@abiyouglyrical: ♫ 𝐔𝐍𝐑𝐄𝐋𝐄𝐀𝐒𝐄𝐃 by 𝗙𝗢𝗟𝗔 #fyppppppppppppppppppppppp #trending #trending @FolaPonDis

ᗩᗷIYOᑌᑎGᒪYᖇIᑕᗩᒪ▶️
ᗩᗷIYOᑌᑎGᒪYᖇIᑕᗩᒪ▶️
Open In TikTok:
Region: NG
Monday 29 June 2026 23:17:31 GMT
21799
2935
9
225

Music

Download

Comments

ajiwokhewu
sheriff :
I too like this song
2026-07-06 17:04:07
6
abdulqudus8321
Qudus :
omorr☺️
2026-07-06 21:27:00
2
mickey.para2
*PARA* :
Like wft 😞😞
2026-07-07 03:05:10
0
emmazy11
🦠Emmazy🦠 :
make Fola drop this one e go bad oo🥰🤩😇
2026-07-04 10:52:23
2
treasure_baby05
Ťéé🫦🎀🥹 :
Love this song
2026-07-07 00:27:48
0
kaccii21
👔*KACHII*✅ :
I slowed and mixed this sound Pls use and tage fr repost 😭🙏🙏
2026-07-05 14:34:18
0
alfredis_him
alfredis_him :
@FolaPonDis release abeg
2026-07-07 01:40:23
0
israel.fatogun
Israel Fatogun :
🌹🌹🌹
2026-07-06 20:07:43
0
ortinel.kongo
ortinel kongo :
🔥🔥🔥
2026-07-07 04:32:08
0
To see more videos from user @abiyouglyrical, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

