@doxinh.genz1: Tẩy đa năng #taydanang #taydanangecogy #taymocquanao #tayecogy #tiktok

Shop xinh 🌸
Shop xinh 🌸
Open In TikTok:
Region: VN
Sunday 26 April 2026 01:42:01 GMT
330
3
0
0

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @doxinh.genz1, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

กำเนิดสยาม 212 R9-28 — พระอาการประชวรและคนไทยที่เฝ้ารอ ตลอดหลายสิบปี คนไทยเคยชินกับข่าวว่า วันนี้พระองค์เสด็จไปจังหวัดไหน ทรงตรวจแหล่งน้ำแห่งใด เสด็จขึ้นดอย ไปหมู่บ้าน หรือทรงงานอยู่ที่ไหน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายรัชกาล คำถามของผู้คนค่อย ๆ เปลี่ยนไป จาก “วันนี้พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน” เป็น “วันนี้พระอาการเป็นอย่างไร” วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช หลังมีพระอาการไข้ อ่อนเพลีย และเสวยได้น้อย ในเวลานั้น ไม่มีใครรู้ว่าการประทับรักษาครั้งนี้จะยาวนานกว่าที่คนไทยเคยคุ้น ไม่นานนัก ผู้คนก็เริ่มเดินทางมาที่ศิริราช บางคนมาลงชื่อถวายพระพร บางคนนำดอกไม้ บางคนพาลูกหลานมาด้วย และบางคนเพียงยืนพนมมืออยู่เงียบ ๆ โรงพยาบาลริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้จึงค่อย ๆ กลายเป็นมากกว่าสถานพยาบาล มันกลายเป็นสถานที่ที่คนทั้งประเทศเฝ้ามอง ทุกครั้งที่มีข่าวว่าพระองค์จะเสด็จออกจากโรงพยาบาล ผู้คนจำนวนมากมารออยู่ตามเส้นทาง วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เมื่อเสด็จออกจากศิริราชเพื่อพระราชพิธีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพียงการได้เห็นพระองค์ผ่านกระจกรถพระที่นั่ง ก็มีความหมายสำหรับคนที่รอมาหลายเดือน จากภาพที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นได้บ่อย กำลังกลายเป็นภาพที่ต้อง “รอ” และวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555 พระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เบื้องล่างมีประชาชนจำนวนมหาศาล ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลือง รวมตัวกันจนกลายเป็นภาพที่หลายคนยังจำได้ พระองค์มีพระชนมายุมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้คนเบื้องล่างต่างรู้ว่า โอกาสที่จะได้เห็นพระองค์เช่นนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนเดิมแล้ว วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556 หลังประทับรักษาที่ศิริราชมาเกือบสี่ปี พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ประชาชนจำนวนมากมารอส่งเสด็จ สำหรับคนจำนวนหนึ่ง วันนั้นเหมือนเป็นข่าวที่รอมานาน— พระองค์ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ความหวังนั้นไม่ได้หมายความว่าพระอาการประชวรสิ้นสุดลง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์เสด็จกลับเข้ารับการรักษาที่ศิริราชอีกครั้ง ก่อนคณะแพทย์ถวายการผ่าตัดถุงน้ำดี จากนั้น การรักษา การพักฟื้น และประกาศพระอาการ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 พระองค์เสด็จออกไปประกอบพระราชกรณียกิจเนื่องในวันฉัตรมงคล ทุกการปรากฏพระองค์ในช่วงนั้นกลายเป็นข่าวใหญ่ ไม่ใช่เพราะมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้นเสมอไป แต่เพราะคนต้องการเห็นด้วยตาตัวเองว่า พระองค์ยังทรงอยู่ตรงนั้น ห้าวันต่อมา วันที่ 10 พฤษภาคม พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปประทับที่หัวหินอีกครั้ง สองข้างทางมีทั้งคนยิ้ม คนพนมมือ คนโบกธง และบางคนมีน้ำตา แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา พระองค์ก็เสด็จกลับศิริราชเพื่อรับการตรวจอีกครั้ง เข้าสู่ พ.