@nhuy26041: #tiepthilienkettiktok

Út Nhí
Út Nhí
Open In TikTok:
Region: VN
Sunday 05 April 2026 10:09:58 GMT
347
0
0
0

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @nhuy26041, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

😔หลายคนคิดว่าโรคซึมเศร้าคือ “ความเศร้า”แต่จริง ๆ แล้วมันมักเริ่มจาก “ความเหนื่อย ความกดดัน ความผิดหวังสะสม” จนสมองและหัวใจค่อย ๆ หมดแรง และสิ่งที่น่ากลัวคือ โรคซึมเศร้ามักมี “วงจร” ของมันเอง 1. เริ่มจากความเครียดหรือความเจ็บปวดสะสม อาจมาจาก * ความสัมพันธ์ * ครอบครัว * การเรียน * งาน * การถูกคาดหวัง * การรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ช่วงแรกหลายคนยังใช้ชีวิตได้ปกติ ยังยิ้ม ยังทำงาน ยังไปเรียน แต่ข้างในเริ่มล้า 2. เริ่มคิดลบกับตัวเองมากขึ้น จากเรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นการโทษตัวเองทุกเรื่อง เช่น * “เราแย่มาก” * “ไม่มีใครต้องการเรา” * “ทำอะไรก็พัง” * “เราเป็นภาระ” สมองจะเริ่ม “เลือกจำแต่สิ่งลบ” และมองข้ามทุกอย่างดี ๆ ในชีวิต 3. เริ่มถอยออกจากผู้คน เริ่มไม่อยากคุย ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากตอบแชต ไม่อยากเจอใคร หลายคนไม่ได้เกลียดคนอื่น แต่ “ไม่มีแรงใช้ชีวิต” 4. ยิ่งแยกตัว ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อหายไปจากสังคม ความคิดในหัวจะยิ่งดังขึ้น ไม่มีคนช่วยดึงกลับสู่ความจริง ไม่มีใครช่วยย้ำว่า “คุณยังมีค่า” สุดท้ายความโดดเดี่ยวจะยิ่งตอกย้ำว่า “ไม่มีใครสนใจเราอยู่แล้ว” 5. ชีวิตเริ่มเสียสมดุล * นอนผิดเวลา * กินน้อยหรือกินมาก * สมาธิลดลง * งานเสีย * การเรียนตก * ไม่ดูแลตัวเอง แล้วสิ่งเหล่านี้จะย้อนกลับมา ทำให้รู้สึก “ล้มเหลวกว่าเดิม” 6. วงจรเริ่มวนซ้ำ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแย่ ก็ยิ่งหมดแรง ยิ่งหมดแรงก็ยิ่งใช้ชีวิตไม่ได้ และยิ่งใช้ชีวิตไม่ได้ ก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้น 🔑นี่คือเหตุผลว่า ทำไมโรคซึมเศร้าถึงไม่ใช่แค่ “คิดบวกก็หาย” 💁‍♀️วิธีเริ่มตัดวงจร ไม่จำเป็นต้องหายทันที แค่เริ่มทีละอย่าง เช่น * นอนให้เป็นเวลา * ออกไปโดนแดด * กลับมากินข้าวให้ครบ 3 มื้อ * คุยกับคนที่ปลอดภัยคนที่พร้อมอยู่เคียงข้าง * พบผู้เชี่ยวชาญเมื่อเริ่มรับไม่ไหว เพราะการรักษาโรคซึมเศร้า ไม่ใช่การ “เข้มแข็งทันที” แต่คือการค่อย ๆ ดึงตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง 🌿 cr.Wiraya Boonrin
😔หลายคนคิดว่าโรคซึมเศร้าคือ “ความเศร้า”แต่จริง ๆ แล้วมันมักเริ่มจาก “ความเหนื่อย ความกดดัน ความผิดหวังสะสม” จนสมองและหัวใจค่อย ๆ หมดแรง และสิ่งที่น่ากลัวคือ โรคซึมเศร้ามักมี “วงจร” ของมันเอง 1. เริ่มจากความเครียดหรือความเจ็บปวดสะสม อาจมาจาก * ความสัมพันธ์ * ครอบครัว * การเรียน * งาน * การถูกคาดหวัง * การรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ช่วงแรกหลายคนยังใช้ชีวิตได้ปกติ ยังยิ้ม ยังทำงาน ยังไปเรียน แต่ข้างในเริ่มล้า 2. เริ่มคิดลบกับตัวเองมากขึ้น จากเรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นการโทษตัวเองทุกเรื่อง เช่น * “เราแย่มาก” * “ไม่มีใครต้องการเรา” * “ทำอะไรก็พัง” * “เราเป็นภาระ” สมองจะเริ่ม “เลือกจำแต่สิ่งลบ” และมองข้ามทุกอย่างดี ๆ ในชีวิต 3. เริ่มถอยออกจากผู้คน เริ่มไม่อยากคุย ไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากตอบแชต ไม่อยากเจอใคร หลายคนไม่ได้เกลียดคนอื่น แต่ “ไม่มีแรงใช้ชีวิต” 4. ยิ่งแยกตัว ยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว เมื่อหายไปจากสังคม ความคิดในหัวจะยิ่งดังขึ้น ไม่มีคนช่วยดึงกลับสู่ความจริง ไม่มีใครช่วยย้ำว่า “คุณยังมีค่า” สุดท้ายความโดดเดี่ยวจะยิ่งตอกย้ำว่า “ไม่มีใครสนใจเราอยู่แล้ว” 5. ชีวิตเริ่มเสียสมดุล * นอนผิดเวลา * กินน้อยหรือกินมาก * สมาธิลดลง * งานเสีย * การเรียนตก * ไม่ดูแลตัวเอง แล้วสิ่งเหล่านี้จะย้อนกลับมา ทำให้รู้สึก “ล้มเหลวกว่าเดิม” 6. วงจรเริ่มวนซ้ำ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแย่ ก็ยิ่งหมดแรง ยิ่งหมดแรงก็ยิ่งใช้ชีวิตไม่ได้ และยิ่งใช้ชีวิตไม่ได้ ก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้น 🔑นี่คือเหตุผลว่า ทำไมโรคซึมเศร้าถึงไม่ใช่แค่ “คิดบวกก็หาย” 💁‍♀️วิธีเริ่มตัดวงจร ไม่จำเป็นต้องหายทันที แค่เริ่มทีละอย่าง เช่น * นอนให้เป็นเวลา * ออกไปโดนแดด * กลับมากินข้าวให้ครบ 3 มื้อ * คุยกับคนที่ปลอดภัยคนที่พร้อมอยู่เคียงข้าง * พบผู้เชี่ยวชาญเมื่อเริ่มรับไม่ไหว เพราะการรักษาโรคซึมเศร้า ไม่ใช่การ “เข้มแข็งทันที” แต่คือการค่อย ๆ ดึงตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง 🌿 cr.Wiraya Boonrin

About