Language
English
عربي
Tiếng Việt
русский
français
español
日本語
한글
Deutsch
हिन्दी
简体中文
繁體中文
API
Home
How To Use
Language
English
عربي
Tiếng Việt
русский
français
español
日本語
한글
Deutsch
हिन्दी
简体中文
繁體中文
Home
Detail
@linhoi.giadung: Một chai nước giặt cho bé, cả nhà đều an tâm sử dụng. 👕👶 #linhoi #nuocgiatchobe #giadung #reviewdohot #xuhuong
Linh Ơi
Open In TikTok:
Region: VN
Saturday 01 August 2026 16:17:00 GMT
123655
82
0
8
Music
Download
No Watermark .mp4 (
13.33MB
)
No Watermark(HD) .mp4 (
8.96MB
)
Watermark .mp4 (
0MB
)
Music .mp3
Comments
There are no more comments for this video.
To see more videos from user @linhoi.giadung, please go to the Tikwm homepage.
Other Videos
MUNAFIK: MELAWAN IBLIS mengisah ustad Adam, si spesialis ruqyah, dikenal mampu membantu orang-orang yang diganggu makhluk gaib. Namun semuanya berubah setelah kecelakaan maut merenggut Aini, istrinya, tepat sepulang ia menyelamatkan seorang anak dari gangguan Iblis. Trauma membuat ustad Adam berhenti meruqyah dan memilih mengubur masa lalunya. Sampai Anwar datang meminta bantuannya untuk menyelamatkan Fitri, seorang perawat sekaligus putri Haji Mansur yang merupakan tokoh paling disegani di desa. Awalnya Adam menolak. Tapi pesan terakhir Aini membuatnya kembali terjun ke dunia ruqyah. Masalahnya, gangguan yang dialami Fitri ternyata bukan sekadar teror gaib tapi ada rahasia gelap yang disembunyikan keluarga Mansur. Dan semakin Adam menggali, semakin jelas bahwa semua ini mungkin berkaitan dengan masa lalunya sendiri. Munafik: Melawan Iblis akan tayang di seluruh bioskop pada 3 September 2026 @film.munafik @unlimited_production #BahayaJadiMunafik #aryasaloka #MunafiknyaIndo #FilmMunafik #MunafikMelawanIblis
#عبدالكريم_عبدالقادر #عشاق_الصوت_الجريح #موسيقى_على_تيك_توك #أكسبلورررررررررررررر❤❤أكسبلورر #CapCut
“พา SMEs ไทย บุกชม Huawei บริษัทเทคโนโลยียักษ์ของจีน ที่มีรายได้ื3.5 ล้านๆบาท เกือบเท่างบประมาณแผ่นดินประเทศไทย แต่เขาทุ่มงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาสูงถึง ถึง 23.4% หรือเท่ากับ 830,000 ล้านบาท จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเขาจึงเป็นบริษัทผู้นำเทคโนโลยีของโลก และมีรายได้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” . ดิฉันได้พานักธุรกิจไทย จากโครงการ China Business Leader หรือ CBL รุ่น3 ในฐานะประธานหลักสูตร และ ในฐานะนายกสมาคมสมาพันธ์สตรีมิตรภาพไทย-จีน มาเยี่ยมชมบริษัท Huawei ซึ่งเป็นเป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยี ระดับโลก ที่ Huawei Campus ในเมืองเซินเจิ้น ที่เปิด Campus ขนาดใหญ่ ที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมทรงยุโรป สวยงามมาก ในการต้อนรับคณะนักธุรกิจจาก CBL รุ่น3 โดยเริ่มต้นจากการนั่งรถกอล์ฟ เพื่อชมบริเวณ Campus ขนาดยักษ์ ที่มีกลุ่มอาคารถึง 12 กลุ่ม โดยอิงตามเมืองในยุโรป โซนต่างๆ จะเชื่อมต่อกันโดยใช้ระบบรถไฟ ต้องยอมรับว่าทั้ง 12 โซนก่อสร้างได้สวยงามมาก จนคณะของเราอดที่จะหยุดถ่ายรูปเป็นระยะไม่ได้ ที่ประทับใจมากคือห้องสมุดขนาดใหญ่ที่สร้างได้สวยงามมาก และมีหนังสือที่ทรงคุณค่าจำนวนมาก รวมทั้งมีหนังสือจากประเทศไทยด้วย จากนั้นเราก็นั่งรถไฟไปยังบริเวณ กลุ่มอาคารที่ใช้ในการอบรมสัมมนา เพื่อฟังการบรรยาย จากผู้บริหารบริษัท Huawei Mr.Zhang Xun ทำให้เราทราบว่า หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยเหริน เจิ้งเฟย ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้บริโภคโดยมีพนักงานรวมทั้งหมดกว่า เกือบ 300,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอีกกว่า 20 แห่งทั่วโลก โดยครึ่งหนึ่งพนักงานทำ R&D เท่ากับว่าเค้ามีนักวิทยาศาสตร์นักวิจัยที่ทำงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอยู่กว่า 150,000 คน Huawei ทุ่มงบประมาณไม่ต่ำกว่า20%ของรายได้ในแต่ละปี ในงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งบริษัท Huawei มี รายได้ต่อปีประมาณ 3.5ล้านล้านบาท เขาใช้งบในการวิจัยและพัฒนาสูงถึง ปีละกว่า 830,000 ล้านบาท หรือประมาณ 23.4% จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไม Huawei จึงเป็นบริษัทเทคชั้นนำที่มีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกให้ลำ้ยุคยิ่งขึ้นในทุกปี และสามารถสร้างรายได้สูงขึ้นทุกปี เพราะเขาให้ความสำคัญสูงสุดกับเรื่องวิจัยและพัฒนา ทำให้ดิฉันอดเปรียบเทียบกับประเทศไทยของเราไม่ได้ เพราะรายได้ของ Huawei น้อยกว่างบประมาณแผ่นดินของประเทศไทยนิดหน่อย โดยHuawei มีรายได้ 3.5 ล้านล้านบาท แต่เขาทุ่มงบประมาณถึง 23.4% หรือเท่ากับ 830,000 ล้านบาท เพื่องานวิจัยและพัฒนา จึงทำให้บริษัทเค้าเติบโตเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก และมีรายได้สูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศไทย ตั้งงบประมาณประจำปีในปีนี้ไว้ที่ 3.78 ล้านๆบาท แต่เราตั้งงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาไว้เพียงประมาณ 3% เท่านั้น จึงสะท้อนให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาน้อยมาก รวมทั้งไทยมีนักวิจัย พัฒนา และนักวิทยาศาสตร์ ที่รวมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพียงแค่ประมาณ 100,000 คน (ตัวเลขจาก อว.) ซึ่งน้อยกว่าบริษัท Huawei บริษัทเดียว เ มื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เศรษฐกิจของประเทศไทยจะเติบโตได้อย่างไรในโลกยุคปัจจุบันที่แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ซึ่งWorld Bank คาดการณ์ว่าถ้าประเทศไทยไม่มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี จะส่งผลให้ GDP ไทยจะโตไม่เกิน 3% ต่อเนื่องไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี มองเขาแล้วย้อนดูตัวเอง เราก็จะเห็นว่าเราควรเร่งเปลี่ยนประเทศอย่างไร #สุดารัตน์ #แม่หน่อย #ChinaBusinessLeader #CBL #CBL3 #แม่หน่อยพาบุกตลาดจีน
About
Robot
API
Legal
Privacy Policy