@citynas.ae: قسم الرحلات في سيتي ناس ⛺️

سيتي ناس | City Nas
سيتي ناس | City Nas
Open In TikTok:
Region: AE
Thursday 15 October 2026 10:01:54 GMT
48570
668
6
711

Music

Download

Comments

k_kx11
♥ ولد زايد ♥ :
في في فرع العين
2026-10-16 14:27:51
0
971a91
𝕊ℕ𝕀ℂ𝕂𝔼ℝ𝕊 :
يستوي اطلب عن طريق الواتس اب وفي توصيل بوظبي
2026-10-22 07:14:42
0
rhythmandreels
RhythmAndReels :
هذا في عجمان بس
2026-10-22 06:54:51
0
user___2022_
user___2022_ :
سعر ممتاز
2026-10-16 09:52:46
0
user___2022_
user___2022_ :
في ٣×٤ وارتفاع مترين وياريت السعر
2026-10-16 09:53:10
0
mba6i5
mba6i5 :
🥰🥰🥰
2026-10-15 15:14:03
1
To see more videos from user @citynas.ae, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

#Netflix ท้าทายระบบ! กล้าเล่นกับความรู้สึกคนไทย จะฉายหนังเขมรบิดเบือนใส่ร้ายประเทศไทย? คนไทยยังไม่ลืมเหตุการณ์วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เมื่อจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาถล่มร้านเซเว่นอีเลฟเว่นภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 13 คน ขณะที่โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้รับผลกระทบจากกระสุนปืนใหญ่จนต้องอพยพผู้ป่วย แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ นำภาพร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ถูกทำลายไปอ้างว่าเป็นฐานทหารกัมพูชาที่ถูกกองทัพไทยโจมตี ก่อนที่สำนักข่าว AFP จะตรวจสอบและยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย นี่คือตัวอย่างการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจริง มีทั้งหลักฐาน ภาพถ่าย และความสูญเสียของครอบครัวคนไทย ล่าสุด กัมพูชาเตรียมฉายภาพยนตร์เรื่อง “Blood Border: Cambodia's 2nd Killing Fields” ซึ่งนำเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2522 มาถ่ายทอด โดยปรากฏภาพทหารติดธงชาติไทยในฉากความรุนแรง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์และใส่ร้ายทหารไทย ที่สำคัญ Leak Lida ผู้กำกับภาพยนตร์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ว่าต้องการนำผลงานเข้าสู่ Netflix เพื่อเผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วโลก แม้ขณะนี้ Netflix ยังไม่ได้ประกาศรับภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายอย่างเป็นทางการ คำถามคือ Netflix จะกล้าเสี่ยงกับความรู้สึกของสมาชิกชาวไทยหรือไม่? ข้อมูลจาก FlixPatrol ประเมินว่า Netflix มีสมาชิกในประเทศไทยประมาณ 2.275 ล้านบัญชีในปี 2568 แม้ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่บริษัทเปิดเผย แต่ก็สะท้อนว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก หากสมมติรายได้เฉลี่ยบัญชีละ 200 บาทต่อเดือน และเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจนสมาชิก Netflix ในประเทศไทยยกเลิกบริการต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี ความเสียหายทางรายได้อาจมีขนาดมหาศาล - หากยกเลิก 50% หรือ 1,137,500 บัญชี รายได้อาจหายไป 2,730 ล้านบาทต่อปี - หากยกเลิก 70% หรือ 1,592,500 บัญชี รายได้อาจหายไป 3,822 ล้านบาทต่อปี - หากยกเลิก 90% หรือ 2,047,500 บัญชี รายได้อาจหายไปถึง 4,914 ล้านบาทต่อปี นี่คือการจำลองความเสี่ยงทางธุรกิจ ไม่ใช่ยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่แสดงให้เห็นว่า หากความไม่พอใจขยายตัวจนสมาชิกไทยส่วนใหญ่ตัดสินใจยกเลิกบริการ Netflix อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านรายได้ระดับหลายพันล้านบาท แล้วกัมพูชามีสมาชิก Netflix เท่าไร? ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขสมาชิก Netflix ในกัมพูชาที่น่าเชื่อถือเพียงพอจะนำมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยโดยตรง ขณะที่ผู้กำกับภาพยนตร์เองยอมรับว่าฐานสมาชิก Netflix ในกัมพูชามีขนาดเล็ก ท่านลองคิดดูสิครับ หาก Netflix เลือกรับภาพยนตร์ที่สร้างความไม่พอใจให้คนไทยจำนวนมาก เพื่อหวังขยายตลาดหรือเอาใจผู้ชมในกัมพูชา แต่กลับต้องแลกกับความเชื่อมั่นของสมาชิกไทยนับล้านบัญชี บริษัทจะได้คุ้มเสียหรือไม่? คนไทยเพิ่งเผชิญจรวดถล่มชุมชน ร้านสะดวกซื้อถูกทำลาย มีเด็กและประชาชนเสียชีวิต แล้วยังต้องเห็นข้อมูลเท็จที่นำความสูญเสียของคนไทยไปบิดเบือน การนำภาพยนตร์ที่พาดพิงทหารไทยและมีข้อทักท้วงเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์เข้าสู่แพลตฟอร์มระดับโลก ย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง Netflix มีสิทธิตัดสินใจว่าจะรับภาพยนตร์เรื่องนี้หรือไม่ แต่ก็ควรคิดให้ดีว่า คุ้มกันหรือไม่กับความเสี่ยงที่จะสูญเสียสมาชิกชาวไทยเกือบทั้งประเทศ และรายได้ที่อาจหายไปเกือบ 5,000 ล้านบาทต่อปี หรืออยากท้าทายระบบก็ลองดู ไม่ว่ากัน! วิเคราะห์โดย #ตีลังกาคิด – สถานีข่าว #NEWS1
