@vitc_245689: เลิกบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า กัญชา และน้ำกระท่อม อย่าบอกว่า “สูบนิดเดียวคงไม่เป็นไร” เพราะหลอดเลือดมันไม่ฟัง บุหรี่ทำร้ายผนังหลอดเลือด ทำให้หัวใจทำงานหนัก เพิ่มความเสี่ยงทั้งหัวใจขาดเลือดกับ Stroke ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ได้กลายเป็นไอน้ำใส ๆ ที่หัวใจสูดแล้วสบาย นิโคตินยังเพิ่มชีพจร ความดัน และรบกวนการทำงานของหลอดเลือดได้ กัญชาก็อาจทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันเปลี่ยน และมีข้อมูลพบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงหัวใจวายและ Stroke โดยเฉพาะเมื่อใช้บ่อย ส่วนกระท่อมก็ไม่ควรมองเป็นน้ำสมุนไพรธรรมดา โดยเฉพาะสูตรผสมหรือคนที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว หากอยากลดความเสี่ยงหัวใจ สิ่งแรกไม่ใช่หาวิตามินมากิน แต่คือหยุดสิ่งที่กำลังทำร้ายหลอดเลือดอยู่ทุกวันก่อน ลดไขมันเลว และรู้จักค่า ApoB ไขมันสูงไม่เจ็บ ไม่ปวด ไม่คัน แต่จะเจ็บวันที่หลอดเลือดตีบแล้ว LDL คือปริมาณคอเลสเตอรอลที่อยู่ในอนุภาคไขมัน ส่วน ApoB ใช้สะท้อนจำนวนอนุภาคที่สามารถเข้าไปสะสมในผนังหลอดเลือดได้ พูดง่าย ๆ คือ LDL เหมือนดูว่าสินค้ามีมากแค่ไหน ส่วน ApoB เหมือนนับว่ามีรถบรรทุกวิ่งอยู่กี่คัน ยิ่งรถเยอะ โอกาสที่มันจะเข้าไปฝากไขมันตามผนังหลอดเลือดก็ยิ่งเพิ่ม ค่า ApoB จึงช่วยประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะคนที่มีเบาหวาน ไตรกลีเซอไรด์สูง หรือมีความเสี่ยงหัวใจอยู่แล้ว อย่ารอให้อายุเยอะแล้วค่อยตรวจ เพราะคราบไขมันไม่ได้เพิ่งเริ่มเกาะตอนเกษียณ อย่าปล่อยให้ร่างกายดื้ออินซูลิน พุงเริ่มมา หิวหวานทั้งวัน ไตรกลีเซอไรด์สูง HDL ต่ำ หรือมีไขมันพอกตับ เรื่องพวกนี้อาจกำลังบอกว่าอินซูลินเริ่มทำงานได้ไม่ดี ช่วงแรกน้ำตาลอาจยังปกติ เพราะตับอ่อนเร่งผลิตอินซูลินออกมาช่วย แต่หลอดเลือด ระบบไขมัน และตับอาจเริ่มมีปัญหาไปก่อนแล้ว ภาวะดื้ออินซูลินร่วมกับปัจจัยเสี่ยงอื่นเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและ Stroke ได้ อย่ารอให้น้ำตาลขึ้นจนได้ชื่อว่าเป็นเบาหวานก่อนค่อยแก้ เริ่มจากลดน้ำหวาน ของหวาน แป้งส่วนเกิน ลดพุง และเดินหลังอาหารก่อนเลย นอนให้พอ และอย่าปล่อยให้ตัวเองเครียดทั้งวัน ทำงานหนักไม่ได้แปลว่าเราดูแลครอบครัวดีเสมอไป หากนอนวันละ 4–5 ชม. ติดกันเป็นเดือน สุดท้ายร่างกายอาจพังก่อนงานจะเสร็จ เวลานอนไม่พอ ความดัน น้ำตาล ความหิว และความเครียดของร่างกายจะควบคุมยากขึ้น หัวใจจึงต้องรับภาระตามไปด้วย ปัญหาการนอน รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ยังสัมพันธ์กับความดันสูง หัวใจวาย และ Stroke คืนนี้ลองปิดมือถือให้เร็วขึ้น ไม่ได้เสียเวลาชีวิต แต่กำลังต่อเวลาให้หัวใจอยู่ ออกกำลังกายให้หัวใจได้ทำงาน หัวใจไม่ใช่รถสะสมที่จอดไว้นิ่ง ๆ แล้วจะยิ่งดี มันต้องถูกใช้งานอย่างเหมาะสมถึงจะแข็งแรง เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเต้นก็ได้ แล้วเสริมเวทเทรนนิง เพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อให้ช่วยจัดการน้ำตาลและพลังงาน การขยับอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ Stroke เบาหวาน ช่วยลดความดัน และทำให้ระดับไขมันดีขึ้นได้ ไม่ต้องเริ่มจากวิ่งสิบกิโล เริ่มจากเดินให้ได้ทุกวัน ดีกว่านั่งทั้งอาทิตย์แล้วไปหักโหมวันเดียว ระวังความดันสูง เพราะมันเงียบจริง ความดันสูงไม่จำเป็นต้องปวดหัว บางคนความดันขึ้นไปสูงมาก แต่ยังเดินคุยและทำงานได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ข้างในหลอดเลือด หัวใจ สมอง และไตกำลังรับแรงดันนั้นอยู่ทุกวัน อย่ารอให้วูบแล้วค่อยวัด มีเครื่องที่บ้านก็ควรวัดให้ถูกท่า นั่งพักก่อนวัด และจดค่าไว้ดูเป็นแนวโน้ม ถ้าค่าสูงซ้ำ ๆ ต้องไปประเมิน ไม่ใช่บอกว่าเครื่องเสียทุกครั้ง แนวทางปัจจุบันให้ความสำคัญกับการคัดกรองความดันในผู้ใหญ่ทุกคน เพราะการคุมความดันช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและ Stroke ได้ ตรวจสุขภาพก่อนร่างกายบังคับให้ตรวจ ประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ “ไม่คิดว่าจะเป็นครับหมอ” ก็เข้าใจได้ เพราะโรคหัวใจบางช่วงไม่ส่งอาการให้รู้เลย อย่างน้อยควรรู้ว่า ความดันเท่าไร รอบเอวเพิ่มไหม น้ำตาลสะสมเป็นอย่างไร LDL และไตรกลีเซอไรด์สูงหรือเปล่า ส่วน ApoB อาจพิจารณาเพิ่มในคนที่มีความเสี่ยงหรือผลไขมันบางแบบตามคำแนะนำของหมอ การตรวจสุขภาพไม่ใช่การเดินเข้าไปหาว่าตัวเองเป็นโรคอะไร แต่มันคือการหาว่า วันนี้เรายังแก้อะไรได้ทันบ้าง เส้นเลือดหัวใจตีบตั้งแต่อายุน้อยหลายครั้งมันถูกสะสมมาจากบุหรี่ ไขมัน ความดัน น้ำตาล พุง การนอนน้อย และการไม่เคยตรวจอะไรเลย อย่ารอให้หัวใจส่งสัญญาณด้วยการเจ็บหน้าอกหรือวูบก่อน เริ่มปรับจากหนึ่งข้อที่ทำได้วันนี้ แล้วค่อยทำข้อที่เหลือตามมา เพราะการป้องกันตั้งแต่ยังไม่มีอาการ ย่อมง่ายกว่าต้องกลับมาเปลี่ยนทั้งชีวิตหลังหัวใจวาย

