@f8n.4: 3/12 ดัมเบลrow - คลิปเต็มในYT #foryou #fpyシ #fyp

F8N4
F8N4
Open In TikTok:
Region: TH
Saturday 15 August 2026 12:00:00 GMT
72590
4974
22
202

Music

Download

Comments

paisarnboonyarats
paisarn-Toe :
อุส่าตั้งใจดู โดนไล่บอกไปหาคลิปอื่นที่มีประโยชน์กว่าดู 55555
2026-08-21 11:42:45
19
0rjoigh3e2
นะจิงหน่อง :
เสียงกูนึกว่าดูOpZ Tv
2026-08-15 17:21:42
8
yayoimairrai
🐈‍⬛ :
สำหรับมือใหม่จับดัมเบลเหมือนท่าเล่นหลัง rowแบบ ให้คิดสะว่า“แทงศอกไป” จะโดนง่ายก่า
2026-08-15 12:29:27
2
nuttapongpatomtong
Nuttapong Patomtong :
อันนี้ฮา 🤣
2026-08-22 23:58:46
1
dy2vsfcoyo1a
โก๊ะแร๊ะ :
😂😂😂😂😂สอนได้ฮาดีครับ
2026-08-22 07:09:26
1
tierrariminny
Tierrariminny :
นั่งดูช่องนี้ตั้งแต่เสียงพัดลมเข้าไมค์แล้วไม่ได้ยินเสียงไมค์ ตอนนี้พัฒนาไปไกลจัด
2026-08-17 11:18:55
1
mossy.chalala
Mossy Chalala :
สอนได้ฮาดีไม่เบื่อเลย😂
2026-08-15 20:46:39
1
hoi.mza
Hoi Mza :
ชอบจัด55
2026-08-16 02:25:37
1
aagqsewa
รเรดตแสด :
ไอท่าห่านี่แหละที่เล่นยังไงก็ไม่โดนจนต้องไปจ้างเทรนเนอร55555555
2026-08-22 10:10:55
1
To see more videos from user @f8n.4, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน SME ต้องรอด 2026 วาง SMEs Journey ยกระดับผู้ประกอบการไทยจาก “ต้องรอด” สู่ “ต้องโต” อย่างมั่นคงและทั่วถึง 🔹รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “SME ต้องรอด 2026” ชี้โลกการค้ากำลังเปลี่ยนแปลงรอบด้าน จากการแข่งขันด้วยต้นทุนและขนาด สู่การแข่งขันด้วยความเร็ว คุณค่า มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ วาง SMEs Journey ยกระดับผู้ประกอบการจาก Start–Scale Up–Leader–Regional Player พร้อมเปิดแนวคิด “5 เปลี่ยน” และ TAM Model หนุนผู้ประกอบการปรับตัว เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส พา SME ไทยจาก “ต้องรอด” สู่ “ต้องโต” อย่างมั่นคงและทั่วถึง ▪️นางศุภจี กล่าวว่า โลกวันนี้กำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเปลี่ยนกติกาทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ จากการเน้นต้นทุนต่ำที่สุด สู่ความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน จากการแข่งขันด้วยขนาด สู่การแข่งขันด้วยความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว และจากการขายเพียงสินค้า สู่การขายคุณค่า ประสบการณ์ มาตรฐาน และความไว้วางใจ สำหรับเศรษฐกิจไทย GDP ในไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 ซึ่งมี 2 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือภาคการส่งออกและการลงทุน แม้ GDP ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก แต่ยังสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่สภาพัฒน์ปรับประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีขึ้นเป็นร้อยละ 2.2 สำหรับการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวกว่าร้อยละ 17 ที่มูลค่า 6.2 ล้านล้านบาท เร่งขึ้นจากร้อยละ 13 ในปี 2568 ที่มีมูลค่าราว 11 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ และจีนมีสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 30 ของการส่งออกไทย ขณะที่ทั้งสองประเทศมีแนวนโยบายและมาตรการทางการค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การยึดโยงกับตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออก ▪️ปัจจุบันไทยมี SMEs มากกว่า 3.3 ล้านราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 99 ของธุรกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 69 ของการจ้างงานรวม แต่ในจำนวนผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนกว่า 30,000 ราย แม้ผู้ส่งออก SMEs จะมีมากกว่า 22,000 ราย กลับมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกเพียงร้อยละ 14 ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงข้อจำกัด แต่สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตอีกมาก หากช่วยให้ SMEs เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน