@nati191914: #arsenal #tiktok #viral

መድፈኛዉ የሰዉየዉ ልጅ💚💛🧡
መድፈኛዉ የሰዉየዉ ልጅ💚💛🧡
Open In TikTok:
Region: ET
Saturday 27 June 2026 18:29:24 GMT
25181
1646
17
159

Music

Download

Comments

nahomfelke0
yekidye lij :
2026-06-28 11:56:40
0
danil.asefa
ዳኒነኝ.የሸሌወች.አዳኝ :
2026-06-28 05:22:49
0
mesfin.afere
🅜︎.🅰👌🎵 :
no. 9
2026-06-28 14:32:18
0
um.aweke.shiferaw
um aweke :
2026-06-28 07:55:46
0
abrahaam.b
Abreham በ💯 :
2026-06-29 04:29:52
0
fiikru
Fikru markos0120 :
wow
2026-06-28 09:06:55
0
user88370654226863
መዳኒአለም አባቴ አተጠብቀኝ :
2026-06-28 07:19:59
0
nahomfelke0
yekidye lij :
gabi is king
2026-06-28 11:56:58
0
biruk89213
@ b i r u k🦅🦅 :
💪🏽💪🏽💪🏽💪🏽
2026-06-29 09:31:16
0
filmon823
FILI wedi seguh//ሰጉሕ// :
💪💪💪
2026-06-28 19:16:01
0
ashu.21.liji
ashu ye 16 lije :
💯💯💯
2026-06-28 14:48:34
0
eyobe.daselegni
KIYA.DANTA :
❤️❤️❤️
2026-06-28 13:27:32
0
suyyehordofa
suyyehordofa :
💚💚💚
2026-06-28 12:12:41
0
user2086767221458
ውህብቶ እዩ :
♥️♥️♥️
2026-06-28 11:44:31
0
hilimin8menor0
Hilimin menor :
🥰🥰🥰
2026-06-27 19:40:47
0
miretu915
miretu :
👍👍👍
2026-06-29 09:44:55
0
To see more videos from user @nati191914, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

