@fivebroccoli: นี่คือ 10 พฤติกรรมในชีวิตประจำวันใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้าม แต่วิจัยทางการแพทย์ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเรียงลำดับจากความเสี่ยงระดับน้อยไปจนถึงระดับมาก พร้อมคำอธิบายของแต่ละพฤติกรรมครับ: 1. การกินอาหารไหม้เกรียมหรือปิ้งย่างจนเกรียม (ระดับน้อย) คำอธิบาย: เวลาที่เนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์) ถูกความร้อนสูงจนไหม้เกรียมหรือดำ จะเกิดสารเคมีกลุ่มอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และสารเฮเทอโรไซคลิกเอมีน (HCAs) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แม้การกินนานๆ ครั้งร่างกายจะขับออกได้ แต่ถ้าสะสมเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร 2. การใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ (ระดับน้อยถึงปานกลาง) คำอธิบาย: น้ำมันที่ผ่านความร้อนสูงและนำมาใช้ทอดซ้ำหลายครั้ง จะเกิดกระบวนการออกซิเดชันและสลายตัวจนได้สารโพลาร์และสารอนุมูลอิสระ เมื่อสะสมในร่างกายจะไปทำลายเซลล์และ DNA เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งทางเดินอาหารและตับ 3. การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ (ระดับปานกลาง) คำอธิบาย: หลายคนติดพันการทำงานหรือเล่นเกมจนชอบกลั้นปัสสาวะ การทำเช่นนี้ทำให้ของเสียและสารพิษที่ร่างกายต้องขับออกตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน ส่งผลให้เยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว 4. การอยู่ในห้องที่ปิดทึบและขาดการระบายอากาศ (ระดับปานกลาง) คำอธิบาย: การอยู่ในอาคารหรือห้องที่ไม่มีอากาศถ่ายเท มักสะสมก๊าซเรดอน (Radon) ซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตรังสีตามธรรมชาติที่รั่วซึมจากดินและหิน (รวมถึงสารระเหยจากวัสดุก่อสร้างและสีทาบ้าน) หากสูดดมสะสมต่อเนื่องนานหลายปี จะเป็นรองเพียงการสูบบุหรี่ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด 5. การกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเป็นประจำ (ระดับปานกลาง) คำอธิบาย: การซดน้ำซุป ชา หรือกาแฟที่ร้อนจัดจนลวกเยื่อบุหลอดอาหารบ่อยๆ ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง เมื่อเซลล์ต้องแบ่งตัวซ่อมแซมตัวเองซ้ำๆ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดทางพันธุกรรมและกลาย เป็นมะเร็งหลอดอาหารจึงสูงขึ้น 6. การนอนดึกเป็นประจำและนอนไม่เป็นเวลา (ระดับปานกลางถึงมาก) คำอธิบาย: นาฬิกาชีวภาพที่รวนจากการนอนดึกหรือทำงานกะดึกส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง เมลาโทนินทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระและช่วยควบคุมภูมิคุ้มกัน การขาดฮอร์โมนนี้ต่อเนื่องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก 7. การนั่งทำงานติดที่นานเกินไปโดยไม่ขยับตัว (ระดับมาก) คำอธิบาย: พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลง การเผาผลาญพัง และทำให้ระดับน้ำตาลหรืออินซูลินในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการนั่งนานเกินไปเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม 8. การดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะเป็นปริมาณน้อย (ระดับมาก) คำอธิบาย: แอลกอฮอล์เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอะเซตาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งทำลาย DNA และขัดขวางการซ่อมแซมเซลล์ แม้จะดื่มในปริมาณไม่มากแต่ทำเป็นประจำ ก็จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ หลอดอาหาร ช่องปาก และเต้านมอย่างชัดเจน 9. การกินเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ (ระดับมาก) คำอธิบาย: อาหารประเภทเนื้อหมูหรือเนื้อวัวปิ้งย่าง ไส้กรอก เบคอน แฮม หรือเนื้อหมักเกลือ ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยสารไนเตรตและไนไตรท์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งทรงพลังที่เชื่อมโยงกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักโดยตรง 10. ความเครียดเรื้อรังและการนอนไม่หลับสะสม (ระดับมากที่สุด) คำอธิบาย: ความเครียดระยะยาวทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนสูงตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์ที่เริ่มกลายพันธุ์ได้ เปิดโอกาสให้เซลล์มะเร็งเติบโตลุกลามได้ง่ายที่สุด #cancer #มะเร็ง #fivebrocoli
