@_juanndegude: robalitoo#pesca #robalo#fyp

Juan salas🎣
Juan salas🎣
Open In TikTok:
Region: MX
Tuesday 17 June 2025 03:05:04 GMT
1459
65
0
3

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @_juanndegude, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

รถถัง M1A2 Abrams ของกองทัพสหรัฐฯ ขณะทำการฝึกยิงด้วยกระสุน M865 TPCSDS-T ขนาด 120 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นกระสุนซ้อมหัวสีน้ำเงินที่ออกแบบมาให้จำลองวิถีกระสุนเจาะเกราะจริง แต่มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบท้ายรูปกรวยที่ช่วยจำกัดระยะตกของกระสุน โดยกระสุนชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 120 mm. M865 Target Practice Cone-Stabilized Discarding Sabot with Tracer (TPCSDS-T) หรือในชื่อภาษาไทยเรียกว่า กระสุนฝึกซ้อมเจาะเกราะสลัดเปลือกหุ้ม ทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปครีบ พร้อมส่องวิถี ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจำลองวิถีการยิงและคุณลักษณะทางพลศาสตร์ให้ใกล้เคียงกับกระสุนเจาะเกราะสลัดเปลือกทรงตัวด้วยครีบของจริงหรือ APFSDS แต่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูงสำหรับใช้ในพื้นที่ฝึกซ้อม โดยใช้ระบบ Cone-Stabilized หรือการทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปกรวยซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงต้านอากาศเพื่อจำกัดระยะตกของกระสุนไม่ให้พุ่งเกินขอบเขตของสนามยิง  . ในขณะที่ส่วน Discarding Sabot หรือฝาประคองกระสุนจะสลัดตัวออกทันทีเมื่อพ้นปากลำกล้องเพื่อส่งให้แกนกระสุนพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงพร้อมระบบส่องวิถีหรือ Tracer ที่ช่วยให้พลประจำรถสามารถติดตามวิถีกระสุนได้อย่างชัดเจน โดยความลับที่ทำให้กระสุนฝึกซ้อมหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 นี้จำลองวิถีกระสุนจริงได้แม่นยำ คือ การคำนวณน้ำหนักของแท่งเหล็กกล้าและ Sabot ให้สมดุลกับปริมาณดินส่งกระสุนเพื่อให้พลยิงรู้สึกถึงแรงรีคอยล์และเห็นจุดตกของกระสุนผ่านระบบเลนส์วัดระยะที่เหมือนกับการยิงกระสุนจริงทุกประการ เพียงแต่ส่วนท้ายรูปกรวยจะทำหน้าที่เป็นเบรกอากาศทันทีที่ความเร็วลดลง ถึงจุดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนเดินทางออกนอกเขตปลอดภัยของสนามฝึก ในขณะที่ยังคงความแม่นยำผ่านระบบเลนส์วัดระยะได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับกระสุนเจาะเกราะประเภท APFSDS ของจริงนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามวัสดุที่ใช้ทำแกนเจาะคือ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ (Depleted Uranium - DU) และ โลหะผสมทังสเตน (Tungsten Alloy - WA) โดยยูเรเนียมด้อยสมรรถนะคือวัสดุหลักที่กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ในกระสุนตระกูล M829 เช่น M829A3 หรือ A4 สำหรับรถถัง M1A2 Abrams เนื่องจากมีความหนาแน่นสูงกว่าเหล็กประมาณ 2.5 เท่า  . ส่งผลให้เกิดพลังงานจลน์มหาศาลขณะเข้าปะทะและมีจุดเด่นสำคัญทางโลหะวิทยาที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Adiabatic Shear Bands ซึ่งทำให้เกิดคุณสมบัติการลับคมตัวเองหรือ Self-Sharpening