@esyaaa2207:

Resya atmj
Resya atmj
Open In TikTok:
Region: ID
Tuesday 13 October 2026 16:45:00 GMT
1365
186
1
1

Music

Download

Comments

syohfhi1
pkpk :
2026-10-13 17:19:24
0
To see more videos from user @esyaaa2207, please go to the Tikwm homepage.

Other Videos

นี่คือ 10 พฤติกรรมในชีวิตประจำวันใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้าม แต่วิจัยทางการแพทย์ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเรียงลำดับจากความเสี่ยงระดับน้อยไปจนถึงระดับมาก พร้อมคำอธิบายของแต่ละพฤติกรรมครับ: 1. การกินอาหารไหม้เกรียมหรือปิ้งย่างจนเกรียม (ระดับน้อย)  คำอธิบาย: เวลาที่เนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์) ถูกความร้อนสูงจนไหม้เกรียมหรือดำ จะเกิดสารเคมีกลุ่มอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และสารเฮเทอโรไซคลิกเอมีน (HCAs) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แม้การกินนานๆ ครั้งร่างกายจะขับออกได้ แต่ถ้าสะสมเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร 2. การใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ (ระดับน้อยถึงปานกลาง)  คำอธิบาย: น้ำมันที่ผ่านความร้อนสูงและนำมาใช้ทอดซ้ำหลายครั้ง จะเกิดกระบวนการออกซิเดชันและสลายตัวจนได้สารโพลาร์และสารอนุมูลอิสระ เมื่อสะสมในร่างกายจะไปทำลายเซลล์และ DNA เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งทางเดินอาหารและตับ 3. การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ (ระดับปานกลาง)  คำอธิบาย: หลายคนติดพันการทำงานหรือเล่นเกมจนชอบกลั้นปัสสาวะ การทำเช่นนี้ทำให้ของเสียและสารพิษที่ร่างกายต้องขับออกตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน ส่งผลให้เยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว 4. การอยู่ในห้องที่ปิดทึบและขาดการระบายอากาศ (ระดับปานกลาง)  คำอธิบาย: การอยู่ในอาคารหรือห้องที่ไม่มีอากาศถ่ายเท มักสะสมก๊าซเรดอน (Radon) ซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตรังสีตามธรรมชาติที่รั่วซึมจากดินและหิน (รวมถึงสารระเหยจากวัสดุก่อสร้างและสีทาบ้าน) หากสูดดมสะสมต่อเนื่องนานหลายปี จะเป็นรองเพียงการสูบบุหรี่ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด 5. การกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเป็นประจำ (ระดับปานกลาง)  คำอธิบาย: การซดน้ำซุป ชา หรือกาแฟที่ร้อนจัดจนลวกเยื่อบุหลอดอาหารบ่อยๆ ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง เมื่อเซลล์ต้องแบ่งตัวซ่อมแซมตัวเองซ้ำๆ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดทางพันธุกรรมและกลาย เป็นมะเร็งหลอดอาหารจึงสูงขึ้น 6. การนอนดึกเป็นประจำและนอนไม่เป็นเวลา (ระดับปานกลางถึงมาก)  คำอธิบาย: นาฬิกาชีวภาพที่รวนจากการนอนดึกหรือทำงานกะดึกส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง เมลาโทนินทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระและช่วยควบคุมภูมิคุ้มกัน การขาดฮอร์โมนนี้ต่อเนื่องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก 7. การนั่งทำงานติดที่นานเกินไปโดยไม่ขยับตัว (ระดับมาก)  คำอธิบาย: พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลง การเผาผลาญพัง และทำให้ระดับน้ำตาลหรืออินซูลินในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการนั่งนานเกินไปเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม 8. การดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะเป็นปริมาณน้อย (ระดับมาก)  คำอธิบาย: แอลกอฮอล์เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอะเซตาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งทำลาย DNA และขัดขวางการซ่อมแซมเซลล์ แม้จะดื่มในปริมาณไม่มากแต่ทำเป็นประจำ ก็จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ หลอดอาหาร ช่องปาก และเต้านมอย่างชัดเจน 9. การกินเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ (ระดับมาก)  คำอธิบาย: อาหารประเภทเนื้อหมูหรือเนื้อวัวปิ้งย่าง ไส้กรอก เบคอน แฮม หรือเนื้อหมักเกลือ ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยสารไนเตรตและไนไตรท์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งทรงพลังที่เชื่อมโยงกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักโดยตรง 10. ความเครียดเรื้อรังและการนอนไม่หลับสะสม (ระดับมากที่สุด)  คำอธิบาย: ความเครียดระยะยาวทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนสูงตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์ที่เริ่มกลายพันธุ์ได้ เปิดโอกาสให้เซลล์มะเร็งเติบโตลุกลามได้ง่ายที่สุด #cancer #มะเร็ง #fivebrocoli
