@mavluda149:

Mavluda💞💞
Mavluda💞💞
Open In TikTok:
Region: KZ
Wednesday 13 May 2026 02:05:29 GMT
11011
910
101
16

Music

Download

Comments

dawronbek8
Dawronbek :
wayey waywayey❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️❤️
2026-07-04 02:06:57
0
ochilbekmaxmadqu1
Ochilbek Maxmadqulov :
борингизга шукир
2026-07-03 14:23:05
0
user6234619202914
Jahangir orunow :
dost bolun🥰🥰🥰🥰🥰
2026-07-01 18:52:26
0
user9008161268181
АНДИЖАНСКИЙ82 :
келинг 🤝
2026-07-01 20:54:13
0
kerimjan68
Kerimjan :
salam
2026-06-29 20:29:55
0
user425295792
Абду :
ке дуст буламиз
2026-06-28 17:04:12
0
user377806995309
Muslimbek :
assalomu alaykum
2026-06-25 17:26:36
0
24_42murobasgan
muro :
senin gulisin herseye deger ❤️‍🔥❤️‍🔥❤️‍🔥
2026-06-30 16:24:48
0
jorarabek_022
022 :
БУНЧА ЧИРОЕЛИСИЗ КУЛГУЛАРИЗГА МЕН АДОО 😘💘💘💘💘💘💘💘💘💘💘💘💘💘
2026-06-26 20:53:34
0
user9715290494570
Allakow A :
Mawy salam ☺️☺️☺️☺️
2026-06-28 01:23:42
0
erkinjon6892
007 :
ок 🥰
2026-05-14 04:02:26
1
atajanyangibayew
АТАЖАН ЯНГИБАЕВ :
если у тебя есть половинка пусть знает он самый счастливый человек в мире. АНГЕЛОЧЕК
2026-06-24 19:49:45
1
atlyk.usupow
Şatlyk Ýusupow :
2026-06-27 05:20:42
0
gulomjon.838
гуламжан :
👍👍👍♥️♥️♥️🥰🥰🥰😍😍😍😘😘😘 салом
2026-05-13 02:10:29
0
user5252376931810
Каримов Мусурмон. :
хеч булмаса дуст булиб кол 🥰🥰🥰🥰🥰🙏🙏🙏🥰🥰🥰🥰🥰🥰🥰
2026-06-15 03:52:38
0
kerimjan68
Kerimjan :
dost bolup kal
2026-06-29 20:30:05
0
alijankaryagdyyew
Alijan Karyagdyyew :
super 🥰🥰🥰🥰🥰
2026-06-22 21:19:52
0
qosimhayitov900
Qosim Hayitov :
vatsap bormi
2026-06-17 17:47:34
0
user75088151428597
Санжар :
чиройлисиз
2026-07-05 20:21:15
0
can028374
CAN :
Maşallah
2026-07-04 07:00:02
0
user42186360069018
user42186360069018 :
соз жок саган🙋‍♂️
2026-06-22 10:01:31
0
aleke.80
АЛИК БРАТ ,,,💪💪💪🫶🇰🇿🇸🇱 :
хоп коламан🥰🥰🥰👍👍
2026-05-13 06:06:30
0
To see more videos from user @mavluda149, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