ศ. 2559 การปรากฏพระองค์ยิ่งห่างออกไป วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559 พระองค์เสด็จออกจากศิริราชไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐานชั่วคราว ก่อนเสด็จกลับโรงพยาบาลในวันเดียวกัน ในเวลานั้นไม่มีใครทราบว่า ภาพเหล่านั้นจะกลายเป็นหนึ่งในการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายของรัชกาล ตลอดปี 2559 ประกาศพระอาการกลายเป็นข่าวที่คนจำนวนมากอ่านแทบทุกบรรทัด ศัพท์ทางการแพทย์ที่คนทั่วไปไม่เคยสนใจ กลายเป็นคำที่ถูกค้นหา ถูกอธิบาย และถูกส่งต่อจากครอบครัวหนึ่งไปยังอีกครอบครัวหนึ่ง จากการรอเห็นขบวนรถออกจากโรงพยาบาล คนไทยค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็น รอเพียงข่าวว่าพระอาการดีขึ้นหรือไม่ วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559 สำนักพระราชวังแจ้งว่าพระอาการ “ยังไม่คงที่” และเมื่อถึงวันที่ 12 ตุลาคม ถ้อยคำนั้นยังคงอยู่ ผู้คนเดินทางมาศิริราชมากขึ้น บางคนสวมเสื้อสีชมพู บางคนสวมสีเหลือง บางคนถือพระบรมฉายาลักษณ์ บางคนสวดมนต์ บางครอบครัวจับมือกันเงียบ ๆ และหลายคนเพียงมองขึ้นไปยังหน้าต่างของโรงพยาบาล ไม่มีใครรู้ว่าในวันถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา คนไทยเคยรอ พระองค์เคยเข้ารับการรักษา และพระองค์ก็เคยเสด็จออกจากศิริราชกลับมาให้เห็นอีกครั้งเสมอ ดังนั้น คืนวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จึงยังเป็นคืนของ ความหวัง แต่เป็นความหวังที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางแสงจากอาคารโรงพยาบาล ผู้คนจำนวนมากยังคงนั่งรอข่าวอยู่ด้วยกัน โดยไม่มีใครบนทางเดินเหล่านั้นรู้ว่า— เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่วันที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง ตอนต่อไป R9-29 — 13 ตุลาคม 2559 #กำเนิดสยาม #รัชกาลที่9 #โรงพยาบาลศิริราช #13ตุลาคม2559 #ประวัติศาสตร์ไทย
กำเนิดสยาม 212 R9-28 — พระอาการประชวรและคนไทยที่เฝ้ารอ ตลอดหลายสิบปี คนไทยเคยชินกับข่าวว่า วันนี้พระองค์เสด็จไปจังหวัดไหน ทรงตรวจแหล่งน้ำแห่งใด เสด็จขึ้นดอย ไปหมู่บ้าน หรือทรงงานอยู่ที่ไหน แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายรัชกาล คำถามของผู้คนค่อย ๆ เปลี่ยนไป จาก “วันนี้พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน” เป็น “วันนี้พระอาการเป็นอย่างไร” วันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช หลังมีพระอาการไข้ อ่อนเพลีย และเสวยได้น้อย ในเวลานั้น ไม่มีใครรู้ว่าการประทับรักษาครั้งนี้จะยาวนานกว่าที่คนไทยเคยคุ้น ไม่นานนัก ผู้คนก็เริ่มเดินทางมาที่ศิริราช บางคนมาลงชื่อถวายพระพร บางคนนำดอกไม้ บางคนพาลูกหลานมาด้วย และบางคนเพียงยืนพนมมืออยู่เงียบ ๆ โรงพยาบาลริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้จึงค่อย ๆ กลายเป็นมากกว่าสถานพยาบาล มันกลายเป็นสถานที่ที่คนทั้งประเทศเฝ้ามอง ทุกครั้งที่มีข่าวว่าพระองค์จะเสด็จออกจากโรงพยาบาล ผู้คนจำนวนมากมารออยู่ตามเส้นทาง วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เมื่อเสด็จออกจากศิริราชเพื่อพระราชพิธีในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพียงการได้เห็นพระองค์ผ่านกระจกรถพระที่นั่ง ก็มีความหมายสำหรับคนที่รอมาหลายเดือน จากภาพที่ครั้งหนึ่งเคยเห็นได้บ่อย กำลังกลายเป็นภาพที่ต้อง “รอ” และวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555 พระองค์เสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เบื้องล่างมีประชาชนจำนวนมหาศาล ส่วนใหญ่สวมเสื้อสีเหลือง รวมตัวกันจนกลายเป็นภาพที่หลายคนยังจำได้ พระองค์มีพระชนมายุมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ผู้คนเบื้องล่างต่างรู้ว่า โอกาสที่จะได้เห็นพระองค์เช่นนี้ อาจไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนเดิมแล้ว วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2556 หลังประทับรักษาที่ศิริราชมาเกือบสี่ปี พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ประชาชนจำนวนมากมารอส่งเสด็จ สำหรับคนจำนวนหนึ่ง วันนั้นเหมือนเป็นข่าวที่รอมานาน— พระองค์ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ความหวังนั้นไม่ได้หมายความว่าพระอาการประชวรสิ้นสุดลง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 พระองค์เสด็จกลับเข้ารับการรักษาที่ศิริราชอีกครั้ง ก่อนคณะแพทย์ถวายการผ่าตัดถุงน้ำดี จากนั้น การรักษา การพักฟื้น และประกาศพระอาการ ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ วันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 พระองค์เสด็จออกไปประกอบพระราชกรณียกิจเนื่องในวันฉัตรมงคล ทุกการปรากฏพระองค์ในช่วงนั้นกลายเป็นข่าวใหญ่ ไม่ใช่เพราะมีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้นเสมอไป แต่เพราะคนต้องการเห็นด้วยตาตัวเองว่า พระองค์ยังทรงอยู่ตรงนั้น ห้าวันต่อมา วันที่ 10 พฤษภาคม พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จไปประทับที่หัวหินอีกครั้ง สองข้างทางมีทั้งคนยิ้ม คนพนมมือ คนโบกธง และบางคนมีน้ำตา แต่เพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา พระองค์ก็เสด็จกลับศิริราชเพื่อรับการตรวจอีกครั้ง เข้าสู่ พ.ศ. 2559 การปรากฏพระองค์ยิ่งห่างออกไป วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559 พระองค์เสด็จออกจากศิริราชไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐานชั่วคราว ก่อนเสด็จกลับโรงพยาบาลในวันเดียวกัน ในเวลานั้นไม่มีใครทราบว่า ภาพเหล่านั้นจะกลายเป็นหนึ่งในการปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายของรัชกาล ตลอดปี 2559 ประกาศพระอาการกลายเป็นข่าวที่คนจำนวนมากอ่านแทบทุกบรรทัด ศัพท์ทางการแพทย์ที่คนทั่วไปไม่เคยสนใจ กลายเป็นคำที่ถูกค้นหา ถูกอธิบาย และถูกส่งต่อจากครอบครัวหนึ่งไปยังอีกครอบครัวหนึ่ง จากการรอเห็นขบวนรถออกจากโรงพยาบาล คนไทยค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็น รอเพียงข่าวว่าพระอาการดีขึ้นหรือไม่ วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559 สำนักพระราชวังแจ้งว่าพระอาการ “ยังไม่คงที่” และเมื่อถึงวันที่ 12 ตุลาคม ถ้อยคำนั้นยังคงอยู่ ผู้คนเดินทางมาศิริราชมากขึ้น บางคนสวมเสื้อสีชมพู บางคนสวมสีเหลือง บางคนถือพระบรมฉายาลักษณ์ บางคนสวดมนต์ บางครอบครัวจับมือกันเงียบ ๆ และหลายคนเพียงมองขึ้นไปยังหน้าต่างของโรงพยาบาล ไม่มีใครรู้ว่าในวันถัดไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา คนไทยเคยรอ พระองค์เคยเข้ารับการรักษา และพระองค์ก็เคยเสด็จออกจากศิริราชกลับมาให้เห็นอีกครั้งเสมอ ดังนั้น คืนวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จึงยังเป็นคืนของ ความหวัง แต่เป็นความหวังที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ท่ามกลางแสงจากอาคารโรงพยาบาล ผู้คนจำนวนมากยังคงนั่งรอข่าวอยู่ด้วยกัน โดยไม่มีใครบนทางเดินเหล่านั้นรู้ว่า— เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นอีกครั้ง ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่วันที่ไม่มีใครอยากให้มาถึง ตอนต่อไป R9-29 — 13 ตุลาคม 2559 #กำเนิดสยาม #รัชกาลที่9 #โรงพยาบาลศิริราช #13ตุลาคม2559 #ประวัติศาสตร์ไทย

About