@na_90.3: رائيكم بدقه الفيديو؟ #كورنيش_الناصريه #الناصريه #اكسبلور #سيد_سلام #العراق🇮🇶

الناصرية
الناصرية
Open In TikTok:
Region: IQ
Thursday 06 August 2026 02:49:03 GMT
472
32
0
3

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @na_90.3, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

จากทุน 5 แสน ฝันว่าขอแค่ 1% ของตลาด สู่ความสำเร็จระดับพันล้านของ “โทฟุซัง” . . การสร้างธุรกิจจากศูนย์จนเติบโตเป็นพันล้าน . . . 1) เงินก้อนสุดท้าย 500,000 บาท  “หมดหน้าตัก” แทนที่จะนำเงินไปทุ่มกับการตลาดหรือโฆษณา เขากลับเลือกทางที่สวนกระแส คือ นำเงินไปลงทุนกับ R&D จ้างนักวิจัย ทำวิจัยและพัฒนาสูตรนานถึง 11 เดือนเต็ม ชุดความเชื่อของเขาชัดเจนมาก “ถ้าเราแข่งด้วยเงิน เราแพ้เจ้าใหญ่แน่นอน แต่อย่างเดียวที่พอจะแข่งได้ คือ ชุดความรู้” ผลลัพธ์คือ ได้ “น้ำเต้าหู้ที่ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ผสมนมผง และมีโปรตีนสูง” ซึ่งเป็นจุดต่างเชิงคุณภาพตั้งแต่วันแรก . . . . 2) ขอแค่ 1% ของตลาด ก็เพียงพอแล้ว ตลาดนมถั่วเหลืองในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท มีความฝันแบบ SME “ขอแค่ 1% ของตลาดรวมก็พอ” 1% ของตลาด = 120 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ได้ดูเว่อร์ แต่เพียงพอให้ธุรกิจ “ตั้งหลัก สร้างตัว และอยู่รอดได้จริง” วิธีคิดนี้ช่วยให้เขาไม่กลัวตลาดใหญ่ และมองเห็นว่า แม้เป็นมดตัวเล็ก ก็ยังมีที่ยืน ถ้าเลือกตำแหน่งถูก . . . . 3) ปัญหาระหว่างทาง ที่ต้องแลกด้วยการตัดสินใจหนัก เมื่อยอดขายเริ่มโต ปัญหาใหญ่ก็ตามมา ปัญหา OEM: โรงงานรับจ้างผลิตขอขึ้นราคากะทันหัน จนต้นทุนสูงกว่าราคาขาย ทางเลือกเดียวคือ “สร้างโรงงานเอง” จากตึกแถวเล็ก ๆ . . . . 4) การซื้อครั้งแรก ของลูกค้า ส่วนใหญ่มาจาก  “แพคเกจจิ้ง” ต่อให้ของดีแค่ไหน ถ้าหน้าตาไม่สะดุดตา บนเชลฟ์ที่มีคู่แข่งเต็มไปหมด โอกาสถูกหยิบแทบเป็นศูนย์ แพคเกจจิ้งต้อง ต่าง และจำได้ทันที . . . 5) ความต่างที่ “ไม่มีใครทำ” โทฟุซังเลือกใช้ โลโก้เด็กผู้ชายบนขวด ซึ่งขัดกับภาพจำตลาดนมถั่วเหลืองในยุคนั้น ที่มักใช้ภาพเม็ดถั่วเหลืองกระเด็นลงแก้ว . . 6) อย่าเชื่อคำแนะนำ ให้เชื่อพฤติกรรมจริงของลูกค้า แทนที่จะถกเถียงด้วยความรู้สึก โทฟุซังเลือกใช้ วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ทำ A/B Testing บนเชลฟ์จริง • แพคเกจจิ้งตามที่ Buyer แนะนำ 20 ขวด • แพคเกจจิ้งแบบโลโก้เด็ก 20 ขวด • วางขายจริง ติดราคาจริง ผลลัพธ์: ลูกค้าหยิบแบบโลโก้เด็ก มากกว่า 19 ต่อ 1 นี่คือ Real Customer Insight . . . 7) แพคเกจจิ้งพาซื้อครั้งแรก คุณภาพพาซื้อซ้ำ แพคเกจจิ้งอาจทำให้ลูกค้าลอง แต่ รสชาติและโภชนาการ คือเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ากลับมา ถ้าของไม่ดีจริง ต่อให้แพคเกจน่ารักแค่ไหน ก็จบแค่ครั้งเดียว . . . 8) อินไซด์อยู่ในตะกร้าสินค้า ยืนสังเกตตะกร้าสินค้าในห้าง เพื่อขอข้อมูลเชิงลึก เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการซื้อ มักไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าพูดเสมอไป . . . 9) กล้าทิ้ง “สินค้าลูกรัก” เพื่อไปต่อให้ไกลกว่า โทฟุซังกล้าหยุดผลิตสินค้าบางรูปแบบ เช่น ขวดแก้ว แม้จะเป็นสินค้าที่เคยพาธุรกิจเติบโตช่วงแรก เพราะตลาดของมันมี “เพดาน” ถ้ายังยึดติดกับความสำเร็จเดิม ธุรกิจจะไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับที่ใหญ่กว่าได้ . . . ถ้าคุณไม่มีเงินมาก คุณต้องใช้ ความรู้ กระบวนการคิด และการทดลองจริง ให้มากกว่าคู่แข่ง กัดไม่ปล่อย เท่านั้น ถึงจะสำเร็จ อาจารย์เชียง กัดไม่ปล่อย #กัดไม่ปล่อย #อาจารย์เชียงกัดไม่ปล่อย
