@armymilitaryforce: จรวด FGM-148 Javelin เป็นอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้รถถัง (ATGM) แบบประทับบ่ายิงที่ผลิตโดยประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มเข้าประจำการครั้งแรกในปี 1996 เพื่อทดแทนระบบ M47 Dragon เดิม ตัวระบบประกอบด้วยสองส่วนหลักคือ ส่วนกล้องเล็งและควบคุมการยิง (Command Launch Unit หรือ CLU) ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 6.4 กิโลกรัม และตัวจรวดที่บรรจุมาในท่อส่งแบบใช้แล้วทิ้ง โดยน้ำหนักรวมของระบบพร้อมยิงอยู่ที่ประมาณ 22.1 ถึง 22.3 กิโลกรัม จรวดมีความยาวตัวลำประมาณ 1.1 ถึง 1.2 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 127 มิลลิเมตร ภายในติดตั้งหัวรบแบบ Tandem HEAT สองชั้น ที่ออกแบบมาเพื่อทำลายเกราะปฏิกิริยาระเบิด (ERA) ก่อนจะเจาะทะลุเกราะหลักของรถถัง ระบบนี้ใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งแบบ Soft Launch ซึ่งช่วยให้สามารถยิงจากภายในอาคารหรือพื้นที่อับได้โดยปลอดภัย เนื่องจากตัวจรวดจะถูกขับออกจากท่อส่งก่อนที่เครื่องยนต์หลักจะจุดระเบิด . สำหรับการนำวิถี Javelin ใช้ระบบ Imaging Infrared (IIR) ซึ่งมีความสามารถในการล็อกเป้าก่อนยิง (Lock-on Before Launch) และทำงานแบบ Fire-and-Forget ทำให้พลยิงสามารถเปลี่ยนตำแหน่งหรือหลบเข้าที่กำบังได้ทันทีหลังปล่อยจรวด ระยะยิงมาตรฐานอยู่ที่ 2.5 กิโลเมตร ในขณะที่รุ่นใหม่และชุดกล้องเล็งน้ำหนักเบา (Lightweight CLU) สามารถทำระยะยิงได้ไกลถึง 4 ถึง 4.75 กิโลเมตร โดยจรวดมีความเร็วในการเดินทางประมาณ 140 เมตรต่อวินาที โหมดการโจมตีแบ่งออกเป็นสองรูปแบบคือ Top Attack Mode ซึ่งจะบินสูงขึ้นไปแล้วพุ่งเข้าหาเป้าหมายจากด้านบนเพื่อทำลายจุดที่เกราะบางที่สุด และ Direct Attack Mode สำหรับการยิงตรงเข้าใส่เป้าหมายประเภทอาคาร บังเกอร์ ป้อมปราการ หรือเฮลิคอปเตอร์ที่บินต่ำ . ในด้านต้นทุน ราคาของระบบ Javelin มีความผันผวนตามสัญญาการผลิตและจำนวนสั่งซื้อ โดยราคาของจรวด 1 นัดมักถูกประเมินไว้ที่ประมาณ 178,000 ถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (5,857,713 ถึง 6,581,700 บาท) ส่วนอุปกรณ์ CLU มีราคาสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (3,290,850 บาท) ต่อเครื่อง ซึ่งราคาในสัญญาการจัดหาขนาดใหญ่อาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์เสริมและการสนับสนุนทางการส่งกำลังบำรุงในแต่ละโครงการ นอกเหนือจากความสามารถในการทำลายรถถังหลัก (Main Battle Tank) และรถหุ้มเกราะประเภทต่างๆ แล้ว ชุดกล้องเล็ง CLU ยังสามารถนำมาใช้แยกต่างหากเพื่อเป็นอุปกรณ์ตรวจการณ์ในสนามรบทั้งกลางวันและกลางคืนได้อีกด้วย . สำหรับหัวรบแบบ Tandem HEAT นั้น ถูกออกแบบมาเพื่อก้าวข้ามเกราะปฏิกิริยาระเบิด (ERA) ของรถถังสมัยใหม่ โดยเริ่มต้นจาก Precursor Charge หรือหัวรบนำขนาดเล็กที่จะจุดระเบิดก่อนเมื่อกระทบเป้าหมาย เพื่อทำลายหรือกระตุ้นให้แผ่นเกราะ ERA ทำงานจนหมดสภาพและสร้างช่องโหว่บนผิวเกราะภายนอกไว้ หลังจากนั้นเพียงเสี้ยววินาที Main Charge หรือหัวรบหลักจะจุดระเบิดตามมาทันที โดยอาศัยหลักการทางฟิสิกส์ที่ใช้แรงระเบิดเปลี่ยนแผ่นโลหะรูปทรงกรวย (Liner) ให้กลายเป็นเจ็ทโลหะความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic) พุ่งผ่านช่องโหว่ที่หัวรบนำเปิดไว้เพื่อเจาะทะลุเกราะหลักเข้าสู่ภายในตัวรถ โดยกระบวนการนี้เป็นการอาศัยพลังงานจลน์และความดันมหาศาลในการเจาะทะลุ ไม่ใช่การใช้ความร้อนหลอมละลายเกราะเหมือนที่หลายคนเข้าใจ . ในส่วนของชุดกล้องเล็งและควบคุมการยิงรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Lightweight CLU (LW-CLU) นั้น ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาด้านน้ำหนักที่เป็นภาระของทหารราบในรุ่นก่อนหน้า โดยวิศวกรสามารถลดขนาดและน้ำหนักของอุปกรณ์ลงได้อย่างมากเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในสนามรบ พร้อมทั้งยกระดับประสิทธิภาพด้วยการเพิ่มระยะการตรวจจับเป้าหมายให้ไกลขึ้นจนทำให้ระบบสามารถยิงได้ไกลสูงสุดถึง 4 ถึง 4.75 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระบบแสดงผลผ่านหน้าจอภาพความร้อนที่มีความละเอียดสูงขึ้น ช่วยให้การระบุตำแหน่งเป้าหมายในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนแม่นยำกว่าเดิม ขณะเดียวกันตัวกล้อง CLU ยังคงทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ตรวจการณ์คุณภาพสูงได้อย่างดีเยี่ยม แม้ในเวลาที่ไม่ได้ติดตั้งจรวด โดยมีระบบบริหารจัดการพลังงานที่ช่วยให้ทหารสามารถใช้งานเพื่อซุ่มสังเกตการณ์ในสภาวะทัศนวิสัยต่ำหรือในเวลากลางคืนได้ยาวนานยิ่งขึ้น
Army Military Force
Region: TH
Thursday 11 June 2026 17:50:34 GMT
Music
Download
Comments
Tee Tee :
😃😃😃😃😃😃😃😃😃😃😃😃😃
2026-06-13 03:50:48
0
To see more videos from user @armymilitaryforce, please go to the Tikwm
homepage.