[ การนิรโทษกรรมที่จะ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” ได้จริง ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “สองมาตรฐาน” ] . ข้อกังวลที่ผมมีต่อร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะประเด็นที่ สว. มีการแก้ไข แต่ผมเห็นว่า การแก้ไข ของ สว. กำลังทำให้เนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ห่างไกลจากเป้าหมายในการ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” มากขึ้นกว่าเดิม . แม้ผมเชื่อว่าสภาเราตกผลึกร่วมกัน ว่ากลไกของการนิรโทษกรรม เป็นกลไกที่มีส่วนในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองได้ แต่คำถามสำคัญที่สภาแห่งนี้ยังเห็นต่างกันคือ การนิรโทษกรรม “แบบไหน” ที่จะคลี่คลายความขัดแย้ง และสร้างเสริมสังคมที่สันติสุขได้จริง? . สำหรับผม การนิรโทษกรรมที่จะคลี่คลายความขัดแย้งได้ ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “สองมาตรฐาน”: - เช่น พอเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มหนึ่ง (ไม่ว่าจะแสดงออกผ่านการปิดสถานที่ราชการ หรือ ล้อมคูหาเลือกตั้ง) เราก็พร้อมจะลบล้างความผิด พร้อมจะโอบรับเขากลับคืนสู่สังคม / แต่พอเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของอีกกลุ่มหนึ่ง (แม้จะเป็นเพียงการแชร์โพสต์ใน Facebook หรือแม้คนทำจะอายุยังไม่ถึง 18 ปี) เรากลับตีตราว่าการกระทำของพวกเขา ยังไงก็ยกโทษให้ไม่ได้ . แต่ในความเป็นจริง การ “นิรโทษกรรมแบบสองมาตรฐาน” ที่ว่านี้ คือสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้กำลังผลักดัน - 1 มาตรฐานสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 / อีก 1 มาตรฐานสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอื่นๆ (รวมถึงกฎหมายอาญาบางมาตราที่โทษแรงกว่า 112) . ที่ผ่านมา เราพยายามเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะ “สองมาตรฐาน” เช่นนี้ . 1. ในวาระ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ร่างของพรรคประชาชนเสนอให้มี คณะกรรมการ 1 คณะ ที่พิจารณาทุกคดีเป็นรายกรณี ด้วยมาตรฐานเดียวกัน กับคนทุกกลุ่ม - คดีไหน เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ก็พิจารณานิรโทษ - คดีไหน ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ก็ไม่นิรโทษ - คดีไหนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือความผิดต่อชีวิตหรือร่างกาย จะต้องไม่นิรโทษในทุกกรณี . แต่วันนั้น เสียงข้างมากของสภาไม่เห็นด้วย และยืนยันว่าต้องปฏิบัติกับคดี 112 ต่างจากคดีอื่น . 2. ในชั้น กมธ. และ วาระ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร เราพยายามเสนอว่า หากจำเป็นต้องใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันจริงๆ ระหว่างคดี 112 กับคดีอื่น อย่างน้อยจะพอเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเปิดช่องให้นิรโทษกรรมคดี 112 ได้ “แบบมีเงื่อนไขหรือข้อแม้พิเศษ” - เช่น ถ้าเป็นคดีอื่น ก็นิรโทษกรรมกันไปตามปกติ / แต่ถ้าเป็นคดี 112 อาจเพิ่มเงื่อนไขเข้าไป ว่าจะพิจารณานิรโทษกรรม หากมาควบคู่กับข้อตกลงเกี่ยวกับการแสดงออกบางอย่างในอนาคต ซึ่งน่าจะคลี่คลายข้อกังวลของบางฝ่ายได้ . แต่วันนั้น เสียงข้างมากของสภาก็ยังไม่เห็นด้วย . 