@nwr_1087: 🕺🕺

💫☠̷n̷a̷s̷ᖭ̷℘̷༽̷
💫☠̷n̷a̷s̷ᖭ̷℘̷༽̷
Open In TikTok:
Region: SA
Sunday 13 September 2026 03:05:40 GMT
107
12
0
3

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @nwr_1087, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

🇵🇸🇹🇭 จากผู้ให้ที่พักพิง → สู่ผู้ลี้ภัย:  บทเรียนจากครอบครัว HADID ที่คนไทยควรรู้ วันนี้เราได้รับคำยืนยันว่า “อิสราเอลไม่ได้ต้องการยึดครองประเทศไทย” แต่ก่อนจะบอกคนไทยว่าไม่ต้องกังวล… อยากชวนย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ในปาเลสไตน์ “ครอบครัวฮาดิด” ก่อนที่โลกจะรู้จัก จีจี้และเบลล่า ฮาดิด นางแบบชื่อดังสองพี่น้องครอบครัวของพวกเธอเคยมี บ้าน มีแผ่นดิน และมีชีวิตอยู่ในปาเลสไตน์ มูฮัมหมัด ฮาดิด บิดาของพวกเธอเล่าว่า ในช่วงที่ชาวยิวจากยุโรปเดินทางมายังปาเลสไตน์ พ่อของเขา เคยเปิดบ้านที่ซาฟัดให้ครอบครัวชาวยิวจากโปแลนด์ ที่หนีภัยจากยุโรปเข้ามาพักพิง ในวันนั้น พวกเขาคือ เจ้าบ้านที่มีน้ำใจ พวกเขาเปิดประตูให้ผู้ที่ต้องการที่พักพิง แต่ในปี 1948 ทุกอย่างเปลี่ยนไป มูฮัมหมัดซึ่งยังเป็นเพียงทารก ต้องออกจากปาเลสไตน์พร้อมครอบครัว เมื่อแม่พยายามกลับไปยังบ้านของครอบครัวที่ ซาฟัดพร้อมลูก ๆ ครอบครัวชาวยิวที่อยู่ในบ้านไม่ยอมให้ครอบครัวของเขากลับเข้าไป ไม่ให้แม้แต่จะเอาผ้าห่ม หรือ อัลบั้มรูปออกมา ครอบครัวฮาดิดจึงกลายเป็นผู้ลี้ภัยในซีเรีย และอพยพมายังสหรัฐฯในเวลาต่อมา จากเจ้าของบ้าน >>  กลายเป็นคนไร้บ้าน จากผู้ให้ที่พักพิง >> กลายเป็นผู้ลี้ภัย จากคนที่เปิดประตูต้อนรับผู้อื่น >> กลายเป็นคนที่ไม่สามารถเปิดประตู บ้านของตัวเอง นี่คือเหตุผลที่ประวัติศาสตร์ควรถูกอ่าน ไม่ใช่เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เดียวกัน จะต้องเกิดขึ้น กับประเทศไทยเป๊ะๆ  แต่เพื่อเตือนว่า อย่ารอจนวันที่เจ้าของบ้านต้องถามว่า “ตั้งแต่เมื่อไรที่ฉันไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องบ้านของตัวเอง?” วันนี้ประเทศไทยยังเป็นประเทศของเรา และความมีน้ำใจของคนไทยไม่ใช่เช็คเปล่า และคำยืนยันจากผู้มีอำนาจไม่ควรทำให้ประชาชนหมดสิทธิ์ตั้งคำถาม เพราะครอบครัวฮาดิดไม่ได้เกิดมาเป็น “ผู้ลี้ภัย” ครั้งหนึ่ง พวกเขาก็เคยเป็นเจ้าของบ้าน จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขากลับเข้าบ้านของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป 🇵🇸 Palestine คือประวัติศาสตร์ 🇹🇭 Thailand ต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ อย่ารอให้สายเกินไป แล้วค่อยถามว่า “บ้านของเรา…ยังเป็นบ้านของเราอยู่หรือเปล่า?” “ทำไมเราไม่เคยมองบทเรียนจากอดีต?” ที่มา Anadolu Agency
