@workingklymb: Ouchh… @Wizz App #wizz

working@klymb
working@klymb
Open In TikTok:
Region: MA
Tuesday 27 October 2026 12:03:15 GMT
280865
876
1
25

Music

Download

Comments

flawlesslikez
🩻🌬️🧛🏽 :
How is this an ad 😭
2026-11-02 02:29:17
4
To see more videos from user @workingklymb, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

ในสมัยที่ท่านดุดจม รินโปเช องค์ที่หนึ่ง พำนักอยู่ ณ หุบเขาลารุง มีผู้ปฏิบัติธรรมคนหนึ่งในท้องถิ่นชื่อ อาเช เซงเก บางครั้งเขาก็สวมหมวกไว้บนศีรษะ แล้วอ้างว่าตนมีอุษณีษะ(พระเศียรนูน) บางครั้งก็กล่าวอ้างว่าตนสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่เมื่อเขากระโดดลงมาจากหลังคาบ้านสูงจริงๆ กลับได้รับบาดเจ็บสาหัส ครั้งหนึ่ง เขาอ้างว่าตนมีวัตถุเทอร์มาจำนวนมาก จึงขอให้ท่านดุดจม รินโปเชช่วยตรวจสอบ เมื่อท่านตรวจดูแล้ว ก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า“สิ่งเหล่านี้มิใช่เทอร์มาที่แท้จริง เจ้าอาจถูกมารครอบงำเสียแล้ว” ทว่า อาเช เซงเกกลับไม่เชื่อคำกล่าวนั้น เขาไม่เพียงยืนกรานว่า“วัตถุเทอร์มา” ของตนนั้นเป็นของแท้เท่านั้น แต่ยังกล่าวหาท่านดุดจม รินโปเชว่า ที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะความอิจฉาริษยา หลังจากนั้น เขายังไปขอให้มหาสิทธาอีกท่านหนึ่งตรวจสอบว่า“วัตถุเทอร์มา” เหล่านั้นเป็นของแท้หรือของปลอม แต่ก็ยังไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นของแท้เช่นเดิม กระนั้น เขาก็ยังคงยึดมั่นในความเห็นของตนอย่างดื้อรั้น ในที่สุดจึงเดินทางไปพบท่านชัมยัง เคียนเซ รินโปเช เพื่อขอให้ตรวจสอบอีกครั้ง ท่านรินโปเชได้ลงนามให้แก่เทอร์มาปลอมเหล่านั้นด้วยอุบายอันแยบยล พร้อมทั้งให้เขาสวดคาถาหัวใจพระคุรุปัทมสัมภพให้ครบสิบล้านจบ โดยกล่าวว่า จะสามารถทราบผลการตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อเขาสวดครบตามจำนวนดังกล่าวเท่านั้น เมื่อเขาสวดคาถาหัวใจพระคุรุปัทมสัมภพครบตามที่กำหนดแล้ว ในภาวะที่ตนประสบ จู่ๆ เขาก็เห็นนักบวชรูปหนึ่งร่วงตกลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น ภาพปรากฏแห่งมารที่เขาเคยหลงเข้าใจว่าเป็นจริงก็พลันสลายไปด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงได้ตระหนักรู้อย่างแจ่มชัด และเริ่มหันเข้าสู่หนทางแห่งการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง แท้จริงแล้ว ในเวลานั้นอาเช เซงเกถูกมารครอบงำจริงๆ ภายหลังเขาสามารถขจัดอุปสรรคและกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ โดยอาศัยพลังแห่งมนตร์และพรอันประเสริฐจากท่านชัมยัง เคียนเซ รินโปเช จากตัวอย่างนี้ เราสามารถเข้าใจได้ว่า