@climatechange96: Donation in bio!#climatechange #globalwarming #polarbears #awareness #savetheworld

One More Tree-OMT🌳
One More Tree-OMT🌳
Open In TikTok:
Region: MD
Monday 05 October 2026 22:26:14 GMT
1290
356
28
41

Music

Download

Comments

kallyandtheforthsquad
kally :
guys tell me a story.
2026-10-05 23:50:46
2
ecochange2
EcoChange :
Walk with me
2026-10-05 22:36:03
16
kieran5763
Kieran :
first
2026-10-05 22:28:18
5
jqxligmqbqiiz247
jaxsthighcheese🥜💦 :
Always. I can spend 10 seconds. You make a change
2026-10-05 22:29:18
10
rejectedbitch01
Veane🙄 :
Full of hearts
2026-10-05 22:29:52
9
ninaa_rv37
Marlena🎀 :
2026-10-05 22:30:40
7
leona.shabazz
Not Leona🤨 :
2026-10-06 10:18:36
0
guzma0033
NSB🇧🇻🚈 :
nature 🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵🌴🌳🌲🌻🪻🍄🌹🌺🌷🪷🌸🏵️🌼🌱🌵
2026-10-06 07:11:43
0
only.dami.2
💚ActForEarth🌍 :
Walk with me
2026-10-05 22:36:13
4
ninaa_rv37
Marlena🎀 :
2026-10-05 22:30:44
6
leona.shabazz
Not Leona🤨 :
2026-10-06 10:18:30
0
leona.shabazz
Not Leona🤨 :
2026-10-06 10:18:27
0
leona.shabazz
Not Leona🤨 :
2026-10-06 10:18:23
0
leona.shabazz
Not Leona🤨 :
2026-10-06 10:18:18
0
noooaa18
noa :
❤️❤️❤️
2026-10-05 22:33:04
4
kymani.ambrose
Ygz_ kai🐰🟢 :
.
2026-10-05 23:52:00
0
To see more videos from user @climatechange96, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