ขุนหลวงวิลังคะ หรือ ขุนหลวงวิรังคะ เป็นตำนานของชาวลัวะ เป็นเรื่องเล่าที่มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนความเชื่อของผู้คนหลายชุมชนในแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน และลำปาง ในสมัยของพระนางจามเทวีซึ่งปกครองเมืองหริภุญไชย ราว พ.ศ. 1300 นครหริภุญไชยเป็นนครของชนชาติมอญหรือเม็ง ขณะที่บริเวณเชิงดอยสุเทพเป็นที่ตั้งบ้านเมืองของชาวลัวะ มีขุนหลวงวิรังคะเป็นกษัตรย์ชาวลัวะองค์ที่ 13 ของระมิงค์นครในราชวงศ์กุนาระ ทรงมีอิทธิฤทธิ์มีฝีมือในการพุ่งหอกเสน้าเป็นที่เลื่องลือ ขุนหลวงวิรังคะมีความประสงค์จะอภิเษกกับพระนางจามเทวีแต่พระนางไม่ปรารถนาจะสมัครรักใคร่กับขุนหลวงลัวะ เพราะเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมต่ำกว่ามอญในสมัยนั้น ขุนหลวงได้ส่งทูตมาเจริญไมตรีขอนางอภิเษกด้วย พระนางก็ผัดผ่อนหลายครั้ง โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ เช่นขอให้ขุนหลวงสร้างเจดีย์ที่มีขนาดและลักษณะคล้ายกับเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย ให้ขุนหลวงพุ่งเสน้า (หอกด้ามยาวมีสองคม) มาตกที่ในเมือง พระนางจึงจะอภิเษกสมรสด้วย ในครั้งแรกขุนหลวงวิรังคะได้พุ่งเสน้ามาตกที่นอกกำแพงเมืองหริภุญไชย ปัจจุบันเรียกว่า หนองเสน้า พระนามจามเทวีเกรงว่าขุนหลวงวิรังคะอาจจะพุ่งเสน้ามาตกยังเมืองได้ จึงนำเอาเศษพระภูษาของพระนางมาทำเป็นหมวกสำหรับผู้ชาย นำเอาใบพลูมาททำหมากสำหรับเคี้ยวโดยเอาปลายใบพลูมาจิ้มเลือดประจำเดือนของพระนางถวายแด่ขุนหลวง เมื่อได้รับของฝากจากพระนาง ขุนหลวงได้นำมาสวมลงบนศีรษะทำให้อำนาจและพลังของขุนหลวงเสื่อมลง เมื่อพุ่งเสน้าครั้งต่อมา เสน้ามาตกที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ชาวบ้านเรียกว่า หนองเสน้า เช่นเดียวกัน เมื่อขุนหลวงเสื่อมวิทยาคุณเช่นนั้น ก็หนีออกจากบ้านเมืองไป ก่อนสิ้นชีวิตขุนหลวงวิรังคะได้ขอให้เสนาอำมาตย์นำศพของท่านไปฝังไว้ที่ที่สามารถมองเห็นเมืองหริภุญไชยได้ตลอดเวลา ทหารได้จัดขบวนศพของขุนหลวงจากเชิงดอยสุเทพ ขึ้นสู่บนดอยสุเทพ เพื่อหาสถานที่นั้น จนได้มาลอดใต้เถาไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง เรียกว่า เครือเขาหลง ซึ่งเชื่อว่าหากใครลอดผ่านจะทำให้พลัดหลงทาง จึงทำให้ขบวนแห่พลัดหลงกันไป ขบวนแห่ศพขุนหลวงได้พากันพลัดหลง กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง นักดนตรีบางคนพลัดหลง ไปพร้อมกับเครื่องดนตรีของตน จนท้ายสุดเสนาอามาตย์ที่หามโลงศพของขุนหลวง ได้เดินทางไต่ตีนเขาไปทางทิศเหนือ ถึงบริเวณแห่งหนึ่งซึ่งจะสามารถมองเห็นเมืองหริภุญไชยได้ตลอดเวลา ยอดภูเขานี้ชาวบ้านเรียกว่า ดอยคว่ำหล้อง#ขุนหลวงวิลังคะ #ขุนหลวงวิลังก๊ะ #ชาวลัวะเชียงใหม่ #ชาวลัวะเชียงใหม่ #ลัวจักราช #ผู้นำชาวลัวะ #เชียงใหม่ #ตํานานเชียงใหม่