3. หลายฝ่ายในสภาแห่งนี้ พยายามหาทางออกร่วมกันในการเปิดช่องให้พิจารณานิรโทษกรรมคดี 112 ได้ สำหรับเด็กและเยาวชน . ในวันนั้น แม้เสียงส่วนใหญ่ของสภา ไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอของเราทั้งหมด แต่เสียงส่วนใหญ่ของสภา อย่างน้อยก็ตัดสินใจเพิ่ม มาตรา 11 เข้ามา เพื่อยืนยันกลไกบางอย่าง ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี 112 . . แต่มาถึงวันนี้ เจตนารมณ์ดังกล่าว ก็ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดย สว. ที่ไปแก้ไขมาตรา 11 ให้ระบุไว้อย่างชัดเจน ว่าห้ามนำกลไกดังกล่าว มาช่วยเด็กและเยาวชนในคดี 112 . . สิ่งที่ผมและพรรคประชาชนพยายามย้ำมาตลอด คือหากเราต้องการสร้าง “ประตู” บานหนึ่ง เพื่อนำพาประชาชนทุกคนที่เคยพัวพันอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต ก้าวไปสู่สังคมสันติสุขร่วมกัน: ประตูบานนั้นจะต้องเป็นประตูที่เปิดกว้างพอให้กับทุกกลุ่มและปฏิบัติกับทุกกลุ่มด้วยมาตรฐานเดียวกัน . แต่สิ่งที่สภาแห่งนี้กำลังทำ กลับเป็นการบอกกับคนบางกลุ่ม ว่าสังคมสันติสุขที่อยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ต้อนรับพวกเขา และไม่อนุญาตให้พวกเขาเดินเข้ามา . - พอเราเสนอว่าให้ใช้ประตูอีกบาน ที่อาจจะเดินผ่านลำบากกว่า ต้องเดินอ้อมบ้าง หรือมีเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์มากกว่า สภาก็ยังไม่ยอม . - พอเราเสนอว่าให้มีประตูอีกบาน ที่เป็นเป็นประตูเล็กๆ ที่เปิดให้เฉพาะเด็กและเยาวชนที่เดินผ่านได้ สภาก็ยังไม่ยอม . มาถึงวันนี้ สิ่งที่สภาแห่งนี้กำลังทำ เปรียบเสมือนการเดินไปที่ประตูบานเล็กๆที่เคยแง้มไว้อยู่ และปิดประตูใส่หน้าพวกเขา แถมใส่ล็อกเพิ่มไปอีกหลายชั้น เพื่อตอกย้ำว่าสังคมสันติสุขที่พวกท่านกำลังสร้าง ไม่ยินดีต้อนรับพวกเขา . ผมรู้ว่าวันนี้ พวกผมเป็นเสียงข้างน้อย เป็นเสมือนก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่คงไม่มีน้ำหนักพอที่จะค้ำให้ท่านปิดประตูไม่ได้ . แต่หากพวกผมในฐานะก้อนหินชิ้นเล็กๆ สามารถทำให้ท่านปิดประตูได้ยากขึ้น พวกผมก็ต้องทำ . และยิ่งท่านฝืนปิดประตูแรงเท่าไหร่ ผมกังวล ประตูบานนั้นเอง ก็จะยิ่งพังเร็วเท่านั้น . โดยสิ่งที่ผมเชื่อว่า เราทุกคนไม่อยากเห็นพังทลายลงมา คือ “สังคมสันติสุข” ที่เราพยายามร่วมกันสร้าง ซึ่งผมยืนยันว่าจะสร้างได้
[ การนิรโทษกรรมที่จะ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” ได้จริง ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “สองมาตรฐาน” ] . ข้อกังวลที่ผมมีต่อร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เฉพาะประเด็นที่ สว. มีการแก้ไข แต่ผมเห็นว่า การแก้ไข ของ สว. กำลังทำให้เนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนี้ ห่างไกลจากเป้าหมายในการ “สร้างเสริมสังคมสันติสุข” มากขึ้นกว่าเดิม . แม้ผมเชื่อว่าสภาเราตกผลึกร่วมกัน ว่ากลไกของการนิรโทษกรรม เป็นกลไกที่มีส่วนในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองได้ แต่คำถามสำคัญที่สภาแห่งนี้ยังเห็นต่างกันคือ การนิรโทษกรรม “แบบไหน” ที่จะคลี่คลายความขัดแย้ง และสร้างเสริมสังคมที่สันติสุขได้จริง? . สำหรับผม การนิรโทษกรรมที่จะคลี่คลายความขัดแย้งได้ ต้องไม่ใช่การนิรโทษกรรมแบบ “สองมาตรฐาน”: - เช่น พอเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มหนึ่ง (ไม่ว่าจะแสดงออกผ่านการปิดสถานที่ราชการ หรือ ล้อมคูหาเลือกตั้ง) เราก็พร้อมจะลบล้างความผิด พร้อมจะโอบรับเขากลับคืนสู่สังคม / แต่พอเป็นคดีที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของอีกกลุ่มหนึ่ง (แม้จะเป็นเพียงการแชร์โพสต์ใน Facebook หรือแม้คนทำจะอายุยังไม่ถึง 18 ปี) เรากลับตีตราว่าการกระทำของพวกเขา ยังไงก็ยกโทษให้ไม่ได้ . แต่ในความเป็นจริง การ “นิรโทษกรรมแบบสองมาตรฐาน” ที่ว่านี้ คือสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้กำลังผลักดัน - 1 มาตรฐานสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในมาตรา 112 / อีก 1 มาตรฐานสำหรับ ผู้ที่ถูกดำเนินคดีอื่นๆ (รวมถึงกฎหมายอาญาบางมาตราที่โทษแรงกว่า 112) . ที่ผ่านมา เราพยายามเต็มที่ เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะ “สองมาตรฐาน” เช่นนี้ . 