ภาวะต่างๆ ที่ปุถุชนประสบและมองเห็นนั้น มิใช่ว่าจะเป็นจริงและเชื่อถือได้เสมอไป บางคนที่สามารถเห็นรูปลักษณ์ของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แท้จริงแล้ว สิ่งที่เห็นนั้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดจากปราณ นาฑี และพินทุของตนเอง ซึ่งปรากฏออกมาภายนอกเท่านั้น จึงไม่มีสิ่งใดควรค่าแก่การยินดีหรือโอ้อวดแม้แต่น้อย ในภายภาคหน้า หากเราเองประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ก็พึงจดจำไว้ให้มั่นว่า เราจะต้องไม่กล่าวอ้างต่อผู้อื่นด้วยจิตคิดโอ้อวดตนเองว่า ตนได้เห็นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ด้วยตาตนเองเป็นอันขาด เพราะการกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นมหามุสาวาทอย่างแท้จริง! ——พระธรรมราชา จิกเม พุนซก 第一世敦珠仁波切駐錫喇榮溝時,當地曾有位叫阿切桑給的修行人。他時而將帽子戴在頭頂,聲稱自己生有肉髻;時而又自言能夠飛翔。可當他真從高高的房頂縱身躍下後,身體卻摔成了重傷。  有一次,他自稱擁有許多伏藏品,要求敦珠仁波切予以鑑定。敦珠仁波切看過之後,坦率地說:「這些並非真正的伏藏,你可能是著魔了。」  然而,阿切桑給並不相信這些話。他不僅堅持認為自己的「伏藏品」貨真價實,還誹謗敦珠仁波切是因為嫉妒才這樣說的。  之後,他又找另一位大成就者鑑定「伏藏品」的真偽,結果依然不被認可。  不過,他還是固執己見,最後來到蔣陽欽哲仁波切面前,要求再次予以鑑定。仁波切善巧地為那些偽伏藏作了簽字,同時要求他念誦一千萬遍蓮師心咒,說只有如此才可以顯示鑑定結果。  他按照要求將蓮師心咒念完之後,在境界中忽見一名出家人應聲墜地,自以為是的魔相也以此破滅。至此,他才幡然醒悟,並開始向真正修行人的方向轉變。  實際上,阿切桑給當時確已著魔,後來是依靠咒語的力量和蔣陽欽哲仁波切的殊勝加持,才得以遣除違緣、恢復正常的。  通過這個例子,我們可以得知:凡夫所見的境界不一定真實可靠。有些人之所以晝夜都能見到佛菩薩的形象,不過是其風脈明點在外境上的顯現,絲毫也不值得歡喜和誇耀。  以後當我們也遇到這種情形時,千萬要牢記:切不可以自我吹噓之心,向他人宣稱自己親見了佛菩薩。因為,這相當於徹頭徹尾的大妄語! ——法王晉美彭措
ในสมัยที่ท่านดุดจม รินโปเช องค์ที่หนึ่ง พำนักอยู่ ณ หุบเขาลารุง มีผู้ปฏิบัติธรรมคนหนึ่งในท้องถิ่นชื่อ อาเช เซงเก บางครั้งเขาก็สวมหมวกไว้บนศีรษะ แล้วอ้างว่าตนมีอุษณีษะ(พระเศียรนูน) บางครั้งก็กล่าวอ้างว่าตนสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แต่เมื่อเขากระโดดลงมาจากหลังคาบ้านสูงจริงๆ กลับได้รับบาดเจ็บสาหัส ครั้งหนึ่ง เขาอ้างว่าตนมีวัตถุเทอร์มาจำนวนมาก จึงขอให้ท่านดุดจม รินโปเชช่วยตรวจสอบ เมื่อท่านตรวจดูแล้ว ก็กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า“สิ่งเหล่านี้มิใช่เทอร์มาที่แท้จริง เจ้าอาจถูกมารครอบงำเสียแล้ว” ทว่า อาเช เซงเกกลับไม่เชื่อคำกล่าวนั้น เขาไม่เพียงยืนกรานว่า“วัตถุเทอร์มา” ของตนนั้นเป็นของแท้เท่านั้น แต่ยังกล่าวหาท่านดุดจม รินโปเชว่า ที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะความอิจฉาริษยา หลังจากนั้น เขายังไปขอให้มหาสิทธาอีกท่านหนึ่งตรวจสอบว่า“วัตถุเทอร์มา” เหล่านั้นเป็นของแท้หรือของปลอม แต่ก็ยังไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นของแท้เช่นเดิม กระนั้น