@blushaaa: поддержите пожалуйста 🥹🙏🏻@lovegeneration.beauty #начинающийбьютиблогерсти #новинкикосметики #находкибьюти love Generation, лав джинирейшн, paws ap, новая осенняя коллекция, домашние животные, сияющая пудра, масло для губ кликер, карандаш, муссовые румяна, карандаш, палетка теней, хайлайтер в стике

Блаша | Бьюти
Блаша | Бьюти
Open In TikTok:
Region: NL
Saturday 26 September 2026 22:42:13 GMT
9851
687
14
43

Music

Download

Comments

yuliyaura
yuliyaura :
Мне вот тоже карандаши не понравились,01 оттенок пыльно розовый на деле очень рыжий,вообще не совпадает жестко с карточкой,а 04 вообще очень темный и реально вообще не тушуются
2026-10-05 09:52:08
4
user7600058318132
Тарина9 :
мне палетка не особо понравилась, сияшки осыпаются ужасно(
2026-10-22 21:07:09
0
zhgulia0
zhgulia0 :
есть на вб или озон?
2026-09-27 02:52:24
1
sivaaa636
ʟᴜᴠǫᴡxꨄ🪽 :
почему в ссылке котик?
2026-09-26 23:08:01
1
stishana_0
27 :
2026-09-27 11:46:34
1
jeka3q
Женя :
2026-09-26 22:47:47
2
fae1na
fae1na :
@kingmfae
2026-09-27 05:18:58
0
To see more videos from user @blushaaa, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