การเพรสซิ่งที่นำไปสู่การทำประตู: เมื่อการป้องกันคือจุดเริ่มต้นของเกมรุก หนึ่งในอาวุธสำคัญของญี่ปุ่นในเกมนี้คือ การเพรสซิ่งสูง (High Press) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการวิ่งไล่กดดันผู้ครองบอล แต่เป็นการเพรสซิ่งที่มีโครงสร้าง มีจังหวะ และอาศัยการประสานงานของผู้เล่นทั้งทีม ญี่ปุ่นเริ่มต้นจากการสังเกตว่าผู้รักษาประตูของโปรตุเกสมีข้อจำกัดในการเล่นบอลด้วยเท้า โดยเฉพาะเมื่อถูกกดดันอย่างหนัก ทุกครั้งที่บอลถูกส่งคืนไปยังผู้รักษาประตูหรือหมุนกลับสู่แนวรับ ผู้เล่นแนวรุกทั้งสามคนของญี่ปุ่นจะใช้จังหวะนั้นเป็นสัญญาณในการเริ่มเพรสซิ่งทันที การเพรสซิ่งของญี่ปุ่นไม่ได้เป็นการไล่บอลแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการเข้าปิดมุมจ่ายบอล (Cover Shadow) พร้อมกับบีบพื้นที่และตัดตัวเลือกในการจ่าย ทำให้ผู้รักษาประตูไม่มีเวลาในการตัดสินใจ และไม่สามารถจ่ายบอลไปยังผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ผู้รักษาประตูของโปรตุเกสจึงจ่ายบอลพลาดหลายครั้ง ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้ญี่ปุ่นเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง เพราะมองเห็นว่านี่คือจุดอ่อนที่สามารถสร้างโอกาสทำประตูได้ จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อโปรตุเกสเลือกส่งบอลคืนให้ผู้รักษาประตูอีกครั้ง ญี่ปุ่นทั้งทีมขยับขึ้นพร้อมกันเพื่อดำเนินการเพรสซิ่งสูง ผู้เล่นแนวรุกเข้าปิดทางเลือกในการจ่าย ขณะที่ผู้เล่นแดนกลางและแนวรับดันไลน์ขึ้นตามเพื่อบีบพื้นที่ ส่งผลให้ผู้รักษาประตูถูกบังคับให้จ่ายบอลอย่างเร่งรีบและเสียการครองบอลในพื้นที่อันตราย หลังจากแย่งบอลกลับมาได้ ญี่ปุ่นเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกในทันที (Defence-to-Attack Transition) โดยไม่ปล่อยให้โปรตุเกสมีเวลาจัดระเบียบเกมรับ วาดะและอาซาดะประสานงานกันด้วยจังหวะชิ่งหนึ่ง–สอง (Wall Pass หรือ Give-and-Go) เพื่อหลุดผ่านแนวรับ ก่อนจบจังหวะด้วยการยิงประตูอย่างเฉียบขาด ประตูนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเพรสซิ่งที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบลงแค่การแย่งบอลคืน แต่หัวใจสำคัญคือ การเปลี่ยนจังหวะจากเกมรับเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว และใช้ประโยชน์จากความไม่พร้อมของคู่แข่งให้ได้มากที่สุด ญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงการอ่านเกม การประสานงาน และวินัยในแท็กติกที่ยอดเยี่ยม จนสามารถเปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นประตูได้อย่างสมบูรณ์แบบ credit : https://www.youtube.com/live/iYZcpQXwC7k?si=LBrAdMbowJzupA8M #footballtiktok #bluelock #football #alljapanhighschoolsoccertournament #japanfootball #afcu23asiancup2026 #interhighschool #foryou #futbol #futebol #japan #worldcup #wc #AFC #worldcup2026
การเพรสซิ่งที่นำไปสู่การทำประตู: เมื่อการป้องกันคือจุดเริ่มต้นของเกมรุก หนึ่งในอาวุธสำคัญของญี่ปุ่นในเกมนี้คือ การเพรสซิ่งสูง (High Press) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการวิ่งไล่กดดันผู้ครองบอล แต่เป็นการเพรสซิ่งที่มีโครงสร้าง มีจังหวะ และอาศัยการประสานงานของผู้เล่นทั้งทีม ญี่ปุ่นเริ่มต้นจากการสังเกตว่าผู้รักษาประตูของโปรตุเกสมีข้อจำกัดในการเล่นบอลด้วยเท้า โดยเฉพาะเมื่อถูกกดดันอย่างหนัก ทุกครั้งที่บอลถูกส่งคืนไปยังผู้รักษาประตูหรือหมุนกลับสู่แนวรับ ผู้เล่นแนวรุกทั้งสามคนของญี่ปุ่นจะใช้จังหวะนั้นเป็นสัญญาณในการเริ่มเพรสซิ่งทันที การเพรสซิ่งของญี่ปุ่นไม่ได้เป็นการไล่บอลแบบไร้ทิศทาง แต่เป็นการเข้าปิดมุมจ่ายบอล (Cover Shadow) พร้อมกับบีบพื้นที่และตัดตัวเลือกในการจ่าย ทำให้ผู้รักษาประตูไม่มีเวลาในการตัดสินใจ และไม่สามารถจ่ายบอลไปยังผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้แรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ผู้รักษาประตูของโปรตุเกสจึงจ่ายบอลพลาดหลายครั้ง ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้ญี่ปุ่นเดินหน้ากดดันต่อเนื่อง เพราะมองเห็นว่านี่คือจุดอ่อนที่สามารถสร้างโอกาสทำประตูได้ จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อโปรตุเกสเลือกส่งบอลคืนให้ผู้รักษาประตูอีกครั้ง ญี่ปุ่นทั้งทีมขยับขึ้นพร้อมกันเพื่อดำเนินการเพรสซิ่งสูง ผู้เล่นแนวรุกเข้าปิดทางเลือกในการจ่าย ขณะที่ผู้เล่นแดนกลางและแนวรับดันไลน์ขึ้นตามเพื่อบีบพื้นที่ ส่งผลให้ผู้รักษาประตูถูกบังคับให้จ่ายบอลอย่างเร่งรีบและเสียการครองบอลในพื้นที่อันตราย หลังจากแย่งบอลกลับมาได้ ญี่ปุ่นเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกในทันที (Defence-to-Attack Transition) โดยไม่ปล่อยให้โปรตุเกสมีเวลาจัดระเบียบเกมรับ วาดะและอาซาดะประสานงานกันด้วยจังหวะชิ่งหนึ่ง–สอง (Wall Pass หรือ Give-and-Go) เพื่อหลุดผ่านแนวรับ ก่อนจบจังหวะด้วยการยิงประตูอย่างเฉียบขาด ประตูนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเพรสซิ่งที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จบลงแค่การแย่งบอลคืน แต่หัวใจสำคัญคือ การเปลี่ยนจังหวะจากเกมรับเป็นเกมรุกอย่างรวดเร็ว และใช้ประโยชน์จากความไม่พร้อมของคู่แข่งให้ได้มากที่สุด ญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงการอ่านเกม การประสานงาน และวินัยในแท็กติกที่ยอดเยี่ยม จนสามารถเปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นประตูได้อย่างสมบูรณ์แบบ credit : https://www.youtube.com/live/iYZcpQXwC7k?si=LBrAdMbowJzupA8M #footballtiktok #bluelock #football #alljapanhighschoolsoccertournament #japanfootball #afcu23asiancup2026 #interhighschool #foryou #futbol #futebol #japan #worldcup #wc #AFC #worldcup2026

About