Five broccoli
Region: TH
Sunday 11 October 2026 17:18:31 GMT
Music
Download
Comments
Five broccoli :
6. การนอนดึกเป็นประจำและนอนไม่เป็นเวลา (ระดับปานกลางถึงมาก)
คำอธิบาย: นาฬิกาชีวภาพที่รวนจากการนอนดึกหรือทำงานกะดึกส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง เมลาโทนินทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระและช่วยควบคุมภูมิคุ้มกัน การขาดฮอร์โมนนี้ต่อเนื่องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก
7. การนั่งทำงานติดที่นานเกินไปโดยไม่ขยับตัว (ระดับมาก)
คำอธิบาย: พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลง การเผาผลาญพัง และทำให้ระดับน้ำตาลหรืออินซูลินในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการนั่งนานเกินไปเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม
8. การดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะเป็นปริมาณน้อย (ระดับมาก)
คำอธิบาย: แอลกอฮอล์เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอะเซตาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งทำลาย DNA และขัดขวางการซ่อมแซมเซลล์ แม้จะดื่มในปริมาณไม่มากแต่ทำเป็นประจำ ก็จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ หลอดอาหาร ช่องปาก และเต้านมอย่างชัดเจน
9. การกินเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ (ระดับมาก)
คำอธิบาย: อาหารประเภทเนื้อหมูหรือเนื้อวัวปิ้งย่าง ไส้กรอก เบคอน แฮม หรือเนื้อหมักเกลือ ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยสารไนเตรตและไนไตรท์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งทรงพลังที่เชื่อมโยงกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักโดยตรง
10. ความเครียดเรื้อรังและการนอนไม่หลับสะสม (ระดับมากที่สุด)
คำอธิบาย: ความเครียดระยะยาวทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนสูงตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์ที่เริ่มกลายพันธุ์ได้ เปิดโอกาสให้เซลล์มะเร็งเติบโตลุกลามได้ง่ายที่สุด
2026-10-11 17:20:07
1730
FatboyFoybat :
ใช่ครับที่คุณพิมพ์มา ผมทำหมด และใช่ผมเป็นมะเร็งตอนอายุ 23
2026-10-12 06:32:32
1544
everything is fine :
แม่งเอ้ย มีทุกข้อเลย ... เตรียมโลงไว้เลยดีมั้ยวะเนี่ย?
2026-10-12 00:34:58
6202
gutamarailongpaii666 :
ถ้านอนดึกเเต่ตรงเวลาได้ไหมครับ นอนตี3ประจำ นอนครบ7-8ชั่วโมง
2026-10-11 18:44:23
3007
LUMI :
มาเจอคลิปนี้ตอนตี 2 …
2026-10-11 19:19:30
2659
มีมี่ :
ตอนนี้ตี3
2026-10-11 20:07:04
269
💤LA :
โอเคกูเหมือนน่าจะใกล้ตายแล้ววะ
2026-10-11 23:25:48
585
nutnichaa27 :
ข้อ10จะหาวิธีป้องกันยังไงคะ ในเมื่อมันเลี่ยงไม่ได้จริงๆ🥹 โลกนี้แม่งอยู่ยากจัด
2026-10-12 00:03:30
349
666 :
เลิกเครียด,คิดมากคือยากมาก ทำไม่ได้อร้ายยย
2026-10-13 03:57:00
60
Lili🧘🎀🪷 :
ตอนนี้ตี4 😭😭😭😭😭😭
2026-10-11 21:23:32
42
- Jane Doe - :
โอย โรคนู่นโรคนี่เยอะไปหมดเลยในติ๊กต็อกเนี่ย เราคงใกล้ตายละมั้งเนี่ย 🤣
2026-10-11 21:29:58
57
🛐 :
ละกูเลี่ยงไม่ได้ด้วยนะเรื่องเครียดกับนอนไม่เป็นเวลาเนี่ย
2026-10-12 00:45:50
50
🐶 :
ใกล้ละกู
2026-10-11 22:09:10
24
looknhai_ :
ฮือเครียด
2026-10-12 12:32:46
8
brat :
ขอบคุณที่ทำคลิปนะครับ ช่วงนี้นอน7โมงทุกวันเลย😭