เขาก็ยังคงยึดมั่นในความเห็นของตนอย่างดื้อรั้น ในที่สุดจึงเดินทางไปพบท่านชัมยัง เคียนเซ รินโปเช เพื่อขอให้ตรวจสอบอีกครั้ง ท่านรินโปเชได้ลงนามให้แก่เทอร์มาปลอมเหล่านั้นด้วยอุบายอันแยบยล พร้อมทั้งให้เขาสวดคาถาหัวใจพระคุรุปัทมสัมภพให้ครบสิบล้านจบ โดยกล่าวว่า จะสามารถทราบผลการตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อเขาสวดครบตามจำนวนดังกล่าวเท่านั้น เมื่อเขาสวดคาถาหัวใจพระคุรุปัทมสัมภพครบตามที่กำหนดแล้ว ในภาวะที่ตนประสบ จู่ๆ เขาก็เห็นนักบวชรูปหนึ่งร่วงตกลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น ภาพปรากฏแห่งมารที่เขาเคยหลงเข้าใจว่าเป็นจริงก็พลันสลายไปด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงได้ตระหนักรู้อย่างแจ่มชัด และเริ่มหันเข้าสู่หนทางแห่งการปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง แท้จริงแล้ว ในเวลานั้นอาเช เซงเกถูกมารครอบงำจริงๆ ภายหลังเขาสามารถขจัดอุปสรรคและกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ โดยอาศัยพลังแห่งมนตร์และพรอันประเสริฐจากท่านชัมยัง เคียนเซ รินโปเช จากตัวอย่างนี้ เราสามารถเข้าใจได้ว่า ภาวะต่างๆ ที่ปุถุชนประสบและมองเห็นนั้น มิใช่ว่าจะเป็นจริงและเชื่อถือได้เสมอไป บางคนที่สามารถเห็นรูปลักษณ์ของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แท้จริงแล้ว สิ่งที่เห็นนั้นเป็นเพียงปรากฏการณ์ที่เกิดจากปราณ นาฑี และพินทุของตนเอง ซึ่งปรากฏออกมาภายนอกเท่านั้น จึงไม่มีสิ่งใดควรค่าแก่การยินดีหรือโอ้อวดแม้แต่น้อย ในภายภาคหน้า หากเราเองประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ ก็พึงจดจำไว้ให้มั่นว่า เราจะต้องไม่กล่าวอ้างต่อผู้อื่นด้วยจิตคิดโอ้อวดตนเองว่า ตนได้เห็นพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ด้วยตาตนเองเป็นอันขาด เพราะการกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นมหามุสาวาทอย่างแท้จริง! ——พระธรรมราชา จิกเม พุนซก 第一世敦珠仁波切駐錫喇榮溝時,當地曾有位叫阿切桑給的修行人。他時而將帽子戴在頭頂,聲稱自己生有肉髻;時而又自言能夠飛翔。可當他真從高高的房頂縱身躍下後,身體卻摔成了重傷。 有一次,他自稱擁有許多伏藏品,要求敦珠仁波切予以鑑定。敦珠仁波切看過之後,坦率地說:「這些並非真正的伏藏,你可能是著魔了。」 然而,阿切桑給並不相信這些話。他不僅堅持認為自己的「伏藏品」貨真價實,還誹謗敦珠仁波切是因為嫉妒才這樣說的。 之後,他又找另一位大成就者鑑定「伏藏品」的真偽,結果依然不被認可。 不過,他還是固執己見,最後來到蔣陽欽哲仁波切面前,要求再次予以鑑定。仁波切善巧地為那些偽伏藏作了簽字,同時要求他念誦一千萬遍蓮師心咒,說只有如此才可以顯示鑑定結果。 他按照要求將蓮師心咒念完之後,在境界中忽見一名出家人應聲墜地,自以為是的魔相也以此破滅。至此,他才幡然醒悟,並開始向真正修行人的方向轉變。 實際上,阿切桑給當時確已著魔,後來是依靠咒語的力量和蔣陽欽哲仁波切的殊勝加持,才得以遣除違緣、恢復正常的。 通過這個例子,我們可以得知:凡夫所見的境界不一定真實可靠。有些人之所以晝夜都能見到佛菩薩的形象,不過是其風脈明點在外境上的顯現,絲毫也不值得歡喜和誇耀。 以後當我們也遇到這種情形時,千萬要牢記:切不可以自我吹噓之心,向他人宣稱自己親見了佛菩薩。因為,這相當於徹頭徹尾的大妄語! ——法王晉美彭措

About