@yousafzai_vibes1: Repost ❤️‍🩹🕊️…#foryoupage #100k #1millionaudition #sadvibes🥀

ژوند-پرست🕊️
ژوند-پرست🕊️
Open In TikTok:
Region: PK
Thursday 17 September 2026 15:16:25 GMT
1942
243
8
2

Music

Download

Comments

yousafkhan9299
Yousaf Khan :
good 👍
2026-09-17 15:28:24
0
user7798715494962
عصمت رخشانی :
💙💙💙
2026-09-17 16:35:10
0
spfawad6
@fawadkhan098 :
💛💛💛
2026-09-17 15:59:55
0
sefullah207
👑s:K:804👑💞 :
🥰🥰🥰
2026-09-17 15:31:41
0
burhan_saeed19
CoMrade ⚜️ :
❤️⚡
2026-09-17 15:22:29
0
zabiullahstyel
zabiullah :
🥺🥺
2026-09-17 15:18:40
0
zabiullahstyel
zabiullah :
❤️❤️❤️
2026-09-17 15:18:10
0
muhtearkhan
muhtearkhan :
🥰🥰🥰
2026-09-17 16:35:52
0
To see more videos from user @yousafzai_vibes1, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

#ตำนานเงินบุญ#เงินบุญ #เงินโปร #โครงการ #เปิโปงเงินบุญ #แฉ #รับไม่ได้ที่โดนหลอก #หัวสายในบริบทของสังคมไทย  “เงินบุญ” สาย “หมวดค่าตอบแทน” คือสายที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็น “เงินบุญในตำนาน” ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ประมาณปี 2551 มีการดำเนินการหลอกลวงอย่างเป็นระบบ โดยมีการแต่งตั้ง “หัวสายหลัก”จำนวนหลายสิบคนเพื่อกระจายการชักชวนและหลอกเหยื่อไปทั่วประเทศ โดยมี เอกสารฉบับหนึ่ง”ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความน่าเชื่อถือ และมีการถ่ายสำเนาเอกสารดังกล่าวแจกจ่ายให้กับหัวสายทั้งหลาย เพื่อนำไปใช้ในการชักชวนหลอกลวงประชาชน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำว่า “เงิน” “อำนาจ” และ “การชิงดีชิงเด่น” กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เครือข่ายเกิดความขัดแย้ง ภายใน “หมวดค่าตอบแทน”ทำให้ หัวสาย สาย “หมวดค่าตอบแทน” แตกออกเป็นหลายกลุ่ม หลายสาย และมีการตั้งชื่อสายใหม่ๆขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยพบการชักชวนหรือการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ชื่อและคำโฆษณาแตกต่างกันออกไปเป็นจำนวนมาก หลายร้อย หลายพันสาย ตัวอย่างเช่น “เงินบุญ” “เงินรากหญ้า” “เงินโปร” “ร้อยแลกล้าน” “เงินโครงการ” “เงินราชนิกูล” “เงินช่วยเหลืออื่นๆ” ฯลฯ ชื่อเหล่านี้อาจปรากฏอยู่ในบริบท หรือเครือข่ายที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาถึง รูปแบบการชักชวนและพฤติกรรมที่ถูกร้องเรียนกลับพบลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก เช่น จัดประชุมหรือสัมมนาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ อ้างโครงการของรัฐ หรือบุคคลสำคัญ สร้างความน่าเชื่อถือผ่านคนรู้จัก ผู้นำชุมชน หรือหัวสาย สร้างกลุ่ม LINE เพื่อควบคุมและเผยแพร่ข้อมูลภายในกลุ่ม นำเอกสารหรือข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ประกอบการชักชวน และเมื่อถึงเวลาที่สมาชิกคาดว่าจะได้รับผลตอบแทน กลับมีการเรียกให้ โอนเงินเพิ่มเติม      โดยอ้างเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ค่าดำเนินการ ค่าปลดล็อก ค่าธรรมเนียม      หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จึงเกิดคำถามสำคัญว่า... หากรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ  ทำไมประชาชนจำนวนมากจึงยังตกเป็นเหยื่อ? และที่สำคัญที่สุด... “ถ้ามีการหลอกลวงเกิดขึ้นจริง แล้วทำไมตำรวจถึงจับไม่ได้?” ...........อยากรู้ไหมว่า ทำไมคดีลักษณะนี้จึงอาจใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคิด และตำรวจต้องพิสูจน์อะไรบ้าง ก่อนที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้?.......EP.หน้าจะมาเล่าให้ฟัง#galactic_hero4469
