@pramuel3: #ขนลุกเลย! “อ.ปานเทพ” โพสต์ยืนยัน “ชัชชาติ” คือผู้เปลี่ยนนโยบาย ยกเลิกแก้มลิงคู้บอน–บางชัน วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ประเด็นโครงการบึงรับน้ำหรือ “แก้มลิง” คู้บอนและคลองบางชัน กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังมีการเผยแพร่ไทม์ไลน์เอกสารราชการตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง จนถึงสมัยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ โดยนายพงศกร ขวัญเมือง ระบุว่าโครงการไม่ได้ถูกยกเลิกในสมัย พล.ต.อ.อัศวิน แต่ยังเดินหน้ากระบวนการเวนคืนและเสนอกฎหมายต่อเนื่องจนพ้นตำแหน่ง ล่าสุด อ.ปานเทพได้หยิบไทม์ไลน์ดังกล่าวมาโพสต์ พร้อมสรุปในมุมของตนว่า สมัย พล.ต.อ.อัศวินมีแนวทางเดินหน้าแก้มลิงทั้งคู้บอนและบางชัน แต่หลังเปลี่ยนผู้ว่าฯ เป็นชัชชาติ จึงเกิดการทบทวนและเปลี่ยนนโยบายจนท้ายที่สุดมีความเห็นให้ยกเลิกสองโครงการ หลักฐานสำคัญในไทม์ไลน์พบว่า วันที่ 8 มีนาคม 2565 ซึ่งยังอยู่ในสมัย พล.ต.อ.อัศวิน สำนักการโยธายังจัดทำแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาและดำเนินกระบวนการด้านงบประมาณ ก่อน พล.ต.อ.อัศวินลาออกวันที่ 24 มีนาคม 2565 และชัชชาติเข้ารับตำแหน่งวันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่สำคัญ แม้เปลี่ยนผู้ว่าฯ แล้ว กระบวนการของโครงการยังไม่ได้หยุดทันที วันที่ 24 มิถุนายน 2565 กทม.ยังประสานกรมการปกครองตรวจสอบแนวเขต และวันที่ 25 พฤศจิกายน 2565 ยังส่งร่างพระราชกฤษฎีกาเวนคืนให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อสำนักการโยธามีหนังสือวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 และ 28 สิงหาคม 2566 ขอให้สำนักการระบายน้ำ “ทบทวนความจำเป็นในการดำเนินโครงการอีกครั้ง” ตามผลประชุมร่วมของฝ่าย กทม.เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ต่อมา สำนักการระบายน้ำศึกษาทางเลือกและสรุปว่า การใช้อุโมงค์ระบายน้ำคลองพระโขนง อุโมงค์ส่วนต่อขยายบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์ และการปรับปรุงคลองสายหลักเหนือ–ใต้ มีความคุ้มค่าและเหมาะสมกว่าโครงการบึงคู้บอนและบางชัน ก่อนมีความเห็นให้ยกเลิกสองโครงการในเวลาต่อมา ข้อมูลอีกด้านที่มีความสำคัญคือ ในปี 2565 หลังชัชชาติรับตำแหน่งใหม่ ๆ ภาคประชาชนยังผลักดันสองโครงการนี้ และรองผู้ว่าฯ วิศณุ ทรัพย์สมพล เคยระบุว่าขอเวลาติดตามเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนคู้บอนและบางชัน แสดงว่าในช่วงต้นของรัฐบาลชัชชาติ โครงการยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ฝ่าย กทม.และชัชชาติชี้แจงต่างออกไป โดยยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิก นโยบายแก้มลิงโดยรวม แต่ทบทวนเฉพาะโครงการคู้บอนและบางชัน เพราะประเมินว่าต้องใช้งบประมาณประมาณ 11,000 ล้านบาท รวมค่าเวนคืนกว่า 5,000 ล้านบาท ขณะที่ทางเลือกพัฒนาคลองและระบบลำเลียงน้ำเชื่อมอุโมงค์ใช้งบประมาณประมาณ 6,500 ล้านบาท และ กทม.ประเมินว่ามีความคุ้มค่ากว่า ดังนั้น หากยึดตามลำดับเอกสารที่เผยแพร่ สิ่งที่พูดได้ชัดคือ โครงการคู้บอน–บางชันยังถูกผลักดันในช่วงปลายสมัย พล.ต.อ.อัศวิน และการสั่งทบทวนความจำเป็นจนไปสู่ความเห็นให้ยกเลิกเกิดขึ้นในสมัยชัชชาติ ส่วนเหตุผลของฝ่ายชัชชาติคือการเปลี่ยนแนวทางบริหารน้ำไปใช้ระบบที่ กทม.ประเมินว่าคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพกว่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายกำลังโต้แย้งกันอยู่. คำถามที่ตามมาจึงตรงไปตรงมา—ใครเป็นผู้ตัดสินใจให้เริ่ม “ทบทวนความจำเป็น” ในปี 2566 และข้อมูลอะไรเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โครงการซึ่งเดินหน้ามาหลายปี เปลี่ยนทิศจนไปสู่การยกเลิก? คำตอบของคำถามนี้ น่าจะอยู่ในรายงานการประชุมวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 และเอกสารประกอบการตัดสินใจของ กทม. ซึ่งควรถูกนำมาเปิดเผยให้ประชาชนเห็นอย่างครบถ้วน #NEWS1 รายงาน

ประมวล ศิริเมธางกูร 3
ประมวล ศิริเมธางกูร 3
Open In TikTok:
Region: TH
Saturday 03 October 2026 09:51:43 GMT
1105
41
4
2

Music

Download

Comments

dygeva1u9hpw
dygeva1u9hpw :
เอาเลยทำให้ติดคุกเลย
2026-10-03 12:42:44
0
thongpan2458gmaijcom
ต้อ :
หหห
2026-10-03 11:34:18
0
sakarin2953
sakarin2953 :
ไป
2026-10-03 11:23:49
0
petep4908
แชมป์ :
👍👍👍
2026-10-03 11:33:22
0
To see more videos from user @pramuel3, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos


About