@royalgym_and_fitnessclub:

Royal Gym & Fitness Club
Royal Gym & Fitness Club
Open In TikTok:
Region: BD
Saturday 24 October 2026 09:29:57 GMT
60
2
0
0

Music

Download

Comments

There are no more comments for this video.
To see more videos from user @royalgym_and_fitnessclub, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

🖤อาการแบบนี้…สุขภาพจิตแม่อาจกำลังวิกฤตไม่ใช่แค่ “เหนื่อยเลี้ยงลูก”และไม่ใช่แค่ “แม่คิดมากไปเอง”แต่เป็นสัญญาณว่าใจของแม่อาจกำลังรับภาระมากเกินกว่าที่จะไหวแล้ว 1. เรื่องเล็ก ๆ ของลูกก็ทำให้แม่ระเบิด ลูกพูดว่า “รู้แล้ว”ไม่เก็บของ ตอบช้า ชักสีหน้า แม่ก็ขึ้นทันที ทั้งที่เมื่อก่อนแม่ยังพอรับได้ 2. แม่หงุดหงิดแทบทั้งวัน ยังไม่ทันมีใครทำอะไร แม่ก็รู้สึกหงุดหงิด เหนื่อย รำคาญ หรือไม่อยากคุยกับใครแล้ว 3. แม่คิดเรื่องลูกวนอยู่ในหัวตลอด ลูกจะเข้าเรียนไหม จะคบเพื่อนแบบไหน จะมีอนาคตที่ดีหรือเปล่า ทำไมไม่ฟังพ่อแม่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง แม้ตอนนอน สมองก็ยังไม่ยอมพัก 4. แม่รู้สึกผิดเกือบทุกเรื่อง ดุลูกก็รู้สึกผิด ไม่ดุลูกก็รู้สึกผิด ออกไปเที่ยวก็รู้สึกผิด อยู่บ้านก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้ทำหน้าที่ดีพอ เหมือนทำอะไรก็ไม่ถูกสักอย่าง 5. แม่เริ่มไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ ของกินที่เคยอร่อย เที่ยวที่เคยอยากไป เจอเพื่อนที่เคยคุยสนุก กลับรู้สึกเฉย ๆ หรือไม่อยากทำอะไร 6. แม่อยากอยู่คนเดียวมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่อยากรับโทรศัพท์ ไม่อยากคุย ไม่อยากตอบแชต บางครั้งแค่ได้ยินเสียงเรียก “แม่” ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว 7. แม่ร้องไห้ง่าย หรืออยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก บางวันไม่มีเรื่องใหญ่อะไร แต่น้ำตามาเอง หรือรู้สึกเหมือนข้างในมันหนักไปหมด แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง 8. แม่เริ่มรู้สึกว่า “ทำไมต้องเป็นเราที่ต้องจัดการทุกอย่าง” ทั้งลูก ทั้งบ้าน ทั้งงาน ทั้งคนรอบตัว จนเริ่มมีความรู้สึกว่า “แม่ก็เป็นคนเหมือนกันนะ แม่เหนื่อยเป็นเหมือนกัน” 9. แม่เริ่มพูดกับตัวเองแรงขึ้น “ฉันเป็นแม่ที่แย่มาก” “ทำไมฉันเลี้ยงลูกไม่ได้เรื่อง” ”คนอื่นเขาทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้” เสียงตำหนิตัวเองดังขึ้นเรื่อย ๆ 10. แม่รู้สึกหมดหวังกับเรื่องลูก ไม่ใช่แค่เหนื่อย แต่เริ่มคิดว่า “พูดไปก็เท่านั้น” “ทำอะไรก็ไม่เปลี่ยน” “ช่างมันแล้ว” จนไม่อยากพยายามอะไรอีก 11. ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณตามใจที่ไม่ไหว นอนหลับยากหรือนอนมากผิดปกติ กินเปลี่ยนไป ใจสั่น ปวดหัว ปวดเมื่อย ไม่มีแรง หรือรู้สึกเหมือนร่างกายตึงอยู่ตลอดเวลา อาการทางกายมีได้หลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว 12. แม่เริ่มคิดว่า “ถ้าหายไปสักพักก็คงดี” ถ้าความคิดนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อย หรือรุนแรงขึ้นจนรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ ไม่อยากตื่น หรือคิดทำร้ายตัวเอง นี่ไม่ใช่เรื่องที่แม่ควรอดทนอยู่คนเดียว ควรขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจและผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว แม่ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองพังเสียก่อน ถึงจะมีสิทธิ์บอกว่า “แม่ไม่ไหวแล้ว” การดูแลสุขภาพจิตตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว เพราะแม่ก็เป็นคนคนหนึ่ง ที่มีขีดจำกัด มีวันที่เหนื่อย มีวันที่ร้องไห้ และมีวันที่ต้องการให้ใครสักคนมาช่วยประคองเหมือนกัน อย่ารอให้ใจพังจนไม่เหลือแรงขอความช่วยเหลือ ถ้าหลายข้อเกิดขึ้นต่อเนื่อง รบกวนชีวิตประจำวัน หรือทำให้แม่รู้สึกว่าตัวเองรับมือไม่ไหวแล้ว การคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย #ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิรยา
