@1444sr:

سعود من المدينة المنورة 🛑
سعود من المدينة المنورة 🛑
Open In TikTok:
Region: SA
Friday 05 June 2026 10:21:27 GMT
3248
182
5
18

Music

Download

Comments

krx90
اللهم اجعل همي الاخره :
اذكر الله يذكرك
2026-06-05 13:28:25
0
hnaa34
hnaa34 :
اللهم ردنا إليك ردا جميلا
2026-06-05 12:29:20
0
user3250205515512
مـــنوعـــــــــــات :
2026-06-05 11:05:16
0
a_a_k82
أبن الحدباء🇮🇶A82🇮🇶 :
﴿فَضَرَبۡنَا عَلَىٰۤ ءَاذَانِهِمۡ فِی ٱلۡكَهۡفِ سِنِینَعَدَدࣰا﴾🌷.
2026-06-05 10:25:37
0
a_a_k82
أبن الحدباء🇮🇶A82🇮🇶 :
🌹🌹🌹
2026-06-05 10:25:27
0
To see more videos from user @1444sr, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ ! “อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) นายอนุทิน กล่าวว่า การหารือเป็นการติดตามสถานการณ์ในภาพรวม รวมถึงการเตรียมความพร้อมของฝ่ายไทยในการแต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมกระบวนการตามกรอบ UNCLOS ซึ่งคาดว่านายสีหศักดิ์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เนื่องจากกำกับดูแลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง ทั้งนี้ การแต่งตั้งผู้แทนถือเป็นขั้นตอนปกติของกระบวนการ UNCLOS ที่แต่ละประเทศจะคัดเลือกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการ โดยรัฐบาลไทยมั่นใจว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านอธิปไตย สิทธิทางทะเล และผลประโยชน์แห่งชาติที่มีอยู่เดิม เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อผลการเจรจา นายอนุทินระบุว่า กระบวนการดังกล่าวยังมีอีกหลายขั้นตอน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและสนธิสัญญาระหว่างประเทศซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีความกังวลต่อกระบวนการดังกล่าว เพราะประเทศไทยมีทั้งความชอบธรรม อธิปไตย และศักยภาพในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง “โดยหลักแล้ว คนที่ต้องเคลื่อนไหววิ่งไปมาหลายเวที มักเป็นฝ่ายที่กำลังแสวงหาความชอบธรรม หากต้องวิ่งหาความชอบธรรมอยู่ตลอด ก็ย่อมสะท้อนว่ามีคำถามเรื่องความชอบธรรมอยู่ในตัวเอง แต่ประเทศไทยมั่นใจในความชอบธรรมของเรา ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาการยอมรับจากที่ใด เพราะสามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้กับทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนของเราเอง” นายอนุทินกล่าว ส่วนกรณีที่กัมพูชาคัดค้านการยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล หรือ MOU 44 นายอนุทินเห็นว่า หากไม่ยอมรับกลไก UNCLOS ก็จะไม่สามารถเดินหน้ากระบวนการใดต่อได้ แต่เมื่อกัมพูชาเป็นผู้เสนอให้ใช้แนวทาง UNCLOS และทั้งสองประเทศต่างเป็นภาคีของอนุสัญญาดังกล่าว ก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบเดียวกันต่อไป นายอนุทินย้ำว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายความว่าไทยปฏิเสธการเจรจา แต่เป็นเพราะกรอบดังกล่าวดำเนินมากว่า 25 ปีโดยไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนแนวทางการหารือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่ MOU 43 ยังไม่มีการยกเลิก เนื่องจากกระบวนการปักปันเขตแดนมีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60 และยังสามารถเดินหน้าต่อได้ “จะบอกว่าไทยยกเลิกฝ่ายเดียวคงไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อกรอบเดิมไม่สามารถนำไปสู่ความคืบหน้าได้ ก็ต้องพิจารณาหาแนวทางใหม่ และเมื่อกัมพูชาเลือกใช้กระบวนการ UNCLOS จากนี้ไปก็จะเป็นช่องทางหลักในการพูดคุยกัน” นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ในเวลานี้รัฐบาลไทยยังไม่อยู่ในจุดที่จะหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์หรือความร่วมมือด้านอื่นกับกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นกรอบ JBC, GBC หรือประเด็นความร่วมมือทวิภาคีต่าง ๆ “เรื่องฟื้นความสัมพันธ์ยังไม่ต้องคุย เรื่องความร่วมมืออื่นยังไม่ต้องคุย และเรื่องเปิดด่าน ก็ยัง นี่คือจุดยืนของรัฐบาลไทยในเวลานี้” นายอนุทินกล่าว
มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ ! “อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน วันที่ 5 มิถุนายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรณีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทยและเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) นายอนุทิน กล่าวว่า การหารือเป็นการติดตามสถานการณ์ในภาพรวม รวมถึงการเตรียมความพร้อมของฝ่ายไทยในการแต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมกระบวนการตามกรอบ UNCLOS ซึ่งคาดว่านายสีหศักดิ์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลัก เนื่องจากกำกับดูแลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยตรง ทั้งนี้ การแต่งตั้งผู้แทนถือเป็นขั้นตอนปกติของกระบวนการ UNCLOS ที่แต่ละประเทศจะคัดเลือกบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาดำเนินการ โดยรัฐบาลไทยมั่นใจว่าจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติได้อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านอธิปไตย สิทธิทางทะเล และผลประโยชน์แห่งชาติที่มีอยู่เดิม เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อผลการเจรจา นายอนุทินระบุว่า กระบวนการดังกล่าวยังมีอีกหลายขั้นตอน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียด เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและสนธิสัญญาระหว่างประเทศซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง นายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีความกังวลต่อกระบวนการดังกล่าว เพราะประเทศไทยมีทั้งความชอบธรรม อธิปไตย และศักยภาพในการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง “โดยหลักแล้ว คนที่ต้องเคลื่อนไหววิ่งไปมาหลายเวที มักเป็นฝ่ายที่กำลังแสวงหาความชอบธรรม หากต้องวิ่งหาความชอบธรรมอยู่ตลอด ก็ย่อมสะท้อนว่ามีคำถามเรื่องความชอบธรรมอยู่ในตัวเอง แต่ประเทศไทยมั่นใจในความชอบธรรมของเรา ไม่จำเป็นต้องไปแสวงหาการยอมรับจากที่ใด เพราะสามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้กับทุกฝ่าย รวมถึงประชาชนของเราเอง” นายอนุทินกล่าว ส่วนกรณีที่กัมพูชาคัดค้านการยกเลิกบันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเล หรือ MOU 44 นายอนุทินเห็นว่า หากไม่ยอมรับกลไก UNCLOS ก็จะไม่สามารถเดินหน้ากระบวนการใดต่อได้ แต่เมื่อกัมพูชาเป็นผู้เสนอให้ใช้แนวทาง UNCLOS และทั้งสองประเทศต่างเป็นภาคีของอนุสัญญาดังกล่าว ก็ต้องดำเนินการภายใต้กรอบเดียวกันต่อไป นายอนุทินย้ำว่า การยกเลิก MOU 44 ไม่ได้หมายความว่าไทยปฏิเสธการเจรจา แต่เป็นเพราะกรอบดังกล่าวดำเนินมากว่า 25 ปีโดยไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม รัฐบาลจึงเห็นว่าควรปรับเปลี่ยนแนวทางการหารือให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่ MOU 43 ยังไม่มีการยกเลิก เนื่องจากกระบวนการปักปันเขตแดนมีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่าร้อยละ 60 และยังสามารถเดินหน้าต่อได้ “จะบอกว่าไทยยกเลิกฝ่ายเดียวคงไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อกรอบเดิมไม่สามารถนำไปสู่ความคืบหน้าได้ ก็ต้องพิจารณาหาแนวทางใหม่ และเมื่อกัมพูชาเลือกใช้กระบวนการ UNCLOS จากนี้ไปก็จะเป็นช่องทางหลักในการพูดคุยกัน” นายอนุทินกล่าวด้วยว่า ในเวลานี้รัฐบาลไทยยังไม่อยู่ในจุดที่จะหารือเรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์หรือความร่วมมือด้านอื่นกับกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นกรอบ JBC, GBC หรือประเด็นความร่วมมือทวิภาคีต่าง ๆ “เรื่องฟื้นความสัมพันธ์ยังไม่ต้องคุย เรื่องความร่วมมืออื่นยังไม่ต้องคุย และเรื่องเปิดด่าน ก็ยัง นี่คือจุดยืนของรัฐบาลไทยในเวลานี้” นายอนุทินกล่าว

About