1. พิจารณาความจำเป็นในการซื้อรถ ลองถามตัวเองก่อนว่า “เราต้องการรถไปเพื่ออะไร” เช่น ใช้เดินทางไปทำงาน รับส่งสมาชิกในครอบครัว หรือใช้ประกอบอาชีพ หากรถช่วยเพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลา หรือสร้างรายได้ ก็อาจเป็นเหตุผลที่เหมาะสมในการซื้อ ในทางกลับกัน หากยังสามารถเดินทางด้วยวิธีเดิมได้โดยมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม การเลื่อนซื้อรถออกไปเพื่อเก็บเงินเพิ่มก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง 2. ประเมินต้นทุนรวมของการมีรถ การซื้อรถไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพียงเงินดาวน์และค่างวด แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการใช้งาน หากประเมินเฉพาะค่างวด อาจทำให้เข้าใจผิดว่าตัวเองมีเงินเพียงพอสำหรับการซื้อรถแล้ว ค่าใช้จ่ายที่ควรนำมาพิจารณา ได้แก่ • ค่าใช้จ่ายในการซื้อ: เงินดาวน์ ค่างวดรถ และดอกเบี้ยสินเชื่อ • ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน: ค่าน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า ค่าทางด่วน และค่าจอดรถ • ค่าใช้จ่ายในการดูแล: เบี้ยประกันภัย ค่าบำรุงรักษา และค่าซ่อมแซม • ค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย: ค่าต่อทะเบียน ภาษีรถยนต์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถตามเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นลองเปรียบเทียบกับค่าเดินทางในปัจจุบัน เช่น ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าแท็กซี่ หรือค่าเดินทางรูปแบบอื่น เพื่อดูว่าการมีรถจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนมากน้อยเพียงใด 3.ประเมินความสามารถและวางแผนชำระหนี้ 1) จัดทำงบรายรับรายจ่ายล่วงหน้า 6-12 เดือน รวบรวมรายได้ที่คาดว่าจะได้รับและค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายรายปีที่ควรเตรียมเงินไว้ล่วงหน้า 2) เพิ่มค่าผ่อนชำระสินเชื่อใหม่ลงในงบรายรับรายจ่าย ใส่ค่างวดรถ ค่าน้ำมันหรือค่าไฟ ค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าหลังซื้อรถแล้วจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเท่าไร 3) ปรับแผนรายจ่ายให้เหมาะสม หากจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายบางประเภทเพื่อให้สามารถผ่อนรถได้ ควรพิจารณาว่ารายจ่ายที่ลดลงนั้นเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นจริงหรือไม่ และยังสามารถออมเงินเพื่อเป้าหมายสำคัญอื่นได้หรือเปล่า 4) ตรวจสอบเงินคงเหลือว่าติดลบหรือไม่ หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดและภาระหนี้แล้ว เงินคงเหลือติดลบหรือต้องพึ่งพารายได้ที่ยังไม่แน่นอนเพื่อให้ผ่อนไหว อาจควรลดงบซื้อรถ เพิ่มเงินดาวน์ หรือเลื่อนการซื้อออกไปก่อน รถยนต์อาจช่วยเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลต่อเนื่องหลายปี ก่อนตัดสินใจซื้อ จึงควรพิจารณาให้ครบทั้งความจำเป็น ต้นทุนรวม และความสามารถในการชำระหนี้ด้วย #TheMoneyCoachTH #MoneyTuesdayวันอังคารอ่านเรื่องเงิน #รถยนต์ #รถยนต์ไฟฟ้า
1. พิจารณาความจำเป็นในการซื้อรถ ลองถามตัวเองก่อนว่า “เราต้องการรถไปเพื่ออะไร” เช่น ใช้เดินทางไปทำงาน รับส่งสมาชิกในครอบครัว หรือใช้ประกอบอาชีพ หากรถช่วยเพิ่มความสะดวก ประหยัดเวลา หรือสร้างรายได้ ก็อาจเป็นเหตุผลที่เหมาะสมในการซื้อ ในทางกลับกัน หากยังสามารถเดินทางด้วยวิธีเดิมได้โดยมีค่าใช้จ่ายเหมาะสม การเลื่อนซื้อรถออกไปเพื่อเก็บเงินเพิ่มก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง 2. ประเมินต้นทุนรวมของการมีรถ การซื้อรถไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพียงเงินดาวน์และค่างวด แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการใช้งาน หากประเมินเฉพาะค่างวด อาจทำให้เข้าใจผิดว่าตัวเองมีเงินเพียงพอสำหรับการซื้อรถแล้ว ค่าใช้จ่ายที่ควรนำมาพิจารณา ได้แก่ • ค่าใช้จ่ายในการซื้อ: เงินดาวน์ ค่างวดรถ และดอกเบี้ยสินเชื่อ • ค่าใช้จ่ายในการใช้งาน: ค่าน้ำมันหรือค่าไฟฟ้า ค่าทางด่วน และค่าจอดรถ • ค่าใช้จ่ายในการดูแล: เบี้ยประกันภัย ค่าบำรุงรักษา และค่าซ่อมแซม • ค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย: ค่าต่อทะเบียน ภาษีรถยนต์ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสภาพรถตามเงื่อนไขที่กำหนด จากนั้นลองเปรียบเทียบกับค่าเดินทางในปัจจุบัน เช่น ค่าโดยสารสาธารณะ ค่าแท็กซี่ หรือค่าเดินทางรูปแบบอื่น เพื่อดูว่าการมีรถจะเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนมากน้อยเพียงใด 3.ประเมินความสามารถและวางแผนชำระหนี้ 1) จัดทำงบรายรับรายจ่ายล่วงหน้า 6-12 เดือน รวบรวมรายได้ที่คาดว่าจะได้รับและค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน รวมถึงค่าใช้จ่ายรายปีที่ควรเตรียมเงินไว้ล่วงหน้า 2) เพิ่มค่าผ่อนชำระสินเชื่อใหม่ลงในงบรายรับรายจ่าย ใส่ค่างวดรถ ค่าน้ำมันหรือค่าไฟ ค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าหลังซื้อรถแล้วจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นเท่าไร 3) ปรับแผนรายจ่ายให้เหมาะสม หากจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายบางประเภทเพื่อให้สามารถผ่อนรถได้ ควรพิจารณาว่ารายจ่ายที่ลดลงนั้นเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็นจริงหรือไม่ และยังสามารถออมเงินเพื่อเป้าหมายสำคัญอื่นได้หรือเปล่า 4) ตรวจสอบเงินคงเหลือว่าติดลบหรือไม่ หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดและภาระหนี้แล้ว เงินคงเหลือติดลบหรือต้องพึ่งพารายได้ที่ยังไม่แน่นอนเพื่อให้ผ่อนไหว อาจควรลดงบซื้อรถ เพิ่มเงินดาวน์ หรือเลื่อนการซื้อออกไปก่อน รถยนต์อาจช่วยเพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลต่อเนื่องหลายปี ก่อนตัดสินใจซื้อ จึงควรพิจารณาให้ครบทั้งความจำเป็น ต้นทุนรวม และความสามารถในการชำระหนี้ด้วย #TheMoneyCoachTH #MoneyTuesdayวันอังคารอ่านเรื่องเงิน #รถยนต์ #รถยนต์ไฟฟ้า

About