🖤อาการแบบนี้…สุขภาพจิตแม่อาจกำลังวิกฤตไม่ใช่แค่ “เหนื่อยเลี้ยงลูก”และไม่ใช่แค่ “แม่คิดมากไปเอง”แต่เป็นสัญญาณว่าใจของแม่อาจกำลังรับภาระมากเกินกว่าที่จะไหวแล้ว 1. เรื่องเล็ก ๆ ของลูกก็ทำให้แม่ระเบิด ลูกพูดว่า “รู้แล้ว”ไม่เก็บของ ตอบช้า ชักสีหน้า แม่ก็ขึ้นทันที ทั้งที่เมื่อก่อนแม่ยังพอรับได้ 2. แม่หงุดหงิดแทบทั้งวัน ยังไม่ทันมีใครทำอะไร แม่ก็รู้สึกหงุดหงิด เหนื่อย รำคาญ หรือไม่อยากคุยกับใครแล้ว 3. แม่คิดเรื่องลูกวนอยู่ในหัวตลอด ลูกจะเข้าเรียนไหม จะคบเพื่อนแบบไหน จะมีอนาคตที่ดีหรือเปล่า ทำไมไม่ฟังพ่อแม่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไง แม้ตอนนอน สมองก็ยังไม่ยอมพัก 4. แม่รู้สึกผิดเกือบทุกเรื่อง ดุลูกก็รู้สึกผิด ไม่ดุลูกก็รู้สึกผิด ออกไปเที่ยวก็รู้สึกผิด อยู่บ้านก็ยังรู้สึกว่าไม่ได้ทำหน้าที่ดีพอ เหมือนทำอะไรก็ไม่ถูกสักอย่าง 5. แม่เริ่มไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ ของกินที่เคยอร่อย เที่ยวที่เคยอยากไป เจอเพื่อนที่เคยคุยสนุก กลับรู้สึกเฉย ๆ หรือไม่อยากทำอะไร 6. แม่อยากอยู่คนเดียวมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่อยากรับโทรศัพท์ ไม่อยากคุย ไม่อยากตอบแชต บางครั้งแค่ได้ยินเสียงเรียก “แม่” ก็รู้สึกเหนื่อยแล้ว 7. แม่ร้องไห้ง่าย หรืออยากร้องไห้แต่ร้องไม่ออก บางวันไม่มีเรื่องใหญ่อะไร แต่น้ำตามาเอง หรือรู้สึกเหมือนข้างในมันหนักไปหมด แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไง 8. แม่เริ่มรู้สึกว่า “ทำไมต้องเป็นเราที่ต้องจัดการทุกอย่าง” ทั้งลูก ทั้งบ้าน ทั้งงาน ทั้งคนรอบตัว จนเริ่มมีความรู้สึกว่า “แม่ก็เป็นคนเหมือนกันนะ แม่เหนื่อยเป็นเหมือนกัน” 9. แม่เริ่มพูดกับตัวเองแรงขึ้น “ฉันเป็นแม่ที่แย่มาก” “ทำไมฉันเลี้ยงลูกไม่ได้เรื่อง” ”คนอื่นเขาทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้” เสียงตำหนิตัวเองดังขึ้นเรื่อย ๆ 10. แม่รู้สึกหมดหวังกับเรื่องลูก ไม่ใช่แค่เหนื่อย แต่เริ่มคิดว่า “พูดไปก็เท่านั้น” “ทำอะไรก็ไม่เปลี่ยน” “ช่างมันแล้ว” จนไม่อยากพยายามอะไรอีก 11. ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณตามใจที่ไม่ไหว นอนหลับยากหรือนอนมากผิดปกติ กินเปลี่ยนไป ใจสั่น ปวดหัว ปวดเมื่อย ไม่มีแรง หรือรู้สึกเหมือนร่างกายตึงอยู่ตลอดเวลา อาการทางกายมีได้หลายสาเหตุ จึงไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากความเครียดเพียงอย่างเดียว 12. แม่เริ่มคิดว่า “ถ้าหายไปสักพักก็คงดี” ถ้าความคิดนี้เริ่มเกิดขึ้นบ่อย หรือรุนแรงขึ้นจนรู้สึกว่าไม่อยากอยู่ ไม่อยากตื่น หรือคิดทำร้ายตัวเอง นี่ไม่ใช่เรื่องที่แม่ควรอดทนอยู่คนเดียว ควรขอความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจและผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว แม่ไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวเองพังเสียก่อน ถึงจะมีสิทธิ์บอกว่า “แม่ไม่ไหวแล้ว” การดูแลสุขภาพจิตตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัว เพราะแม่ก็เป็นคนคนหนึ่ง ที่มีขีดจำกัด มีวันที่เหนื่อย มีวันที่ร้องไห้ และมีวันที่ต้องการให้ใครสักคนมาช่วยประคองเหมือนกัน อย่ารอให้ใจพังจนไม่เหลือแรงขอความช่วยเหลือ ถ้าหลายข้อเกิดขึ้นต่อเนื่อง รบกวนชีวิตประจำวัน หรือทำให้แม่รู้สึกว่าตัวเองรับมือไม่ไหวแล้ว การคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่ควรทำ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย #ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิรยา

About