เงินทุน ตลาด และเครือข่ายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ นางศุภจี ระบุว่า การผลักดัน SMEs ให้เติบโตต้องแก้ 4 Pain Points อย่างเป็นระบบ ได้แก่ (1) รากฐานธุรกิจยังไม่แข็งแรง ทั้งด้านการบริหาร บัญชี การเงิน ข้อมูล และเทคโนโลยี (2) การสร้างมูลค่าเพิ่มยังต้องเชื่อมกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยการใช้ข้อมูล AI เทคโนโลยี Branding และ Storytelling (3) ช่องทางตลาดยังจำกัด โดย SMEs อาจต้องปรับตัวสู่ช่องท่างออนไลน์มากขึ้น และ (4) การสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงประเด็นปัญหานอมินี และสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ด้านแนวนโยบายเศรษฐกิจ นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องดูแลปัญหาเร่งด่วนวันนี้ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในวันข้างหน้า โดยในระยะสั้นจะลดภาระค่าครองชีพ ดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสภาพคล่องและตลาด ส่วนในระยะยาวจะเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับสินค้าและบริการ พัฒนาทักษะและเทคโนโลยี และปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ▪️กระทรวงจึงขับเคลื่อนงานผ่าน 5 นโยบายหลัก ได้แก่ (1) ดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ และยกระดับชุมชน (2) รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร (3) สร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน (4) สร้างสมดุลการส่งออก และ (5) ยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ โดยในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน มีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างตลาดและรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าและเศรษฐกิจชุมชน และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ผ่านการปราบปรามนอมินี การตรวจสอบสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และการใช้มาตรการ AD/CVD/SG  ในด้านกลไกขับเคลื่อน รัฐบาลดำเนินงานผ่านคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งมีนางศุภจีเป็นประธาน โดยจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4 คณะ ครอบคลุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs และการค้าระหว่างประเทศ โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ระยะ คือ Quick Big Win ที่มุ่งให้เกิดผลภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี และ Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างระยะ 2-
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน SME ต้องรอด 2026 วาง SMEs Journey ยกระดับผู้ประกอบการไทยจาก “ต้องรอด” สู่ “ต้องโต” อย่างมั่นคงและทั่วถึง 🔹รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “SME ต้องรอด 2026” ชี้โลกการค้ากำลังเปลี่ยนแปลงรอบด้าน จากการแข่งขันด้วยต้นทุนและขนาด สู่การแข่งขันด้วยความเร็ว คุณค่า มาตรฐาน และความน่าเชื่อถือ วาง SMEs Journey ยกระดับผู้ประกอบการจาก Start–Scale Up–Leader–Regional Player พร้อมเปิดแนวคิด “5 เปลี่ยน” และ TAM Model หนุนผู้ประกอบการปรับตัว เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส พา SME ไทยจาก “ต้องรอด” สู่ “ต้องโต” อย่างมั่นคงและทั่วถึง ▪️นางศุภจี กล่าวว่า โลกวันนี้กำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายด้าน ทั้งการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งกำลังเปลี่ยนกติกาทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ จากการเน้นต้นทุนต่ำที่สุด สู่ความมั่นคง ความยืดหยุ่น และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน จากการแข่งขันด้วยขนาด สู่การแข่งขันด้วยความเร็วในการเรียนรู้และปรับตัว และจากการขายเพียงสินค้า สู่การขายคุณค่า ประสบการณ์ มาตรฐาน และความไว้วางใจ สำหรับเศรษฐกิจไทย GDP ในไตรมาส 2 ปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 1.9 ซึ่งมี 2 ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือภาคการส่งออกและการลงทุน