@yasmeen_o1:

𝒀
𝒀
Open In TikTok:
Region: SE
Saturday 27 June 2026 20:08:48 GMT
19
8
0
1

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @yasmeen_o1, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

คณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี ติดตามสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา คืบหน้า 45% ย้ำดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ 100% วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 บ้านชายแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี คณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี จังหวัดชลบุรี คณะกรรมาธิการ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วถาวรชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้าง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นาวาเอกปรัชญา หารเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ได้บรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการ โดยระบุว่า ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 45 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันผลักดันจนสามารถดำเนินโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กล่าวว่า การก่อสร้างรั้วชายแดนไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการภายใต้อธิปไตยของประเทศไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission : JBC) ทั้งการสำรวจ การปักหมุดหลักเขต การประชุมร่วม และการลงนามในเอกสารด้านเทคนิค (Technical Instruction) ก่อนที่จะได้รับการรับรองจากประธาน JBC ของทั้งสองประเทศ ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้สามารถปักหมุดชั่วคราวได้จำนวน 166 จุด ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 59 ระยะทางรวมประมาณ 8.3 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถกำหนดแนวเส้นเขตแดนได้อย่างชัดเจน แม้ว่าระยะห่างระหว่างหลักเขตแต่ละหลักจะไม่เท่ากันก็ตาม นาวาเอกปรัชญา ยืนยันว่า ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างทุกครั้ง ได้มีการประสานงานและแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชารับทราบ พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและยืนยันว่าไม่มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน ทุกขั้นตอนยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและความโปร่งใส ทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย สำหรับการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จากหลักเขตที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 54 ซึ่งได้ก่อสร้างถนนเข้าถึงพื้นที่และดำเนินงานก่อสร้างรั้วอย่างต่อเนื่อง ส่วนระยะที่ 2 จากหลักเขตที่ 54 ถึงหลักเขตที่ 59 ปัจจุบันได้ก่อสร้างถนนแล้วประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้วในช่วงถัดไป นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการก่อสร้าง พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้โครงการก่อสร้างรั้วชายแดนเกิดความยั่งยืนในระยะยาว และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาต่อไป.
คณะกรรมาธิการความมั่นคงฯ ลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี ติดตามสร้างรั้วถาวรไทย-กัมพูชา คืบหน้า 45% ย้ำดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ 100% วันที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 บ้านชายแดน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี คณะกรรมาธิการการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี จังหวัดชลบุรี คณะกรรมาธิการ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วถาวรชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานและตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้าง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นาวาเอกปรัชญา หารเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ได้บรรยายสรุปความคืบหน้าของโครงการ โดยระบุว่า ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 45 ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันผลักดันจนสามารถดำเนินโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กล่าวว่า การก่อสร้างรั้วชายแดนไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยดำเนินการภายใต้อธิปไตยของประเทศไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ และเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (Joint Boundary Commission : JBC) ทั้งการสำรวจ การปักหมุดหลักเขต การประชุมร่วม และการลงนามในเอกสารด้านเทคนิค (Technical Instruction) ก่อนที่จะได้รับการรับรองจากประธาน JBC ของทั้งสองประเทศ ผลจากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้สามารถปักหมุดชั่วคราวได้จำนวน 166 จุด ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 59 ระยะทางรวมประมาณ 8.3 กิโลเมตร ส่งผลให้สามารถกำหนดแนวเส้นเขตแดนได้อย่างชัดเจน แม้ว่าระยะห่างระหว่างหลักเขตแต่ละหลักจะไม่เท่ากันก็ตาม นาวาเอกปรัชญา ยืนยันว่า ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างทุกครั้ง ได้มีการประสานงานและแจ้งให้ฝ่ายกัมพูชารับทราบ พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าตรวจสอบพื้นที่ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและยืนยันว่าไม่มีการรุกล้ำอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน ทุกขั้นตอนยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและความโปร่งใส ทำให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่าย สำหรับการก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 จากหลักเขตที่ 52 ถึงหลักเขตที่ 54 ซึ่งได้ก่อสร้างถนนเข้าถึงพื้นที่และดำเนินงานก่อสร้างรั้วอย่างต่อเนื่อง ส่วนระยะที่ 2 จากหลักเขตที่ 54 ถึงหลักเขตที่ 59 ปัจจุบันได้ก่อสร้างถนนแล้วประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้วในช่วงถัดไป นอกจากนี้ หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการก่อสร้าง พร้อมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้โครงการก่อสร้างรั้วชายแดนเกิดความยั่งยืนในระยะยาว และเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาต่อไป.

About