นี่คือ 10 พฤติกรรมในชีวิตประจำวันใกล้ตัวที่หลายคนมักมองข้าม แต่วิจัยทางการแพทย์ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยเรียงลำดับจากความเสี่ยงระดับน้อยไปจนถึงระดับมาก พร้อมคำอธิบายของแต่ละพฤติกรรมครับ: 1. การกินอาหารไหม้เกรียมหรือปิ้งย่างจนเกรียม (ระดับน้อย) คำอธิบาย: เวลาที่เนื้อสัตว์ (โดยเฉพาะโปรตีนจากสัตว์) ถูกความร้อนสูงจนไหม้เกรียมหรือดำ จะเกิดสารเคมีกลุ่มอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) และสารเฮเทอโรไซคลิกเอมีน (HCAs) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง แม้การกินนานๆ ครั้งร่างกายจะขับออกได้ แต่ถ้าสะสมเป็นประจำจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และกระเพาะอาหาร 2. การใช้น้ำมันทอดซ้ำๆ (ระดับน้อยถึงปานกลาง) คำอธิบาย: น้ำมันที่ผ่านความร้อนสูงและนำมาใช้ทอดซ้ำหลายครั้ง จะเกิดกระบวนการออกซิเดชันและสลายตัวจนได้สารโพลาร์และสารอนุมูลอิสระ เมื่อสะสมในร่างกายจะไปทำลายเซลล์และ DNA เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งทางเดินอาหารและตับ 3. การกลั้นปัสสาวะเป็นประจำ (ระดับปานกลาง) คำอธิบาย: หลายคนติดพันการทำงานหรือเล่นเกมจนชอบกลั้นปัสสาวะ การทำเช่นนี้ทำให้ของเสียและสารพิษที่ร่างกายต้องขับออกตกค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะเป็นเวลานาน ส่งผลให้เยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะระคายเคืองและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว 4. การอยู่ในห้องที่ปิดทึบและขาดการระบายอากาศ (ระดับปานกลาง) คำอธิบาย: การอยู่ในอาคารหรือห้องที่ไม่มีอากาศถ่ายเท มักสะสมก๊าซเรดอน (Radon) ซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตรังสีตามธรรมชาติที่รั่วซึมจากดินและหิน (รวมถึงสารระเหยจากวัสดุก่อสร้างและสีทาบ้าน) หากสูดดมสะสมต่อเนื่องนานหลายปี จะเป็นรองเพียงการสูบบุหรี่ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปอด 5. การกินอาหารและดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัดเป็นประจำ (ระดับปานกลาง) คำอธิบาย: การซดน้ำซุป ชา หรือกาแฟที่ร้อนจัดจนลวกเยื่อบุหลอดอาหารบ่อยๆ ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดแผลอักเสบเรื้อรัง เมื่อเซลล์ต้องแบ่งตัวซ่อมแซมตัวเองซ้ำๆ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดทางพันธุกรรมและกลาย เป็นมะเร็งหลอดอาหารจึงสูงขึ้น 6. การนอนดึกเป็นประจำและนอนไม่เป็นเวลา (ระดับปานกลางถึงมาก) คำอธิบาย: นาฬิกาชีวภาพที่รวนจากการนอนดึกหรือทำงานกะดึกส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง เมลาโทนินทำหน้าที่ต้านอนุมูลอิสระและช่วยควบคุมภูมิคุ้มกัน การขาดฮอร์โมนนี้ต่อเนื่องทำให้ระบบภูมิคุ้มกันต่ำลงและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมาก 7. การนั่งทำงานติดที่นานเกินไปโดยไม่ขยับตัว (ระดับมาก) คำอธิบาย: พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Lifestyle) ทำให้การไหลเวียนเลือดช้าลง การเผาผลาญพัง และทำให้ระดับน้ำตาลหรืออินซูลินในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าการนั่งนานเกินไปเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม 8. การดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะเป็นปริมาณน้อย (ระดับมาก) คำอธิบาย: แอลกอฮอล์เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารอะเซตาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งทำลาย DNA และขัดขวางการซ่อมแซมเซลล์ แม้จะดื่มในปริมาณไม่มากแต่ทำเป็นประจำ ก็จัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ หลอดอาหาร ช่องปาก และเต้านมอย่างชัดเจน 9. การกินเนื้อแดงและเนื้อแปรรูปเป็นประจำ (ระดับมาก) คำอธิบาย: อาหารประเภทเนื้อหมูหรือเนื้อวัวปิ้งย่าง ไส้กรอก เบคอน แฮม หรือเนื้อหมักเกลือ ที่ผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยสารไนเตรตและไนไตรท์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารไนโตรซามีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งทรงพลังที่เชื่อมโยงกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักโดยตรง 10. ความเครียดเรื้อรังและการนอนไม่หลับสะสม (ระดับมากที่สุด) คำอธิบาย: ความเครียดระยะยาวทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนสูงตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ภูมิคุ้มกันไม่สามารถตรวจจับและทำลายเซลล์ที่เริ่มกลายพันธุ์ได้ เปิดโอกาสให้เซลล์มะเร็งเติบโตลุกลามได้ง่ายที่สุด #cancer #มะเร็ง #fivebrocoli

About