รถถัง M1A2 Abrams ของกองทัพสหรัฐฯ ขณะทำการฝึกยิงด้วยกระสุน M865 TPCSDS-T ขนาด 120 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นกระสุนซ้อมหัวสีน้ำเงินที่ออกแบบมาให้จำลองวิถีกระสุนเจาะเกราะจริง แต่มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบท้ายรูปกรวยที่ช่วยจำกัดระยะตกของกระสุน โดยกระสุนชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 120 mm. M865 Target Practice Cone-Stabilized Discarding Sabot with Tracer (TPCSDS-T) หรือในชื่อภาษาไทยเรียกว่า กระสุนฝึกซ้อมเจาะเกราะสลัดเปลือกหุ้ม ทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปครีบ พร้อมส่องวิถี  . ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจำลองวิถีการยิงและคุณลักษณะทางพลศาสตร์ให้ใกล้เคียงกับกระสุนเจาะเกราะสลัดเปลือกทรงตัวด้วยครีบของจริงหรือ APFSDS แต่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูงสำหรับใช้ในพื้นที่ฝึกซ้อม โดยใช้ระบบ Cone-Stabilized หรือการทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปกรวยซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงต้านอากาศเพื่อจำกัดระยะตกของกระสุนไม่ให้พุ่งเกินขอบเขตของสนามยิง ในขณะที่ส่วน Discarding Sabot หรือฝาประคองกระสุนจะสลัดตัวออกทันทีเมื่อพ้นปากลำกล้องเพื่อส่งให้แกนกระสุนพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงพร้อมระบบส่องวิถีหรือ Tracer ที่ช่วยให้พลประจำรถสามารถติดตามวิถีกระสุนได้อย่างชัดเจน โดยความลับที่ทำให้กระสุนฝึกซ้อมหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 นี้จำลองวิถีกระสุนจริงได้แม่นยำ  . คือ การคำนวณน้ำหนักของแท่งเหล็กกล้าและ Sabot ให้สมดุลกับปริมาณดินส่งกระสุนเพื่อให้พลยิงรู้สึกถึงแรงรีคอยล์และเห็นจุดตกของกระสุนผ่านระบบเลนส์วัดระยะที่เหมือนกับการยิงกระสุนจริงทุกประการ เพียงแต่ส่วนท้ายรูปกรวยจะทำหน้าที่เป็นเบรกอากาศทันทีที่ความเร็วลดลง ถึงจุดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนเดินทางออกนอกเขตปลอดภัยของสนามฝึก ในขณะที่ยังคงความแม่นยำผ่านระบบเลนส์วัดระยะได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับกระสุนเจาะเกราะประเภท APFSDS ของจริงนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามวัสดุที่ใช้ทำแกนเจาะคือ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ (Depleted Uranium - DU) และ โลหะผสมทังสเตน (Tungsten Alloy - WA) โดยยูเรเนียมด้อยสมรรถนะคือวัสดุหลักที่กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ในกระสุนตระกูล M829 เช่น M829A3 หรือ A4 สำหรับรถถัง M1A2 Abrams เนื่องจากมีความหนาแน่นสูงกว่าเหล็กประมาณ 2.5 เท่า ส่งผลให้เกิดพลังงานจลน์มหาศาลขณะเข้าปะทะและมีจุดเด่นสำคัญทางโลหะวิทยาที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Adiabatic Shear Bands ซึ่งทำให้เกิดคุณสมบัติการลับคมตัวเองหรือ Self-Sharpening โดยเนื้อโลหะจะกะเทาะส่วนขอบออกเมื่อเกิดความร้อนจัด จากการปะทะแทนที่จะบี้แบนเป็นรูปดอกเห็ดเหมือนโลหะทั่วไปทำให้แท่งกระสุนรักษารูปทรงที่แหลมคมเพื่อเจาะทะลวงผ่านเกราะเหล็กหรือเกราะคอมโพสิตได้ลึกที่สุดโดยไม่เสียพลังงาน  . นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการติดไฟเองได้หรือ Pyrophoric ซึ่งเมื่อแท่งยูเรเนียมพุ่งทะลุเข้าสู่ภายในรถถังจะเกิดปรากฏการณ์ Behind Armor Effects หรือ BAE โดยเศษโลหะจะแตกตัวเป็นฝุ่นละอองละเอียดและลุกไหม้อย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสอากาศส่งผลให้เกิดการระเบิดของคลังกระสุนหรือเชื้อเพลิงและทำลายพลประจำรถทันที . ในขณะที่โลหะผสมทังสเตนซึ่งเป็นทางเลือกหลักของประเทศกลุ่ม NATO อย่างเยอรมนีที่ใช้กับรถถัง Leopard 2 แม้จะมีประสิทธิภาพการติดไฟเป็นรองและมักทื่อลงเมื่อชนเกราะในรูปแบบเดิม แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิค Micro-structure เพื่อพยายามเลียนแบบคุณสมบัติการลับคมตัวเองของยูเรเนียมโดยทำให้เนื้อโลหะมีความเปราะในจุดที่ต้องการเพื่อให้กะเทาะออกในลักษณะที่คงความคมไว้ได้เช่นกันทั้งยังมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าในระยะยาว แต่สำหรับการฝึกซ้อมจะใช้กระสุนหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 ซึ่งไม่ได้ใช้ทั้งยูเรเนียมหรือทังสเตนแต่ผลิตจากแกนเหล็กกล้าเพื่อความประหยัดและลดอันตรายในสนามฝึกโดยเน้นการจำลองน้ำหนักและแรงรีคอยล์ให้สมบูรณ์ โดยกลไกสำคัญ คือต้องทนต่อแรงดันมหาศาลภายในลำกล้องปืนใหญ่ 120 มิลลิเมตรเพื่อสร้างความเร็วต้นได้สูงกว่า 1,500 เมตรต่อวินาที หรือเร็วกว่าเสียงเกือบ 5 เท่าเพื่อให้พลประจำรถเกิดความคุ้นเคยและฝึกฝนทักษะได้อย่างสมจริงที่สุดก่อนการปฏิบัติการในสนามรบจริง
