@vt.quay.chn.g.nha: Mukbang bánh canh chả cá nha trang🤭#mukbang

Trinh muối chấm 79
Trinh muối chấm 79
Open In TikTok:
Region: VN
Thursday 04 June 2026 12:48:28 GMT
4645
29
1
0

Music

Download

Comments

nguyentuan5005
Lộc Phát :
😂😂😂
2026-06-04 13:48:25
0
To see more videos from user @vt.quay.chn.g.nha, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

🗞️ News Committee Update: กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เรียกร้องรัฐบาลเร่งตอบ UN ปมมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองลุ่มน้ำกก ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมการทำเหมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง ถูกยกระดับเป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และความร่วมมือระหว่างประเทศ หลังผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติส่งข้อซักถามถึงรัฐบาลไทย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการภายในกรอบเวลาที่กำหนด คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตอบข้อซักถามของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง [ UN ส่งข้อซักถาม 9 ประเด็น รัฐบาลยังไม่ชี้แจงภายในกำหนด ] คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ 10 คณะ ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้มีหนังสือถึงรัฐบาลไทย รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้นำทหารเมียนมา และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความห่วงกังวลต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการทำเหมือง พร้อมตั้งข้อซักถามต่อรัฐบาลไทย 9 ประเด็น ข้อซักถามครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิของประชาชน มาตรการด้านสาธารณสุข การประเมินผลกระทบ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการกำกับดูแลภาคธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่ารัฐบาลยังไม่ได้ส่งคำชี้แจงภายในกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD [ เสนอรัฐบาลดำเนินการ 4 ประเด็น เร่งชี้แจงและรายงานความคืบหน้า ] คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าสถานการณ์การปนเปื้อนได้ขยายตัวจนกลายเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชน จึงยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ประเด็น ได้แก่ การแจ้งความคืบหน้าการตอบหนังสือของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ การส่งสำเนาหรือสาระสำคัญของคำชี้แจงให้คณะกรรมาธิการรับทราบ การชี้แจงมาตรการคุ้มครองสุขภาพ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมอบหมายผู้แทนรัฐบาลเข้าชี้แจงความคืบหน้าต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ นอกจากข้อเสนอเร่งด่วนแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้รัฐบาลจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนข้ามพรมแดนอย่างบูรณาการ เร่งสร้างกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด พร้อมจัดให้มีระบบเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และกำหนดมาตรการเยียวยาตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล [ ผลกระทบขยายสู่แหล่งอาหารและพื้นที่เกษตร ] นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการปนเปื้อนในแม่น้ำหรือตะกอนดิน แต่สารปนเปื้อนอาจสะสมในสัตว์น้ำและพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารของประเทศ โดยขณะนี้ผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง รวมถึงลุ่มน้ำสาละวินและกระบุรี จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตอบข้อซักถามของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ และใช้โอกาสนี้ยกระดับความร่วมมือระหว่างไทย จีน เมียนมา และลาว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนมีความเชื่อมโยงกับสิทธิมนุษยชน สุขภาพของประชาชน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะที่การชี้แจงต่อผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ และมาตรการที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อจากนี้ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามทั้งในมิติการแก้ไขปัญหาภายในประเทศและการสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ทีมสื่อ TP Online ข้อมูลและภาพจาก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอบคุณภาพจาก วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ / เรื่องเล่าเช้านี้ / Thai PBS #มลพิษ #สิ่งแวดล้อม #ข่าวtiktok #NewsCommitteeUpdate #TPOnline #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #ทีมสื่อTPOnline
🗞️ News Committee Update: กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา เรียกร้องรัฐบาลเร่งตอบ UN ปมมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองลุ่มน้ำกก ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนจากกิจกรรมการทำเหมืองในพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง ถูกยกระดับเป็นประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และความร่วมมือระหว่างประเทศ หลังผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติส่งข้อซักถามถึงรัฐบาลไทย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการภายในกรอบเวลาที่กำหนด คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการฯ แถลงจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาล เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตอบข้อซักถามของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนจากการทำเหมืองในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง [ UN ส่งข้อซักถาม 9 ประเด็น รัฐบาลยังไม่ชี้แจงภายในกำหนด ] คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ 10 คณะ ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ได้มีหนังสือถึงรัฐบาลไทย รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน คณะผู้นำทหารเมียนมา และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความห่วงกังวลต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการทำเหมือง พร้อมตั้งข้อซักถามต่อรัฐบาลไทย 9 ประเด็น ข้อซักถามครอบคลุมการคุ้มครองสิทธิของประชาชน มาตรการด้านสาธารณสุข การประเมินผลกระทบ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการกำกับดูแลภาคธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่ารัฐบาลยังไม่ได้ส่งคำชี้แจงภายในกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD [ เสนอรัฐบาลดำเนินการ 4 ประเด็น เร่งชี้แจงและรายงานความคืบหน้า ] คณะกรรมาธิการฯ เห็นว่าสถานการณ์การปนเปื้อนได้ขยายตัวจนกลายเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชน จึงยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ 4 ประเด็น ได้แก่ การแจ้งความคืบหน้าการตอบหนังสือของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ การส่งสำเนาหรือสาระสำคัญของคำชี้แจงให้คณะกรรมาธิการรับทราบ การชี้แจงมาตรการคุ้มครองสุขภาพ การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการมอบหมายผู้แทนรัฐบาลเข้าชี้แจงความคืบหน้าต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการ นอกจากข้อเสนอเร่งด่วนแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ยังเสนอให้รัฐบาลจัดทำแผนปฏิบัติการระดับชาติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนข้ามพรมแดนอย่างบูรณาการ เร่งสร้างกลไกความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด พร้อมจัดให้มีระบบเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส และกำหนดมาตรการเยียวยาตามหลักสิทธิมนุษยชนและมาตรฐานสากล [ ผลกระทบขยายสู่แหล่งอาหารและพื้นที่เกษตร ] นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการปนเปื้อนในแม่น้ำหรือตะกอนดิน แต่สารปนเปื้อนอาจสะสมในสัตว์น้ำและพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตอาหารของประเทศ โดยขณะนี้ผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง รวมถึงลุ่มน้ำสาละวินและกระบุรี จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตอบข้อซักถามของผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ และใช้โอกาสนี้ยกระดับความร่วมมือระหว่างไทย จีน เมียนมา และลาว เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ต้นทาง กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนมีความเชื่อมโยงกับสิทธิมนุษยชน สุขภาพของประชาชน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ขณะที่การชี้แจงต่อผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติ และมาตรการที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อจากนี้ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามทั้งในมิติการแก้ไขปัญหาภายในประเทศและการสร้างความเชื่อมั่นในระดับสากล ทีมสื่อ TP Online ข้อมูลและภาพจาก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอบคุณภาพจาก วิทยุจราจร จราจรเพื่อชุมชนเชียงใหม่ / เรื่องเล่าเช้านี้ / Thai PBS #มลพิษ #สิ่งแวดล้อม #ข่าวtiktok #NewsCommitteeUpdate #TPOnline #วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา #ทีมสื่อTPOnline

About