ขุนหลวงวิลังคะ หรือ ขุนหลวงวิรังคะ เป็นตำนานของชาวลัวะ เป็นเรื่องเล่าที่มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อการขับเคลื่อนความเชื่อของผู้คนหลายชุมชนในแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน และลำปาง ในสมัยของพระนางจามเทวีซึ่งปกครองเมืองหริภุญไชย ราว พ.ศ. 1300 นครหริภุญไชยเป็นนครของชนชาติมอญหรือเม็ง ขณะที่บริเวณเชิงดอยสุเทพเป็นที่ตั้งบ้านเมืองของชาวลัวะ มีขุนหลวงวิรังคะเป็นกษัตรย์ชาวลัวะองค์ที่ 13 ของระมิงค์นครในราชวงศ์กุนาระ ทรงมีอิทธิฤทธิ์มีฝีมือในการพุ่งหอกเสน้าเป็นที่เลื่องลือ ขุนหลวงวิรังคะมีความประสงค์จะอภิเษกกับพระนางจามเทวีแต่พระนางไม่ปรารถนาจะสมัครรักใคร่กับขุนหลวงลัวะ เพราะเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมต่ำกว่ามอญในสมัยนั้น ขุนหลวงได้ส่งทูตมาเจริญไมตรีขอนางอภิเษกด้วย พระนางก็ผัดผ่อนหลายครั้ง โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ เช่นขอให้ขุนหลวงสร้างเจดีย์ที่มีขนาดและลักษณะคล้ายกับเจดีย์พระธาตุหริภุญไชย ให้ขุนหลวงพุ่งเสน้า (หอกด้ามยาวมีสองคม) มาตกที่ในเมือง พระนางจึงจะอภิเษกสมรสด้วย ในครั้งแรกขุนหลวงวิรังคะได้พุ่งเสน้ามาตกที่นอกกำแพงเมืองหริภุญไชย ปัจจุบันเรียกว่า หนองเสน้า พระนามจามเทวีเกรงว่าขุนหลวงวิรังคะอาจจะพุ่งเสน้ามาตกยังเมืองได้ จึงนำเอาเศษพระภูษาของพระนางมาทำเป็นหมวกสำหรับผู้ชาย นำเอาใบพลูมาททำหมากสำหรับเคี้ยวโดยเอาปลายใบพลูมาจิ้มเลือดประจำเดือนของพระนางถวายแด่ขุนหลวง เมื่อได้รับของฝากจากพระนาง ขุนหลวงได้นำมาสวมลงบนศีรษะทำให้อำนาจและพลังของขุนหลวงเสื่อมลง เมื่อพุ่งเสน้าครั้งต่อมา เสน้ามาตกที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ชาวบ้านเรียกว่า หนองเสน้า เช่นเดียวกัน เมื่อขุนหลวงเสื่อมวิทยาคุณเช่นนั้น ก็หนีออกจากบ้านเมืองไป ก่อนสิ้นชีวิตขุนหลวงวิรังคะได้ขอให้เสนาอำมาตย์นำศพของท่านไปฝังไว้ที่ที่สามารถมองเห็นเมืองหริภุญไชยได้ตลอดเวลา ทหารได้จัดขบวนศพของขุนหลวงจากเชิงดอยสุเทพ ขึ้นสู่บนดอยสุเทพ เพื่อหาสถานที่นั้น จนได้มาลอดใต้เถาไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง เรียกว่า เครือเขาหลง ซึ่งเชื่อว่าหากใครลอดผ่านจะทำให้พลัดหลงทาง จึงทำให้ขบวนแห่พลัดหลงกันไป ขบวนแห่ศพขุนหลวงได้พากันพลัดหลง กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง นักดนตรีบางคนพลัดหลง ไปพร้อมกับเครื่องดนตรีของตน จนท้ายสุดเสนาอามาตย์ที่หามโลงศพของขุนหลวง ได้เดินทางไต่ตีนเขาไปทางทิศเหนือ ถึงบริเวณแห่งหนึ่งซึ่งจะสามารถมองเห็นเมืองหริภุญไชยได้ตลอดเวลา ยอดภูเขานี้ชาวบ้านเรียกว่า ดอยคว่ำหล้อง#ขุนหลวงวิลังคะ #ขุนหลวงวิลังก๊ะ #ชาวลัวะเชียงใหม่ #ชาวลัวะเชียงใหม่ #ลัวจักราช #ผู้นำชาวลัวะ #เชียงใหม่ #ตํานานเชียงใหม่

About