แม้ GDP ชะลอลงจากร้อยละ 2.8 ในไตรมาสแรก แต่ยังสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่สภาพัฒน์ปรับประมาณการเศรษฐกิจทั้งปีขึ้นเป็นร้อยละ 2.2 สำหรับการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวกว่าร้อยละ 17 ที่มูลค่า 6.2 ล้านล้านบาท เร่งขึ้นจากร้อยละ 13 ในปี 2568 ที่มีมูลค่าราว 11 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ และจีนมีสัดส่วนรวมกันมากกว่าร้อยละ 30 ของการส่งออกไทย ขณะที่ทั้งสองประเทศมีแนวนโยบายและมาตรการทางการค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การยึดโยงกับตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไปจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการส่งออก ▪️ปัจจุบันไทยมี SMEs มากกว่า 3.3 ล้านราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 99 ของธุรกิจทั้งหมด สร้างการจ้างงานกว่า 13 ล้านคน หรือเกือบร้อยละ 69 ของการจ้างงานรวม แต่ในจำนวนผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนกว่า 30,000 ราย แม้ผู้ส่งออก SMEs จะมีมากกว่า 22,000 ราย กลับมีสัดส่วนมูลค่าการส่งออกเพียงร้อยละ 14 ตัวเลขนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงข้อจำกัด แต่สะท้อนถึงโอกาสการเติบโตอีกมาก หากช่วยให้ SMEs เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี มาตรฐาน เงินทุน ตลาด และเครือข่ายธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ นางศุภจี ระบุว่า การผลักดัน SMEs ให้เติบโตต้องแก้ 4 Pain Points อย่างเป็นระบบ ได้แก่ (1) รากฐานธุรกิจยังไม่แข็งแรง ทั้งด้านการบริหาร บัญชี การเงิน ข้อมูล และเทคโนโลยี (2) การสร้างมูลค่าเพิ่มยังต้องเชื่อมกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยการใช้ข้อมูล AI เทคโนโลยี Branding และ Storytelling (3) ช่องทางตลาดยังจำกัด โดย SMEs อาจต้องปรับตัวสู่ช่องท่างออนไลน์มากขึ้น และ (4) การสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งรวมถึงประเด็นปัญหานอมินี และสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ด้านแนวนโยบายเศรษฐกิจ นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลต้องดูแลปัญหาเร่งด่วนวันนี้ควบคู่กับการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในวันข้างหน้า โดยในระยะสั้นจะลดภาระค่าครองชีพ ดูแลเสถียรภาพราคาสินค้า และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสภาพคล่องและตลาด ส่วนในระยะยาวจะเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับสินค้าและบริการ พัฒนาทักษะและเทคโนโลยี และปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ▪️กระทรวงจึงขับเคลื่อนงานผ่าน 5 นโยบายหลัก ได้แก่ (1) ดูแลค่าครองชีพ สร้างรายได้ และยกระดับชุมชน (2) รักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร (3) สร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน (4) สร้างสมดุลการส่งออก และ (5) ยกระดับเทคโนโลยีและปลดล็อกกฎระเบียบ โดยในการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน มีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สร้างตลาดและรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าและเศรษฐกิจชุมชน และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม ผ่านการปราบปรามนอมินี การตรวจสอบสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และการใช้มาตรการ AD/CVD/SG ในด้านกลไกขับเคลื่อน รัฐบาลดำเนินงานผ่านคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งมีนางศุภจีเป็นประธาน โดยจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะด้าน 4 คณะ ครอบคลุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy สินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจชุมชนและ SMEs และการค้าระหว่างประเทศ โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ระยะ คือ Quick Big Win ที่มุ่งให้เกิดผลภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี และ Big Win สำหรับการปรับโครงสร้างระยะ 2-

About