1. ในวาระ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร ร่างของพรรคประชาชนเสนอให้มี คณะกรรมการ 1 คณะ ที่พิจารณาทุกคดีเป็นรายกรณี ด้วยมาตรฐานเดียวกัน กับคนทุกกลุ่ม - คดีไหน เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ก็พิจารณานิรโทษ - คดีไหน ไม่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมือง ก็ไม่นิรโทษ - คดีไหนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต หรือความผิดต่อชีวิตหรือร่างกาย จะต้องไม่นิรโทษในทุกกรณี . แต่วันนั้น เสียงข้างมากของสภาไม่เห็นด้วย และยืนยันว่าต้องปฏิบัติกับคดี 112 ต่างจากคดีอื่น . 2. ในชั้น กมธ. และ วาระ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร เราพยายามเสนอว่า หากจำเป็นต้องใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันจริงๆ ระหว่างคดี 112 กับคดีอื่น อย่างน้อยจะพอเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะเปิดช่องให้นิรโทษกรรมคดี 112 ได้ “แบบมีเงื่อนไขหรือข้อแม้พิเศษ” - เช่น ถ้าเป็นคดีอื่น ก็นิรโทษกรรมกันไปตามปกติ / แต่ถ้าเป็นคดี 112 อาจเพิ่มเงื่อนไขเข้าไป ว่าจะพิจารณานิรโทษกรรม หากมาควบคู่กับข้อตกลงเกี่ยวกับการแสดงออกบางอย่างในอนาคต ซึ่งน่าจะคลี่คลายข้อกังวลของบางฝ่ายได้ . แต่วันนั้น เสียงข้างมากของสภาก็ยังไม่เห็นด้วย . 3. หลายฝ่ายในสภาแห่งนี้ พยายามหาทางออกร่วมกันในการเปิดช่องให้พิจารณานิรโทษกรรมคดี 112 ได้ สำหรับเด็กและเยาวชน . ในวันนั้น แม้เสียงส่วนใหญ่ของสภา ไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอของเราทั้งหมด แต่เสียงส่วนใหญ่ของสภา อย่างน้อยก็ตัดสินใจเพิ่ม มาตรา 11 เข้ามา เพื่อยืนยันกลไกบางอย่าง ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดี 112 . . แต่มาถึงวันนี้ เจตนารมณ์ดังกล่าว ก็ถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดย สว. ที่ไปแก้ไขมาตรา 11 ให้ระบุไว้อย่างชัดเจน ว่าห้ามนำกลไกดังกล่าว มาช่วยเด็กและเยาวชนในคดี 112 . . สิ่งที่ผมและพรรคประชาชนพยายามย้ำมาตลอด คือหากเราต้องการสร้าง “ประตู” บานหนึ่ง เพื่อนำพาประชาชนทุกคนที่เคยพัวพันอยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต ก้าวไปสู่สังคมสันติสุขร่วมกัน: ประตูบานนั้นจะต้องเป็นประตูที่เปิดกว้างพอให้กับทุกกลุ่มและปฏิบัติกับทุกกลุ่มด้วยมาตรฐานเดียวกัน . แต่สิ่งที่สภาแห่งนี้กำลังทำ กลับเป็นการบอกกับคนบางกลุ่ม ว่าสังคมสันติสุขที่อยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ต้อนรับพวกเขา และไม่อนุญาตให้พวกเขาเดินเข้ามา . - พอเราเสนอว่าให้ใช้ประตูอีกบาน ที่อาจจะเดินผ่านลำบากกว่า ต้องเดินอ้อมบ้าง หรือมีเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์มากกว่า สภาก็ยังไม่ยอม . - พอเราเสนอว่าให้มีประตูอีกบาน ที่เป็นเป็นประตูเล็กๆ ที่เปิดให้เฉพาะเด็กและเยาวชนที่เดินผ่านได้ สภาก็ยังไม่ยอม . มาถึงวันนี้ สิ่งที่สภาแห่งนี้กำลังทำ เปรียบเสมือนการเดินไปที่ประตูบานเล็กๆที่เคยแง้มไว้อยู่ และปิดประตูใส่หน้าพวกเขา แถมใส่ล็อกเพิ่มไปอีกหลายชั้น เพื่อตอกย้ำว่าสังคมสันติสุขที่พวกท่านกำลังสร้าง ไม่ยินดีต้อนรับพวกเขา . ผมรู้ว่าวันนี้ พวกผมเป็นเสียงข้างน้อย เป็นเสมือนก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่คงไม่มีน้ำหนักพอที่จะค้ำให้ท่านปิดประตูไม่ได้ . แต่หากพวกผมในฐานะก้อนหินชิ้นเล็กๆ สามารถทำให้ท่านปิดประตูได้ยากขึ้น พวกผมก็ต้องทำ . และยิ่งท่านฝืนปิดประตูแรงเท่าไหร่ ผมกังวล ประตูบานนั้นเอง ก็จะยิ่งพังเร็วเท่านั้น . โดยสิ่งที่ผมเชื่อว่า เราทุกคนไม่อยากเห็นพังทลายลงมา คือ “สังคมสันติสุข” ที่เราพยายามร่วมกันสร้าง ซึ่งผมยืนยันว่าจะสร้างได้

About