โดยเนื้อโลหะจะกะเทาะส่วนขอบออกเมื่อเกิดความร้อนจัด จากการปะทะแทนที่จะบี้แบนเป็นรูปดอกเห็ดเหมือนโลหะทั่วไปทำให้แท่งกระสุนรักษารูปทรงที่แหลมคมเพื่อเจาะทะลวงผ่านเกราะเหล็กหรือเกราะคอมโพสิตได้ลึกที่สุดโดยไม่เสียพลังงาน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการติดไฟเองได้หรือ Pyrophoric ซึ่งเมื่อแท่งยูเรเนียมพุ่งทะลุเข้าสู่ภายในรถถังจะเกิดปรากฏการณ์ Behind Armor Effects หรือ BAE โดยเศษโลหะจะแตกตัวเป็นฝุ่นละอองละเอียดและลุกไหม้อย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสอากาศส่งผลให้เกิดการระเบิดของคลังกระสุนหรือเชื้อเพลิงและทำลายพลประจำรถทันที ในขณะที่โลหะผสมทังสเตนซึ่งเป็นทางเลือกหลักของประเทศกลุ่ม NATO อย่างเยอรมนีที่ใช้กับรถถัง Leopard 2 แม้จะมีประสิทธิภาพการติดไฟเป็นรองและมักทื่อลงเมื่อชนเกราะในรูปแบบเดิม แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิค Micro-structure เพื่อพยายามเลียนแบบคุณสมบัติการลับคมตัวเองของยูเรเนียมโดยทำให้เนื้อโลหะมีความเปราะในจุดที่ต้องการเพื่อให้กะเทาะออกในลักษณะที่คงความคมไว้ได้เช่นกันทั้งยังมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าในระยะยาว  . แต่สำหรับการฝึกซ้อมจะใช้กระสุนหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 ซึ่งไม่ได้ใช้ทั้งยูเรเนียมหรือทังสเตนแต่ผลิตจากแกนเหล็กกล้าเพื่อความประหยัดและลดอันตรายในสนามฝึกโดยเน้นการจำลองน้ำหนักและแรงรีคอยล์ให้สมบูรณ์ โดยกลไกสำคัญ คือต้องทนต่อแรงดันมหาศาลภายในลำกล้องปืนใหญ่ 120 มิลลิเมตรเพื่อสร้างความเร็วต้นได้สูงกว่า 1,500 เมตรต่อวินาที หรือเร็วกว่าเสียงเกือบ 5 เท่าเพื่อให้พลประจำรถเกิดความคุ้นเคยและฝึกฝนทักษะได้อย่างสมจริงที่สุดก่อนการปฏิบัติการในสนามรบจริง
รถถัง M1A2 Abrams ของกองทัพสหรัฐฯ ขณะทำการฝึกยิงด้วยกระสุน M865 TPCSDS-T ขนาด 120 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นกระสุนซ้อมหัวสีน้ำเงินที่ออกแบบมาให้จำลองวิถีกระสุนเจาะเกราะจริง แต่มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบท้ายรูปกรวยที่ช่วยจำกัดระยะตกของกระสุน โดยกระสุนชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 120 mm. M865 Target Practice Cone-Stabilized Discarding Sabot with Tracer (TPCSDS-T) หรือในชื่อภาษาไทยเรียกว่า กระสุนฝึกซ้อมเจาะเกราะสลัดเปลือกหุ้ม ทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปครีบ พร้อมส่องวิถี ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจำลองวิถีการยิงและคุณลักษณะทางพลศาสตร์ให้ใกล้เคียงกับกระสุนเจาะเกราะสลัดเปลือกทรงตัวด้วยครีบของจริงหรือ APFSDS แต่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูงสำหรับใช้ในพื้นที่ฝึกซ้อม โดยใช้ระบบ Cone-Stabilized หรือการทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปกรวยซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงต้านอากาศเพื่อจำกัดระยะตกของกระสุนไม่ให้พุ่งเกินขอบเขตของสนามยิง . ในขณะที่ส่วน Discarding Sabot หรือฝาประคองกระสุนจะสลัดตัวออกทันทีเมื่อพ้นปากลำกล้องเพื่อส่งให้แกนกระสุนพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงพร้อมระบบส่องวิถีหรือ Tracer