รถถัง M1A2 Abrams ของกองทัพสหรัฐฯ ขณะทำการฝึกยิงด้วยกระสุน M865 TPCSDS-T ขนาด 120 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นกระสุนซ้อมหัวสีน้ำเงินที่ออกแบบมาให้จำลองวิถีกระสุนเจาะเกราะจริง แต่มีความปลอดภัยสูงด้วยระบบท้ายรูปกรวยที่ช่วยจำกัดระยะตกของกระสุน โดยกระสุนชนิดนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า 120 mm. M865 Target Practice Cone-Stabilized Discarding Sabot with Tracer (TPCSDS-T) หรือในชื่อภาษาไทยเรียกว่า กระสุนฝึกซ้อมเจาะเกราะสลัดเปลือกหุ้ม ทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปครีบ พร้อมส่องวิถี . ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อจำลองวิถีการยิงและคุณลักษณะทางพลศาสตร์ให้ใกล้เคียงกับกระสุนเจาะเกราะสลัดเปลือกทรงตัวด้วยครีบของจริงหรือ APFSDS แต่ได้รับการพัฒนาให้มีความปลอดภัยสูงสำหรับใช้ในพื้นที่ฝึกซ้อม โดยใช้ระบบ Cone-Stabilized หรือการทรงตัวด้วยส่วนท้ายรูปกรวยซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงต้านอากาศเพื่อจำกัดระยะตกของกระสุนไม่ให้พุ่งเกินขอบเขตของสนามยิง ในขณะที่ส่วน Discarding Sabot หรือฝาประคองกระสุนจะสลัดตัวออกทันทีเมื่อพ้นปากลำกล้องเพื่อส่งให้แกนกระสุนพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงพร้อมระบบส่องวิถีหรือ Tracer ที่ช่วยให้พลประจำรถสามารถติดตามวิถีกระสุนได้อย่างชัดเจน โดยความลับที่ทำให้กระสุนฝึกซ้อมหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 นี้จำลองวิถีกระสุนจริงได้แม่นยำ . คือ การคำนวณน้ำหนักของแท่งเหล็กกล้าและ Sabot ให้สมดุลกับปริมาณดินส่งกระสุนเพื่อให้พลยิงรู้สึกถึงแรงรีคอยล์และเห็นจุดตกของกระสุนผ่านระบบเลนส์วัดระยะที่เหมือนกับการยิงกระสุนจริงทุกประการ เพียงแต่ส่วนท้ายรูปกรวยจะทำหน้าที่เป็นเบรกอากาศทันทีที่ความเร็วลดลง ถึงจุดหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้กระสุนเดินทางออกนอกเขตปลอดภัยของสนามฝึก ในขณะที่ยังคงความแม่นยำผ่านระบบเลนส์วัดระยะได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับกระสุนเจาะเกราะประเภท APFSDS ของจริงนั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักตามวัสดุที่ใช้ทำแกนเจาะคือ ยูเรเนียมด้อยสมรรถนะ (Depleted Uranium - DU) และ โลหะผสมทังสเตน (Tungsten Alloy - WA) โดยยูเรเนียมด้อยสมรรถนะคือวัสดุหลักที่กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้ในกระสุนตระกูล M829 เช่น M829A3 หรือ A4 สำหรับรถถัง M1A2 Abrams เนื่องจากมีความหนาแน่นสูงกว่าเหล็กประมาณ 2.5 เท่า ส่งผลให้เกิดพลังงานจลน์มหาศาลขณะเข้าปะทะและมีจุดเด่นสำคัญทางโลหะวิทยาที่เรียกว่าปรากฏการณ์ Adiabatic Shear Bands ซึ่งทำให้เกิดคุณสมบัติการลับคมตัวเองหรือ Self-Sharpening โดยเนื้อโลหะจะกะเทาะส่วนขอบออกเมื่อเกิดความร้อนจัด จากการปะทะแทนที่จะบี้แบนเป็นรูปดอกเห็ดเหมือนโลหะทั่วไปทำให้แท่งกระสุนรักษารูปทรงที่แหลมคมเพื่อเจาะทะลวงผ่านเกราะเหล็กหรือเกราะคอมโพสิตได้ลึกที่สุดโดยไม่เสียพลังงาน . นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการติดไฟเองได้หรือ Pyrophoric ซึ่งเมื่อแท่งยูเรเนียมพุ่งทะลุเข้าสู่ภายในรถถังจะเกิดปรากฏการณ์ Behind Armor Effects หรือ BAE โดยเศษโลหะจะแตกตัวเป็นฝุ่นละอองละเอียดและลุกไหม้อย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสอากาศส่งผลให้เกิดการระเบิดของคลังกระสุนหรือเชื้อเพลิงและทำลายพลประจำรถทันที . ในขณะที่โลหะผสมทังสเตนซึ่งเป็นทางเลือกหลักของประเทศกลุ่ม NATO อย่างเยอรมนีที่ใช้กับรถถัง Leopard 2 แม้จะมีประสิทธิภาพการติดไฟเป็นรองและมักทื่อลงเมื่อชนเกราะในรูปแบบเดิม แต่ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิค Micro-structure เพื่อพยายามเลียนแบบคุณสมบัติการลับคมตัวเองของยูเรเนียมโดยทำให้เนื้อโลหะมีความเปราะในจุดที่ต้องการเพื่อให้กะเทาะออกในลักษณะที่คงความคมไว้ได้เช่นกันทั้งยังมีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าในระยะยาว แต่สำหรับการฝึกซ้อมจะใช้กระสุนหัวสีน้ำเงินรุ่น M865 ซึ่งไม่ได้ใช้ทั้งยูเรเนียมหรือทังสเตนแต่ผลิตจากแกนเหล็กกล้าเพื่อความประหยัดและลดอันตรายในสนามฝึกโดยเน้นการจำลองน้ำหนักและแรงรีคอยล์ให้สมบูรณ์ โดยกลไกสำคัญ คือต้องทนต่อแรงดันมหาศาลภายในลำกล้องปืนใหญ่ 120 มิลลิเมตรเพื่อสร้างความเร็วต้นได้สูงกว่า 1,500 เมตรต่อวินาที หรือเร็วกว่าเสียงเกือบ 5 เท่าเพื่อให้พลประจำรถเกิดความคุ้นเคยและฝึกฝนทักษะได้อย่างสมจริงที่สุดก่อนการปฏิบัติการในสนามรบจริง

About