จากทุน 5 แสน ฝันว่าขอแค่ 1% ของตลาด สู่ความสำเร็จระดับพันล้านของ “โทฟุซัง” . . การสร้างธุรกิจจากศูนย์จนเติบโตเป็นพันล้าน . . . 1) เงินก้อนสุดท้าย 500,000 บาท “หมดหน้าตัก” แทนที่จะนำเงินไปทุ่มกับการตลาดหรือโฆษณา เขากลับเลือกทางที่สวนกระแส คือ นำเงินไปลงทุนกับ R&D จ้างนักวิจัย ทำวิจัยและพัฒนาสูตรนานถึง 11 เดือนเต็ม ชุดความเชื่อของเขาชัดเจนมาก “ถ้าเราแข่งด้วยเงิน เราแพ้เจ้าใหญ่แน่นอน แต่อย่างเดียวที่พอจะแข่งได้ คือ ชุดความรู้” ผลลัพธ์คือ ได้ “น้ำเต้าหู้ที่ไม่ใส่น้ำมัน ไม่ผสมนมผง และมีโปรตีนสูง” ซึ่งเป็นจุดต่างเชิงคุณภาพตั้งแต่วันแรก . . . . 2) ขอแค่ 1% ของตลาด ก็เพียงพอแล้ว ตลาดนมถั่วเหลืองในประเทศไทย มีมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท มีความฝันแบบ SME “ขอแค่ 1% ของตลาดรวมก็พอ” 1% ของตลาด = 120 ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่ได้ดูเว่อร์ แต่เพียงพอให้ธุรกิจ “ตั้งหลัก สร้างตัว และอยู่รอดได้จริง” วิธีคิดนี้ช่วยให้เขาไม่กลัวตลาดใหญ่ และมองเห็นว่า แม้เป็นมดตัวเล็ก ก็ยังมีที่ยืน ถ้าเลือกตำแหน่งถูก . . . . 3) ปัญหาระหว่างทาง ที่ต้องแลกด้วยการตัดสินใจหนัก เมื่อยอดขายเริ่มโต ปัญหาใหญ่ก็ตามมา ปัญหา OEM: โรงงานรับจ้างผลิตขอขึ้นราคากะทันหัน จนต้นทุนสูงกว่าราคาขาย ทางเลือกเดียวคือ “สร้างโรงงานเอง” จากตึกแถวเล็ก ๆ . . . . 4) การซื้อครั้งแรก ของลูกค้า ส่วนใหญ่มาจาก “แพคเกจจิ้ง” ต่อให้ของดีแค่ไหน ถ้าหน้าตาไม่สะดุดตา บนเชลฟ์ที่มีคู่แข่งเต็มไปหมด โอกาสถูกหยิบแทบเป็นศูนย์ แพคเกจจิ้งต้อง ต่าง และจำได้ทันที . . . 5) ความต่างที่ “ไม่มีใครทำ” โทฟุซังเลือกใช้ โลโก้เด็กผู้ชายบนขวด ซึ่งขัดกับภาพจำตลาดนมถั่วเหลืองในยุคนั้น ที่มักใช้ภาพเม็ดถั่วเหลืองกระเด็นลงแก้ว . . 6) อย่าเชื่อคำแนะนำ ให้เชื่อพฤติกรรมจริงของลูกค้า แทนที่จะถกเถียงด้วยความรู้สึก โทฟุซังเลือกใช้ วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ทำ A/B Testing บนเชลฟ์จริง • แพคเกจจิ้งตามที่ Buyer แนะนำ 20 ขวด • แพคเกจจิ้งแบบโลโก้เด็ก 20 ขวด • วางขายจริง ติดราคาจริง ผลลัพธ์: ลูกค้าหยิบแบบโลโก้เด็ก มากกว่า 19 ต่อ 1 นี่คือ Real Customer Insight . . . 7) แพคเกจจิ้งพาซื้อครั้งแรก คุณภาพพาซื้อซ้ำ แพคเกจจิ้งอาจทำให้ลูกค้าลอง แต่ รสชาติและโภชนาการ คือเหตุผลที่ทำให้ลูกค้ากลับมา ถ้าของไม่ดีจริง ต่อให้แพคเกจน่ารักแค่ไหน ก็จบแค่ครั้งเดียว . . . 8) อินไซด์อยู่ในตะกร้าสินค้า ยืนสังเกตตะกร้าสินค้าในห้าง เพื่อขอข้อมูลเชิงลึก เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการซื้อ มักไม่ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าพูดเสมอไป . . . 9) กล้าทิ้ง “สินค้าลูกรัก” เพื่อไปต่อให้ไกลกว่า โทฟุซังกล้าหยุดผลิตสินค้าบางรูปแบบ เช่น ขวดแก้ว แม้จะเป็นสินค้าที่เคยพาธุรกิจเติบโตช่วงแรก เพราะตลาดของมันมี “เพดาน” ถ้ายังยึดติดกับความสำเร็จเดิม ธุรกิจจะไม่สามารถก้าวไปสู่ระดับที่ใหญ่กว่าได้ . . . ถ้าคุณไม่มีเงินมาก คุณต้องใช้ ความรู้ กระบวนการคิด และการทดลองจริง ให้มากกว่าคู่แข่ง กัดไม่ปล่อย เท่านั้น ถึงจะสำเร็จ อาจารย์เชียง กัดไม่ปล่อย #กัดไม่ปล่อย #อาจารย์เชียงกัดไม่ปล่อย

About