Vitamin 979
Vitamin 979
Open In TikTok:
Region: TH
Sunday 23 August 2026 06:13:41 GMT
1231
10
1
3

Music

Download

Comments

vitc_245689
Vitamin 979 :
เป็นเหมือนกันมั้ย? ที่คิดว่าอายุยังไม่ถึง 50 ปี ยังแข็งแรง ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ไม่น่าจะเสี่ยงกับอาการป่วยรุนแรงอย่างหัวใจขาดเลือดได้ แต่โรคนี้แพทย์เตือนว่าไม่ได้เกิดแค่ในคนที่อายุมากแล้วเท่านั้น คนวัยทำงานอย่างเราๆ ก็มีความเสี่ยงเป็นได้เช่นกัน หากยังไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา “หมอเจด” ระบุว่า เพราะบางครั้งโรคภัย ไม่ได้มาส่งสัญญาณเตือน !!! อย่าคิดว่าอายุยังไม่ถึง 50 แล้วจะปลอดภัย เพราะคราบไขมันอาจสะสมในหลอดเลือดมานานโดยไม่แสดงอาการ ก่อนพัฒนาไปสู่ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ โรคหลอดเลือดหัวใจไม่ได้รอให้อายุ 50 ก่อน บางคนอายุ 30 กว่า แต่คราบไขมันเริ่มสะสมในหลอดเลือดมาหลายปีแล้ว เพียงแค่ยังไม่แสดงอาการ พอถึงวันที่คราบไขมันแตก เกิดลิ่มเลือดขึ้นมา จากที่ยังทำงาน ยังออกกำลังกายได้ตามปกติ อาจกลายเป็นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้เลย ไม่ได้อยากให้กลัว แต่อยากให้เลิกคิดว่า “ยังหนุ่ม ยังสาว เดี๋ยวค่อยดูแล” เพราะหลอดเลือดไม่ได้นับอายุ มันนับสิ่งที่เราทำกับมันทุกวัน แล้วมีอะไรบ้างที่เราต้องทำถ้าไม่อยากเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบ
2026-08-23 06:14:08
0
To see more videos from user @vitc_245689, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos


About