรกิจปลูกพืช การผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ ภัตตาคาร ร้านอาหาร การรับเลี้ยงเด็ก ให้เช่ารถ และ ธุรกิจที่เกี่ยวกับกัญชา สามารถจับกุมคนไทยเครือข่ายนอมินี “นาย บ.” เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นในบริษัทชาวต่างชาติ มากถึง 13 บริษัท ซึ่งสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสถานรับเลี้ยงเด็กในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และสอบสวนขยายผล จนทราบว่า “นาย บ.” ได้ถือหุ้นแทนชาวต่างชาติในหลายบริษัท รวมมากถึง 13 บริษัท นอกจากนั้นยังได้มีการจับกุมชาวออสเตรเลีย 1 ราย และชาวเมียนมาอีก 6 ราย นำตัวทั้งหมดส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามพล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น รอง ผบช.ภ.8 กล่าวด้วยว่า การตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้ามาเปิดธุรกิจโดยใช้คนไทยบังหน้านั้นทางตำรวจภูธรภาค 8 และตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเข้มงวด และต่อเนื่อง จะไม่ทำแบบไฟไหม้ฟางแน่นอน ซึ่งในการจับกุมแต่ละครั้งจะสั่งขยายผลต่อเนื่องทุกพื้นที่ พร้อมสั่งการตรวจสอบกลุ่มคนไทยที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือบริษัทนอมินี จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจคนไทยและระบบเศรษฐกิจ เพราะจากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้นอมินีนั้นมีหลายชาติ ทั้งรัสเซีย จีน ออสเตรเลีย แอฟริกา และจากการตรวจสอบเชิงลึกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พบว่ามีสำนักงานบัญชีและสำนักงานทนายกว่า 200 แห่ง ที่รับหน้าที่ในการจดทะเบียนบริษัทให้กับคนต่างชาติประกอบธุรกิจ ดังนั้นการดำเนินการตรวจสอบจับกุมไม่เฉพาะคนต่างชาติเท่านั้น แต่รวมถึงคนไทยที่ให้การสนับสนุนด้วย#tiktoknews #เทรนด์วันนี้ #tiktokviral #ข่าว #ภูเก็ต

About