2026-10-11 19:10:42
74
. :
เเล้วกุนอนอืดยุในห้องทั้งวัน
2026-10-11 23:29:28
7
wow🌋👁️👄👁️ :
คือเวลานอนอะกูโมโหมากหลับตานอนแล้วมันไม่หลับซักทีมันโมโหอะแล้วคือคนอื่น2-5นาทีหลับอะ
2026-10-12 12:43:21
17
Five broccoli :
นี่คือ 10 พฤติกรรมในชีวิตประจำวันใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้าม แต่วิจัยทางการแพทย์ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเรียงลำดับจากความเสี่ยงระดับน้อยไปจนถึงระดับมาก พร้อมคำอธิบายของแต่ละพฤติกรรมครับ:
1. การกินอาหารไหม้เกรียมหรือปิ้งย่างจนเกรียม (ระดับน้อย)
คำอธิบาย: เวลาที่เนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์) ถูกความร้อนสูงจนไหม้เกรียมหรือดำ จะเกิดสารเคมีกลุ่มอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และสารเฮเทอโรไซคลิกเอมีน (HCAs) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แม้การกินนานๆ ครั้งร่างกายจะขับออกได้ แต่ถ้าสะสมเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร
2. การใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ (ระดับน้อยถึงปานกลาง)
คำอธิบาย: น้ำมันที่ผ่านความร้อนสูงและนำมาใช้ทอดซ้ำหลายครั้ง จะเกิดกระบวนการออกซิเดชันและสลายตัวจนได้สารโพลาร์และสารอนุมูลอิสระ เมื่อสะสมในร่างกายจะไปทำลายเซลล์และ DNA เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งทางเดินอาหารและตับ
3. การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ (ระดับปานกลาง)
คำอธิบาย: หลายคนติดพันการทำงานหรือเล่นเกมจนชอบกลั้นปัสสาวะ การทำเช่นนี้ทำให้ของเสียและสารพิษที่ร่างกายต้องขับออกตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน ส่งผลให้เยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว
4. การอยู่ในห้องที่ปิดทึบและขาดการระบายอากาศ (ระดับปานกลาง)
คำอธิบาย: การอยู่ในอาคารหรือห้องที่ไม่มีอากาศถ่ายเท มักสะสมก๊าซเรดอน (Radon) ซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตรังสีตามธรรมชาติที่รั่วซึมจากดินและหิน (รวมถึงสารระเหยจากวัสดุก่อสร้างและสีทาบ้าน) หากสูดดมสะสมต่อเนื่องนานหลายปี จะเป็นรองเพียงการสูบบุหรี่ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด
5. การกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเป็นประจำ (ระดับปานกลาง)
คำอธิบาย: การซดน้ำซุป ชา หรือกาแฟที่ร้อนจัดจนลวกเยื่อบุหลอดอาหารบ่อยๆ ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง เมื่อเซลล์ต้องแบ่งตัวซ่อมแซมตัวเองซ้ำๆ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดทางพันธุกรรมและกลาย
เป็นมะเร็งหลอดอาหารจึงสูงขึ้น
2026-10-11 17:19:39
252
Ppp :
ตอนนี้มาเช่าห้องที่มีกลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ อาการจะแสบตามาก และมีกลิ่นทาสีอยู่บางๆ อยู่ไปนานๆจะเสี่ยงมากไหมครับ
2026-10-11 22:51:49
15
Nowhere :
จริงนะ แต่เป็นส่วนของพฤติกรรม แต่ถ้าตามความจริง มะเร็งจะชอบเกิดกันในครอบครัวมากกว่า เช่นพ่อแม่มีประวัติ ครอบครัวมีประวัติ ก็จะเป็นได้ง่ายกว่ามาก โดยอาจไม่มีพฤติกรรมเหล่านี้เลย มันก็คือความไม่แฟร์ของธรรมชาติอะเนอะ บางคนไม่กินอะไรเลย กินแต่ของธรรมชาติ คลีนมาตลอด แต่ก็ดันเป็นได้เพราะกรรมพันธุ์
2026-10-11 20:22:12
6
ZY :
ขอบคุณที่เข้มแข็งแล้วมาให้ความรู้รักษาตัวหายไวไวนะคะเก่งมากๆ
2026-10-12 16:42:57
4
ขนมโก๋ :
ตี3คับ
2026-10-11 20:10:30
4
อยากเป้น mom rryjinn :
โอเค
2026-10-11 22:00:00
1
ayeohssjn :
อันนี้สงสัย ถ้าเราเปลี่ยนไทม์โซนไปอยู่ที่ประเทศอื่นแล้วจะถือว่าเรานอนดึกนอนไม่ตรงเวลาไหม
2026-10-11 20:20:17
2
สับโดด :
ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ เราพยายามปรับจากนอนตี2มานอน2-3ทุ่มอยู่ค่ะ😭🫰
2026-10-11 23:49:03
4
To see more videos from user @fivebroccoli, please go to the Tikwm
homepage.