@environman.th: ความเข้าใจผิดหนึ่งคือนกชนกระจกมักเกิดขึ้นเฉพาะพื้นที่ตึกสูงเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว จากข้อที่พบนั้นไม่ใช่เพียงแค่บริเวณตึกสูง แต่กลับเป็นตึกหรือบ้านที่รายล้อมด้วยป่าไม้ที่พวกอาศัยอยู่ เพราะกระจกจากสิ่งปลูกสร้างจะไปสะท้อนภาพป่าจนนกเข้าใจผิดว่าตึกเหล่านี้เป็นป่า และเมื่อเข้าใกล้กระจกก็อาจไม่สามารถหลบหลีกหรือเห็นได้ว่าขนาดนั้น เนื่องจากดวงตาของนกอยู่ด้านข้างและโฟกัสที่ด้านข้างมากกว่าด้านหน้า . หลายคนอาจมองว่าการที่นกบินมาชนกับอะไรสักอย่างแล้วตายไม่ใช่เรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ แต่ เซี่ยจี้เหิง และ กานเจียหยุน นักศึกษาปริญญาโทชาวไต้หวัน กลับมองว่าสิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ที่น่ากังวลและควรแก้ไข ทั้งสองจึงลงมือสำรวจปัญหาอย่างจริงจังจนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของสารคดีสิ่งแวดล้อมที่ชื่อว่า ‘นกชนกระจก’ หรือ ‘Bird-Window Collisions’ . ปัญหานกชนกระจกอาจไม่เป็นที่คุ้นเคยในประเทศไทยมากนัก แต่ในบางประเทศที่มีนกอพยพจำนวนมาก เช่น สหรัฐอเมริกาพบว่ามีนกชนกระจกกว่า 10 พันล้านตัวต่อปี ทำให้เป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมากและนำไปสู่การออกแบบนวัตกรรมที่ช่วยลดปัญหานกชนกระจกรอบสิ่งปลูกสร้างต่างๆ . [ จากสารคดีสู่การตั้งคำถามว่าเราทำอะไรได้บ้าง? ] . ‘นกชนกระจก’ เป็นสารคดีสั้นจากไต้หวันที่ Documentary Club นำมาฉายเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา แม้จะยาวเพียง 24 นาที แต่สารคดีก็สื่อสารกับเราได้อย่างชัดเจนว่าปัญหานกตายจากการบินชนกระจกไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้ามอีกต่อไปแล้ว เพราะในปีนึงมีนกจำนวนมากที่ตายจากการกระแทกเข้ากับกระจกด้วยคิดว่าภาพสะท้อนท้องฟ้าหรือต้นไม้บนกระจกใสซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของอาคารสมัยนี้เป็นของจริง และบินเข้าไปใกล้โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังจะจบชีวิตลง . การสูญเสียประชากรนกให้กับตึกที่ออกแบบโดยเน้นแต่ ‘คน’ จึงสะท้อนให้เห็นความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมในยุคปัจจุบันที่มนุษย์อย่างเราเอาแต่พัฒนาสิ่งต่าง ๆ โดยยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียวจนเพิกเฉยความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตอื่นไป . จริง ๆ ไทยก็มีปัญหานกชนกระจกให้เห็นตลอด แต่เพราะยังไม่มีนโยบายที่เป็นกิจจะลักษณะ ผู้เชี่ยวชาญบางท่านจึงเข้ามาศึกษาและดูแลเรื่องนี้เอง เช่น เพจ Living Things ที่คอยเผยแพร่ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับปัญหา รวมถึงเป็นพื้นที่ที่รับแจ้งเหตุนกชนกระจกจากประชาชน . นอกจากจะกล่าวถึงปัญหาแล้ว สารคดียังมีบทบาทในการตั้งคำถามกับมนุษย์ว่า เราในฐานะผู้กุมอำนาจในการดัดแปลงธรรมชาติจะสามารถพัฒนาไปพร้อม ๆ กับการคำนึงถึงเพื่อนร่วมโลกต่างสปีชีส์ได้หรือไม่ แล้วทำอย่างไรมนุษย์จึงจะก้าวไปข้างหน้าได้โดยไม่ทิ้งสิ่งมีชีวิตอื่นไว้ข้างหลัง . ในตอนท้าย เซี่ยจี้เหิง ยังชวนเรามามองเพื่อนร่วมโลกตัวน้อยด้วยใจที่เคารพและมีความรับผิดชอบด้วยเหตุผลสุดเบสิคที่ว่า “มนุษย์ได้กลายเป็นสายพันธุ์ที่มีจำนวนมหาศาลและมีความสามารถในการดัดแปลงระบบนิเวศและส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่น เรา [จึง] ควรมีจิตสำนึกในตัวเองมากขึ้นและพยายามลดผลกระทบต่อสายพันธุ์อื่น ถ้าทำได้เราก็จะขับเคลื่อนไปสู่อนาคตที่ดีกว่า” . #นกชนกระจก #สารคดี #ดูหนังฟรี

environman
environman
Open In TikTok:
Region: TH
Tuesday 08 September 2026 11:00:00 GMT
573
53
0
0

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @environman.th, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos


About