#Netflix ท้าทายระบบ! กล้าเล่นกับความรู้สึกคนไทย จะฉายหนังเขมรบิดเบือนใส่ร้ายประเทศไทย? คนไทยยังไม่ลืมเหตุการณ์วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 เมื่อจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชาถล่มร้านเซเว่นอีเลฟเว่นภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บ 13 คน ขณะที่โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ก็ได้รับผลกระทบจากกระสุนปืนใหญ่จนต้องอพยพผู้ป่วย แต่ที่น่าเจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ นำภาพร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ถูกทำลายไปอ้างว่าเป็นฐานทหารกัมพูชาที่ถูกกองทัพไทยโจมตี ก่อนที่สำนักข่าว AFP จะตรวจสอบและยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นร้านสะดวกซื้อในประเทศไทย นี่คือตัวอย่างการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตจริง มีทั้งหลักฐาน ภาพถ่าย และความสูญเสียของครอบครัวคนไทย ล่าสุด กัมพูชาเตรียมฉายภาพยนตร์เรื่อง “Blood Border: Cambodia's 2nd Killing Fields” ซึ่งนำเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในปี 2522 มาถ่ายทอด โดยปรากฏภาพทหารติดธงชาติไทยในฉากความรุนแรง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์และใส่ร้ายทหารไทย ที่สำคัญ Leak Lida ผู้กำกับภาพยนตร์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ว่าต้องการนำผลงานเข้าสู่ Netflix เพื่อเผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วโลก แม้ขณะนี้ Netflix ยังไม่ได้ประกาศรับภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายอย่างเป็นทางการ คำถามคือ Netflix จะกล้าเสี่ยงกับความรู้สึกของสมาชิกชาวไทยหรือไม่? ข้อมูลจาก FlixPatrol ประเมินว่า Netflix มีสมาชิกในประเทศไทยประมาณ 2.275 ล้านบัญชีในปี 2568 แม้ไม่ใช่ตัวเลขทางการที่บริษัทเปิดเผย แต่ก็สะท้อนว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก หากสมมติรายได้เฉลี่ยบัญชีละ 200 บาทต่อเดือน และเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจนสมาชิก Netflix ในประเทศไทยยกเลิกบริการต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี ความเสียหายทางรายได้อาจมีขนาดมหาศาล - หากยกเลิก 50% หรือ 1,137,500 บัญชี รายได้อาจหายไป 2,730 ล้านบาทต่อปี - หากยกเลิก 70% หรือ 1,592,500 บัญชี รายได้อาจหายไป 3,822 ล้านบาทต่อปี - หากยกเลิก 90% หรือ 2,047,500 บัญชี รายได้อาจหายไปถึง 4,914 ล้านบาทต่อปี นี่คือการจำลองความเสี่ยงทางธุรกิจ ไม่ใช่ยอดความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว แต่แสดงให้เห็นว่า หากความไม่พอใจขยายตัวจนสมาชิกไทยส่วนใหญ่ตัดสินใจยกเลิกบริการ Netflix อาจต้องเผชิญความเสี่ยงด้านรายได้ระดับหลายพันล้านบาท แล้วกัมพูชามีสมาชิก Netflix เท่าไร? ปัจจุบันยังไม่มีตัวเลขสมาชิก Netflix ในกัมพูชาที่น่าเชื่อถือเพียงพอจะนำมาเปรียบเทียบกับประเทศไทยโดยตรง ขณะที่ผู้กำกับภาพยนตร์เองยอมรับว่าฐานสมาชิก Netflix ในกัมพูชามีขนาดเล็ก ท่านลองคิดดูสิครับ หาก Netflix เลือกรับภาพยนตร์ที่สร้างความไม่พอใจให้คนไทยจำนวนมาก เพื่อหวังขยายตลาดหรือเอาใจผู้ชมในกัมพูชา แต่กลับต้องแลกกับความเชื่อมั่นของสมาชิกไทยนับล้านบัญชี บริษัทจะได้คุ้มเสียหรือไม่? คนไทยเพิ่งเผชิญจรวดถล่มชุมชน ร้านสะดวกซื้อถูกทำลาย มีเด็กและประชาชนเสียชีวิต แล้วยังต้องเห็นข้อมูลเท็จที่นำความสูญเสียของคนไทยไปบิดเบือน การนำภาพยนตร์ที่พาดพิงทหารไทยและมีข้อทักท้วงเรื่องการบิดเบือนประวัติศาสตร์เข้าสู่แพลตฟอร์มระดับโลก ย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง Netflix มีสิทธิตัดสินใจว่าจะรับภาพยนตร์เรื่องนี้หรือไม่ แต่ก็ควรคิดให้ดีว่า คุ้มกันหรือไม่กับความเสี่ยงที่จะสูญเสียสมาชิกชาวไทยเกือบทั้งประเทศ และรายได้ที่อาจหายไปเกือบ 5,000 ล้านบาทต่อปี หรืออยากท้าทายระบบก็ลองดู ไม่ว่ากัน! วิเคราะห์โดย #ตีลังกาคิด – สถานีข่าว #NEWS1

About