@etwy521: CarLeaf Perfume Ni Boleh Tahan 3,4Bulan Harga Pun Sangat Murah Ni 😍#CarLeaf #Xbomb #CarPerfume #PewangiKereta #PewangiViral

MR.DIY Home Improvement
MR.DIY Home Improvement
Open In TikTok:
Region: MY
Monday 05 October 2026 07:15:20 GMT
18
1
0
0

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @etwy521, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

แก้มลิงไม่ได้หาย แต่โจทย์จริงคือ “น้ำต้องไปถึงแก้ม และระบายออกให้ทัน” 💧 ถ้าย้อน Timeline โครงการบึงคู้บอนและบึงบางชัน เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2560–2562 ก่อนชัชชาติจะเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 โครงการได้รับความเห็นชอบในหลักการ แต่กระบวนการเวนคืนไม่ได้เกิดขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ เมื่อเวลาผ่านไป ราคาที่ดินและต้นทุนก่อสร้างระบบที่เกี่ยวข้องก็เพิ่มสูงขึ้น เมื่อ กทม.นำโครงการกลับมาประเมิน จึงเจอโจทย์สำคัญว่า หากเดินหน้าต่อจะต้องใช้งบประมาณราว 11,000 ล้านบาท ขณะที่บึงคู้บอนใช้บริหารน้ำได้ประมาณ 500,000 ลบ.ม. และเมื่อรวมบึงบางชันอยู่ที่ประมาณ 700,000 ลบ.ม. กทม.จึงให้เหตุผลว่า ต้องมองมากกว่าแค่การมี “พื้นที่เก็บน้ำ” และให้น้ำหนักกับระบบที่มี บึงหนองบอน ซึ่งบริหารน้ำได้ประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม. เชื่อมกับคลอง สถานีสูบน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ เพราะระบบแก้มลิงจะทำงานได้ ต้องครบทั้ง “ปาก–แก้ม–คอ” คือ นำน้ำเข้า เก็บน้ำ และระบายออก น้ำท่วมรอบล่าสุดก็ทำให้เห็นอีกโจทย์สำคัญว่า แม้บึงหนองบอนยังมีพื้นที่รับน้ำ แต่การนำน้ำจากพื้นที่ท่วมไปถึงบึงให้เร็วพอยังเป็น “คอขวด” ที่ กทม.ต้องเร่งแก้ และไม่ได้หมายความว่า กทม.เลิกแนวคิดแก้มลิงทั้งหมด — จากข้อมูลที่คุณรวบรวม ปี 2565 มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 34 แห่ง ก่อนเพิ่มเป็น 38 แห่งในปี 2569 และยังมีแผนเพิ่มอีก ดังนั้น ประเด็นนี้อาจไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครยกเลิกแก้มลิง?” แต่ควรถามต่อว่า งบประมาณควรลงตรงไหน เพื่อให้น้ำเข้า–เก็บ–ระบายออกจากเมืองได้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด #แก้มลิงคู้บอน #ชัชชาติ #น้ำท่วมกรุงเทพ #กรุงเทพมหานคร
แก้มลิงไม่ได้หาย แต่โจทย์จริงคือ “น้ำต้องไปถึงแก้ม และระบายออกให้ทัน” 💧 ถ้าย้อน Timeline โครงการบึงคู้บอนและบึงบางชัน เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2560–2562 ก่อนชัชชาติจะเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565 โครงการได้รับความเห็นชอบในหลักการ แต่กระบวนการเวนคืนไม่ได้เกิดขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์ เมื่อเวลาผ่านไป ราคาที่ดินและต้นทุนก่อสร้างระบบที่เกี่ยวข้องก็เพิ่มสูงขึ้น เมื่อ กทม.นำโครงการกลับมาประเมิน จึงเจอโจทย์สำคัญว่า หากเดินหน้าต่อจะต้องใช้งบประมาณราว 11,000 ล้านบาท ขณะที่บึงคู้บอนใช้บริหารน้ำได้ประมาณ 500,000 ลบ.ม. และเมื่อรวมบึงบางชันอยู่ที่ประมาณ 700,000 ลบ.ม. กทม.จึงให้เหตุผลว่า ต้องมองมากกว่าแค่การมี “พื้นที่เก็บน้ำ” และให้น้ำหนักกับระบบที่มี บึงหนองบอน ซึ่งบริหารน้ำได้ประมาณ 5 ล้าน ลบ.ม. เชื่อมกับคลอง สถานีสูบน้ำ และอุโมงค์ระบายน้ำ เพราะระบบแก้มลิงจะทำงานได้ ต้องครบทั้ง “ปาก–แก้ม–คอ” คือ นำน้ำเข้า เก็บน้ำ และระบายออก น้ำท่วมรอบล่าสุดก็ทำให้เห็นอีกโจทย์สำคัญว่า แม้บึงหนองบอนยังมีพื้นที่รับน้ำ แต่การนำน้ำจากพื้นที่ท่วมไปถึงบึงให้เร็วพอยังเป็น “คอขวด” ที่ กทม.ต้องเร่งแก้ และไม่ได้หมายความว่า กทม.เลิกแนวคิดแก้มลิงทั้งหมด — จากข้อมูลที่คุณรวบรวม ปี 2565 มีพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 34 แห่ง ก่อนเพิ่มเป็น 38 แห่งในปี 2569 และยังมีแผนเพิ่มอีก ดังนั้น ประเด็นนี้อาจไม่ใช่แค่คำถามว่า “ใครยกเลิกแก้มลิง?” แต่ควรถามต่อว่า งบประมาณควรลงตรงไหน เพื่อให้น้ำเข้า–เก็บ–ระบายออกจากเมืองได้เร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด #แก้มลิงคู้บอน #ชัชชาติ #น้ำท่วมกรุงเทพ #กรุงเทพมหานคร

About