#ตำนานเงินบุญ#เงินบุญ #เงินโปร #โครงการ #เปิโปงเงินบุญ #แฉ #รับไม่ได้ที่โดนหลอก #หัวสายในบริบทของสังคมไทย “เงินบุญ” สาย “หมวดค่าตอบแทน” คือสายที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็น “เงินบุญในตำนาน” ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่ประมาณปี 2551 มีการดำเนินการหลอกลวงอย่างเป็นระบบ โดยมีการแต่งตั้ง “หัวสายหลัก”จำนวนหลายสิบคนเพื่อกระจายการชักชวนและหลอกเหยื่อไปทั่วประเทศ โดยมี เอกสารฉบับหนึ่ง”ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความน่าเชื่อถือ และมีการถ่ายสำเนาเอกสารดังกล่าวแจกจ่ายให้กับหัวสายทั้งหลาย เพื่อนำไปใช้ในการชักชวนหลอกลวงประชาชน แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำว่า “เงิน” “อำนาจ” และ “การชิงดีชิงเด่น” กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เครือข่ายเกิดความขัดแย้ง ภายใน “หมวดค่าตอบแทน”ทำให้ หัวสาย สาย “หมวดค่าตอบแทน” แตกออกเป็นหลายกลุ่ม หลายสาย และมีการตั้งชื่อสายใหม่ๆขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยพบการชักชวนหรือการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้ชื่อและคำโฆษณาแตกต่างกันออกไปเป็นจำนวนมาก หลายร้อย หลายพันสาย ตัวอย่างเช่น “เงินบุญ” “เงินรากหญ้า” “เงินโปร” “ร้อยแลกล้าน” “เงินโครงการ” “เงินราชนิกูล” “เงินช่วยเหลืออื่นๆ” ฯลฯ ชื่อเหล่านี้อาจปรากฏอยู่ในบริบท หรือเครือข่ายที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาถึง รูปแบบการชักชวนและพฤติกรรมที่ถูกร้องเรียนกลับพบลักษณะที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก เช่น จัดประชุมหรือสัมมนาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างผลตอบแทนที่สูงผิดปกติ อ้างโครงการของรัฐ หรือบุคคลสำคัญ สร้างความน่าเชื่อถือผ่านคนรู้จัก ผู้นำชุมชน หรือหัวสาย สร้างกลุ่ม LINE เพื่อควบคุมและเผยแพร่ข้อมูลภายในกลุ่ม นำเอกสารหรือข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ประกอบการชักชวน และเมื่อถึงเวลาที่สมาชิกคาดว่าจะได้รับผลตอบแทน กลับมีการเรียกให้ โอนเงินเพิ่มเติม โดยอ้างเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ค่าดำเนินการ ค่าปลดล็อก ค่าธรรมเนียม หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จึงเกิดคำถามสำคัญว่า... หากรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทำไมประชาชนจำนวนมากจึงยังตกเป็นเหยื่อ? และที่สำคัญที่สุด... “ถ้ามีการหลอกลวงเกิดขึ้นจริง แล้วทำไมตำรวจถึงจับไม่ได้?” ...........อยากรู้ไหมว่า ทำไมคดีลักษณะนี้จึงอาจใช้เวลานานกว่าที่หลายคนคิด และตำรวจต้องพิสูจน์อะไรบ้าง ก่อนที่จะสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้?.......EP.หน้าจะมาเล่าให้ฟัง#galactic_hero4469

About