🇵🇸🇹🇭 จากผู้ให้ที่พักพิง → สู่ผู้ลี้ภัย: บทเรียนจากครอบครัว HADID ที่คนไทยควรรู้ วันนี้เราได้รับคำยืนยันว่า “อิสราเอลไม่ได้ต้องการยึดครองประเทศไทย” แต่ก่อนจะบอกคนไทยว่าไม่ต้องกังวล… อยากชวนย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ในปาเลสไตน์ “ครอบครัวฮาดิด” ก่อนที่โลกจะรู้จัก จีจี้และเบลล่า ฮาดิด นางแบบชื่อดังสองพี่น้องครอบครัวของพวกเธอเคยมี บ้าน มีแผ่นดิน และมีชีวิตอยู่ในปาเลสไตน์ มูฮัมหมัด ฮาดิด บิดาของพวกเธอเล่าว่า ในช่วงที่ชาวยิวจากยุโรปเดินทางมายังปาเลสไตน์ พ่อของเขา เคยเปิดบ้านที่ซาฟัดให้ครอบครัวชาวยิวจากโปแลนด์ ที่หนีภัยจากยุโรปเข้ามาพักพิง ในวันนั้น พวกเขาคือ เจ้าบ้านที่มีน้ำใจ พวกเขาเปิดประตูให้ผู้ที่ต้องการที่พักพิง แต่ในปี 1948 ทุกอย่างเปลี่ยนไป มูฮัมหมัดซึ่งยังเป็นเพียงทารก ต้องออกจากปาเลสไตน์พร้อมครอบครัว เมื่อแม่พยายามกลับไปยังบ้านของครอบครัวที่ ซาฟัดพร้อมลูก ๆ ครอบครัวชาวยิวที่อยู่ในบ้านไม่ยอมให้ครอบครัวของเขากลับเข้าไป ไม่ให้แม้แต่จะเอาผ้าห่ม หรือ อัลบั้มรูปออกมา ครอบครัวฮาดิดจึงกลายเป็นผู้ลี้ภัยในซีเรีย และอพยพมายังสหรัฐฯในเวลาต่อมา จากเจ้าของบ้าน >> กลายเป็นคนไร้บ้าน จากผู้ให้ที่พักพิง >> กลายเป็นผู้ลี้ภัย จากคนที่เปิดประตูต้อนรับผู้อื่น >> กลายเป็นคนที่ไม่สามารถเปิดประตู บ้านของตัวเอง นี่คือเหตุผลที่ประวัติศาสตร์ควรถูกอ่าน ไม่ใช่เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เดียวกัน จะต้องเกิดขึ้น กับประเทศไทยเป๊ะๆ แต่เพื่อเตือนว่า อย่ารอจนวันที่เจ้าของบ้านต้องถามว่า “ตั้งแต่เมื่อไรที่ฉันไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องบ้านของตัวเอง?” วันนี้ประเทศไทยยังเป็นประเทศของเรา และความมีน้ำใจของคนไทยไม่ใช่เช็คเปล่า และคำยืนยันจากผู้มีอำนาจไม่ควรทำให้ประชาชนหมดสิทธิ์ตั้งคำถาม เพราะครอบครัวฮาดิดไม่ได้เกิดมาเป็น “ผู้ลี้ภัย” ครั้งหนึ่ง พวกเขาก็เคยเป็นเจ้าของบ้าน จนกระทั่งวันหนึ่ง พวกเขากลับเข้าบ้านของตัวเองไม่ได้อีกต่อไป 🇵🇸 Palestine คือประวัติศาสตร์ 🇹🇭 Thailand ต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ อย่ารอให้สายเกินไป แล้วค่อยถามว่า “บ้านของเรา…ยังเป็นบ้านของเราอยู่หรือเปล่า?” “ทำไมเราไม่เคยมองบทเรียนจากอดีต?” ที่มา Anadolu Agency

About