@do10193: **งานสวมตามระบบ ISO คืออะไร และสำคัญอย่างไรในงานวิศวกรรม** งานสวมตามระบบ ISO เป็นหลักการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง **รู (Hole)** และ **เพลา (Shaft)** โดยใช้ค่าพิกัดและค่าความคลาดเคลื่อนเป็นตัวควบคุม เพื่อให้ชิ้นส่วนสามารถประกอบกันได้ตามหน้าที่ที่ต้องการ เช่น หมุนได้ เลื่อนได้ จัดศูนย์ได้ หรือยึดแน่นเพื่อรับแรงบิด ในการออกแบบชิ้นส่วนเครื่องจักร วิศวกรไม่สามารถกำหนดขนาดให้ “พอดีเป๊ะ” ได้ 100% เพราะกระบวนการผลิตจริงมีค่าความคลาดเคลื่อนเสมอ ดังนั้นจึงต้องกำหนดขอบเขตของขนาดที่ยอมรับได้ เช่น H7/g6, H7/k6 หรือ H7/p6 เพื่อควบคุมคุณภาพของงานผลิตและการประกอบ ประเภทของงานสวมหลัก ๆ แบ่งได้เป็น 3 แบบ ได้แก่ **1. Clearance Fit – งานสวมหลวม** เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่ต้องการให้เกิดการหมุนหรือการเลื่อน เช่น บูช เพลาเลื่อน หรือชิ้นส่วนที่ต้องถอดประกอบง่าย โดยขนาดรูจะใหญ่กว่าขนาดเพลาเสมอ **2. Transition Fit – งานสวมพอดีหรือก้ำกึ่ง** เหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำของตำแหน่ง เช่น ฮับ ปลอก หรือชิ้นส่วนที่ต้องการจัดศูนย์ อาจเกิดระยะหลวมหรือระยะแน่นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับค่าความคลาดเคลื่อนที่กำหนด **3. Interference Fit – งานสวมแน่น** เหมาะสำหรับชิ้นส่วนที่ต้องการยึดแน่นและรับแรงบิด เช่น เฟือง พูเลย์ หรือฮับ โดยขนาดเพลาจะใหญ่กว่าขนาดรู และมักต้องใช้แรงกด การให้ความร้อน หรือความเย็นช่วยในการประกอบ การเลือกงานสวมที่ถูกต้องจึงต้องพิจารณาจากหน้าที่ของชิ้นส่วน ความเร็วรอบ แรงที่รับ วิธีการประกอบ ความสามารถของกระบวนการผลิต และวิธีการตรวจวัด หากเลือกค่าพิกัดไม่เหมาะสม อาจทำให้ประกอบยาก หลวมเกินไป แน่นเกินไป เกิดการสึกหรอ หรือทำให้เครื่องจักรทำงานผิดพลาดได้ ดังนั้น งานสวมตามระบบ ISO จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการออกแบบเครื่องจักรและชิ้นส่วนกลไก เพื่อให้การผลิต การประกอบ และการใช้งานมีความแม่นยำ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน #งานสวมตามระบบISO #ISOFits #Tolerance #MechanicalDesign #MachineDesign
Doh | Engineering Studio
Region: TH
Sunday 31 May 2026 14:29:14 GMT
Music
Download
Comments
rojclub :
🥰🥰🥰
2026-06-04 01:30:43
1
To see more videos from user @do10193, please go to the Tikwm
homepage.