ที่ช่วยให้พลประจำรถสามารถติดตามวิถีกระสุนได้อย่างชัดเจน โดยความลับที่ทำให้กระสุนฝึกซ้อมหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 นี้จำลองวิถีกระสุนจริงได้แม่นยำ คือ การคำนวณน้ำหนักของแท่งเหล็กกล้าและ Sabot ให้สมดุลกับปริมาณดินส่งกระสุนเพื่อให้พลยิงรู้สึกถึงแรงรีคอยล์และเห็นจุดตกของกระสุนผ่านระบบเลนส์วัดระยะที่เหมือนกับการยิงกระสุนจริงทุกประการ เพียงแต่ส่วนท้ายรูปกรวยจะทำหน้าที่เป็นเบรกอากาศทันทีที่ความเร็วลดลง ถึงจุดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนเดินทางออกนอกเขตปลอดภัยของสนามฝึก ในขณะที่ยังคงความแม่นยำผ่านระบบเลนส์วัดระยะได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับกระสุนเจาะเกราะประเภท APFSDS ของจริงนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามวัสดุที่ใช้ทำแกนเจาะคือ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ (Depleted Uranium - DU) และ โลหะผสมทังสเตน (Tungsten Alloy - WA) โดยยูเรเนียมด้อยสมรรถนะคือวัสดุหลักที่กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ในกระสุนตระกูล M829 เช่น M829A3 หรือ A4 สำหรับรถถัง M1A2 Abrams เนื่องจากมีความหนาแน่นสูงกว่าเหล็กประมาณ 2.5 เท่า . ส่งผลให้เกิดพลังงานจลน์มหาศาลขณะเข้าปะทะและมีจุดเด่นสำคัญทางโลหะวิทยาที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Adiabatic Shear Bands ซึ่งทำให้เกิดคุณสมบัติการลับคมตัวเองหรือ Self-Sharpening โดยเนื้อโลหะจะกะเทาะส่วนขอบออกเมื่อเกิดความร้อนจัด จากการปะทะแทนที่จะบี้แบนเป็นรูปดอกเห็ดเหมือนโลหะทั่วไปทำให้แท่งกระสุนรักษารูปทรงที่แหลมคมเพื่อเจาะทะลวงผ่านเกราะเหล็กหรือเกราะคอมโพสิตได้ลึกที่สุดโดยไม่เสียพลังงาน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการติดไฟเองได้หรือ Pyrophoric ซึ่งเมื่อแท่งยูเรเนียมพุ่งทะลุเข้าสู่ภายในรถถังจะเกิดปรากฏการณ์ Behind Armor Effects หรือ BAE โดยเศษโลหะจะแตกตัวเป็นฝุ่นละอองละเอียดและลุกไหม้อย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสอากาศส่งผลให้เกิดการระเบิดของคลังกระสุนหรือเชื้อเพลิงและทำลายพลประจำรถทันที ในขณะที่โลหะผสมทังสเตนซึ่งเป็นทางเลือกหลักของประเทศกลุ่ม NATO อย่างเยอรมนีที่ใช้กับรถถัง Leopard 2 แม้จะมีประสิทธิภาพการติดไฟเป็นรองและมักทื่อลงเมื่อชนเกราะในรูปแบบเดิม แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิค Micro-structure เพื่อพยายามเลียนแบบคุณสมบัติการลับคมตัวเองของยูเรเนียมโดยทำให้เนื้อโลหะมีความเปราะในจุดที่ต้องการเพื่อให้กะเทาะออกในลักษณะที่คงความคมไว้ได้เช่นกันทั้งยังมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าในระยะยาว . แต่สำหรับการฝึกซ้อมจะใช้กระสุนหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 ซึ่งไม่ได้ใช้ทั้งยูเรเนียมหรือทังสเตนแต่ผลิตจากแกนเหล็กกล้าเพื่อความประหยัดและลดอันตรายในสนามฝึกโดยเน้นการจำลองน้ำหนักและแรงรีคอยล์ให้สมบูรณ์ โดยกลไกสำคัญ คือต้องทนต่อแรงดันมหาศาลภายในลำกล้องปืนใหญ่ 120 มิลลิเมตรเพื่อสร้างความเร็วต้นได้สูงกว่า 1,500 เมตรต่อวินาที หรือเร็วกว่าเสียงเกือบ 5 เท่าเพื่อให้พลประจำรถเกิดความคุ้นเคยและฝึกฝนทักษะได้อย่างสมจริงที่สุดก่อนการปฏิบัติการในสนามรบจริง

About